Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งรับตุลาฯ ด้านน้ำมันปรับขึ้นเหนือ $100 และบอนด์ยีลด์แตะระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี

October 2, 2026, 11:06

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ราคาน้ำมันยังผันผวน: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ดันน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในช่วงแรก ก่อนที่การขนส่งน้ำมันจากฝั่งซาอุฯ จะช่วยคลายปัญหาลงภายหลัง
  • ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นเหนือ 5.3% ส่วนอายุ 30 ปีก็ขยับขึ้นเหนือ 5.6% เช่นกัน ส่งผลให้สถานการณ์ยังคงตึงตัว
  • ตลาดหุ้นยังแข็งแกร่ง: กระแส AI และเทคโนโลยียังช่วยให้ตลาดหุ้นรับมือกับปัญหาต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นได้
  • ทองคำยังเผชิญปัญหา: ทองคำได้ปรับตัวลงใกล้ $4,110 เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐฯ ได้แข็งค่าขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับสูง และยังมีโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก
  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลง: Core PCE เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนตุลาคมลดลง
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตต่อ: GDP ไตรมาส 2 โตขึ้น 2.2% ขณะที่การจ้างงานจาก ADP เพิ่มขึ้น 90,000 ตำแหน่ง ชี้ชัดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
  • ประเด็นสำคัญในสัปดาห์หน้า: ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ การปรับดอกเบี้ยของ Fed ผลตอบแทนพันธบัตร และราคาน้ำมันคือข้อมูลสำคัญในสัปดาห์หน้าที่ใช้ประเมินทิศทางของตลาดต่อไป

บอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002

ตลาดพันธบัตรยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของตลาดในสัปดาห์นี้ หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 5.3% ในช่วงหนึ่ง และอายุ 30 ปีก็ปรับตัวขึ้นเหนือ 5.6% เช่นกัน สะท้อนถึงปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น และโอกาสที่ Fed จะใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น

แม้ต้นทุนกู้ยืมจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวได้ค่อนข้างดี โดย Nasdaq ยังพุ่งขึ้นได้ตามหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดโดยรวมถือว่าอ่อนไหวต่อการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรมากกว่า ในสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญของตลาดว่า ผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่ง และกระแส AI ยังช่วยลดปัญหาจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังปรับตัวขึ้นไม่หยุด ก็อาจเป็นปัญหาต่อมูลค่าหุ้นในระยะต่อไปได้เช่นกัน

ทองคำยังเผชิญปัญหา หลังดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้น

ทองคำเผชิญกับสัปดาห์ที่ยากลำบาก หลังราคาร่วงลงแรงเข้าใกล้ $4,110 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนเริ่มทรงตัวได้ที่ระดับ $4,150–$4,200 โดยแรงขายในช่วงแรกเกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น และผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น ทั้งหมดนี้คือการสร้างปัญหาต่อสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยอย่างทองคำทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของทองคำก็ดีขึ้นชั่วคราว หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนตุลาคมก็มีน้อยลง แต่ถึงกระนั้น ข้อมูลเศรษฐกิจและการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งขึ้น ประกอบกับผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ยังอยู่ในระดับสูงก็ยังกดไม่ให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นได้มากกว่านี้ ดังนั้น ทองคำจึงค่อนข้างผันผวนหนักต่อดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตร และโอกาสในการปรับดอกเบี้ยของ Fed

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเป็นตัวกำหนดความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณทั้งดีและไม่ดีพร้อมกัน ถึงแม้เงินเฟ้อ PCE ของเดือนสิงหาคมออกมาต่ำกว่าคาด แต่ Core PCE กลับเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนตุลาคมนั้นลดลงมาเหลือ 40% ปลายๆ แม้ในช่วงต้นสัปดาห์จะคาดไว้ที่ 70% กว่าๆ ก็ตาม

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ปรับตัวได้ค่อนข้างดี โดยการประมาณการ GDP ในไตรมาส 2 ครั้งที่ 3 ได้คาดว่าจะโตขึ้น 2.2% ต่อปี ส่วนข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ในเดือนสิงหาคมก็เพิ่มขึ้น 90,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกก็ยังถือว่าต่ำที่ 197,000 ราย ตอกย้ำให้เห็นถึงตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง แต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาหนักซักเท่าไหร่


บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า: 5–9 ตุลาคม

ประเด็นสำคัญในสัปดาห์หน้าจะอยู่ที่ว่าตลาดจะยังลดโอกาสที่ Fed จะใช้นโยบายที่เข้มงวดต่อได้หรือไม่ หรือข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกลับมาเพิ่มโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้ง

  1. ผลตอบแทนพันธบัตรยังวิกฤต เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่อยู่เหนือ 5% และอายุ 30 ปีที่เหนือ 5.6% ตลาดพันธบัตรจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อมูลค่าหุ้นโดยตรง โดยถ้าผลตอบแทนกลับมาทรงตัวหรือปรับตัวลง ก็อาจช่วยคลายแรงกดดันให้กับตลาดหุ้นได้ แต่ถ้าปรับตัวขึ้นแรงอีก ก็อาจเพิ่มปัญหาให้กับตลาดหุ้นได้เช่นกัน
  2. น้ำมันยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อเงินเฟ้อ แม้ว่าความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการที่ซาอุฯ กลับมาส่งออกน้ำมันต่อได้อาจช่วยลดราคาน้ำมันดิบจากภาวะสงครามได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของภูมิภาคเกิดปัญหาขึ้นอีกครั้ง ก็อาจกลับมาดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และทำให้ Fed ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อได้ยากขึ้น
  3. ทองต้องรอจังหวะบอนด์ยีลด์-ดอลลาร์พักตัว หลังปรับตัวลงเข้าใกล้ $4,110 ทองคำก็มีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามผลตอบแทนพันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถ้าดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรมีค่าลดลง ก็อาจดันให้ทองคำฟื้นตัวได้ แต่ถ้ายังอยู่ในระดับสูงต่อ ก็อาจกดให้ทองคำเผชิญปัญหาต่อไป
  4. ตลาดหุ้นเปิดรับเดือนตุลาคมได้ค่อนข้างสวย แต่ความเสี่ยงยังมีสูง หุ้น AI และเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งยังสนับสนุนตลาดได้ดี แต่การที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับวิกฤต และความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายของ Fed ยังเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจมหภาคต่อ ส่วนปัญหาสำคัญในเดือนตุลาคมที่นักลงทุนต้องเจอคือผลประกอบการของบริษัทต่างๆ และการลงทุนใน AI จะช่วยขจัดปัญหาต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นได้หรือไม่

ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
จันทร์ที่ 5 ตุลาคมดัชนี PMI ภาคการบริการ
จากสถาบัน ISM
สหรัฐ
อเมริกา
55.421:00 น.
อังคารที่ 6 ตุลาคมดัชนี PMI จาก
สถาบัน Ivey
แคนาดา64.321:00 น.
พุธที่ 7 ตุลาคมการประชุมนโยบายการเงิน
ของคณะกรรมการ Fed
สหรัฐ
อเมริกา
01:00 น.
พฤหัสที่ 8 ตุลาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการ
ว่างงาน
สหรัฐ
อเมริกา
19:30 น.
ศุกร์ที่ 9 ตุลาคมการเปลี่ยนแปลงจำนวน
การจ้างงาน
แคนาดา-41.7K19:30 น.
ศุกร์ที่ 9 ตุลาคมอัตราการว่างงานแคนาดา6.4%19:30 น.


บทวิเคราะห์และการคาดการณ์ทางเทคนิค:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำยังเผชิญปัญหาหนักในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $4,187 หลังร่วงแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ $4,697 ส่วนราคาก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA10 และ MA20 แม้จะพยายามพักฐานให้ได้หลังเผชิญแรงขายล่าสุดก็ตาม

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $4,196 ตามด้วย $4,289–$4,320 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ $4,134–$4,110 ตามด้วยจุดต่ำล่าสุดที่ $4,110.86

โดยราคาในภาพรวมก็สะท้อนให้เห็นว่าช่วงขาขึ้นก่อนหน้านี้อ่อนแรงลงอย่างมาก ขณะที่การดีดขึ้นในปัจจุบันก็ค่อนข้างไปได้ไม่สูงนัก แต่ถ้าทะลุเหนือ $4,196 ก็อาจพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ ในทางกลับกัน ถ้ายื่งหลุดต่ำกว่า $4,110 ก็อาจกดให้ทองคำร่วงลงต่อไปอีก

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,220 – $4,225$4,318 – $4,325$4,400 – $4,412
แนวรับ$4,112 – $4,120$4,050 – $4,060$3,997 – $4,000

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบ WTI ทางเทคนิค

น้ำมันดิบ West Texas Intermediate แสดงให้เห็นถึงช่วงพักฐานในระยะสั้นตามด้วยการฟื้นตัวขึ้นในระยะต่อไป ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $94.34 หลังย่อตัวลงจากจุดสูงล่าสุดที่ $106.75 และอยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 สะท้อนว่าโมเมนตัมระยะสั้นเริ่มอ่อนแรงลง

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $95.00–$97.50 ตามด้วย $98.70 และจุดสูงล่าสุดใกล้ $106.75 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ $94.25 ตามด้วย $92.00 และ $87.08

โดยการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นถึงการเข้าสู่ช่วงพักฐาน หลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนกันยายน ซึ่งถ้ายังยืนเหนือ $94 ได้ตลอด ก็อาจฟื้นตัวต่อไปที่ $97–$98 ได้อีก แต่ถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า $94 ต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะปรับฐานต่ำลงไปที่ $92–$87 ได้เช่นกัน

กราฟราคาน้ำมันดิบ WTI รายวัน

แนวต้าน$97.50 – $97.64$98.70 – $98.80$100.00 – $100.24
แนวรับ$94.25 – $94.30$92.00 – $92.21$90.00 – $90.12

บทวิเคราะห์ Nasdaq ทางเทคนิค

ดัชนี Nasdaq 100 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30,642 จุดใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30,924 จุด และยังอยู่เหนือเส้น MA5 MA10 และ MA20 ได้สบาย โดยเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้นก็ยังเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้หมด

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 30,924 จุด ตามด้วยระดับจิตวิทยาที่ 31,000 จุด ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ 30,540 จุด ตามด้วย 30,140 จุด และเส้น MA20 ที่ระดับ 29,942 จุด

โดยภาพรวมแล้วก็ยังคงเป็นขาขึ้นต่อ แม้จะพักฐานใกล้ระดับสูงสุดหลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม ซึ่งถ้าทะลุเหนือระดับ 30,924–31,000 จุดได้ต่อเนื่องอีก ก็อาจยิ่งตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของโมเมนตัมขาขึ้นได้ แต่ถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า 30,540 จุด ก็อาจเกิดการปรับฐานต่ำลงได้เช่นกัน

กราฟ Nasdaq รายวัน

แนวต้าน30,924 – 30,94031,000 – 31,04231,214 – 31,225
แนวรับ30,540 – 30,55330,140 – 30,16629,942 – 29,955

บทวิเคราะห์ USDJPY ทางเทคนิค

คู่เงิน USDJPY แสดงให้เห็นถึงช่วงไม่แน่นอนค่อนไปทางขาลง ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ 157.71 โดยร่วงลงหลังฟื้นตัวขึ้นไปที่ 158.50 ล่าสุด และราคาปัจจุบันก็อยู่ใกล้กับเส้น MA5 แต่ต่ำกว่า MA10 ส่วน MA20 ยังคงอยู่ต่ำกว่าที่ระดับ 156.25

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 158.20–158.50 ตามด้วยจุดสูงล่าสุดใกล้ 158.90 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ 157.50 ตามด้วย 156.85 และ 156.25

ขณะที่แท่งเทียนล่าสุดก็สะท้อนถึงการเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังดีดขึ้น แต่ถ้าทะลุเหนือ 158.50 ได้ ก็อาจฟื้นให้โมเมนตัมขาขึ้นกลับมาอีกครั้ง แต่ถ้าร่วงลงต่ำกว่า 157.50 ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะย่อตัวลงไปที่ 156.85–156.25 ได้เช่นกัน

กราฟ USDJPY รายวัน

แนวต้าน158.50 – 158.55159.21 – 159.30160.00 – 160.13
แนวรับ157.50 – 157.56156.85 – 156.90156.25 – 156.31

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service