
สรุปประเด็นสำคัญ
- Fed กลับมาขึ้นดอกเบี้ย: Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หรือ 25 bps สู่ระดับ 3.75%–4.00% โดย เควิน วอร์ช ได้เผยอีกว่าเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา และมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอีกครั้งภายในปีนี้
- ทองคำเผชิญทั้งแรงสนับสนุนและปัญหาพร้อมกัน: ดอกเบี้ย และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นคือปัญหาต่อทองคำมาตลอด ขณะที่สงครามและผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงก็กลายเป็นปัจจัยที่ดันให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นสู่บริเวณ $4,350
- ทิศทางของดอลลาร์ขึ้นอยู่กับนโยบายของ Fed: นโยบายที่เข้มงวดของ Fed ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) แต่ก็ยังแข็งค่าขึ้นไม่ได้มากกว่านี้ เนื่องจากตลาดได้ประเมินถึงโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นไว้อยู่แล้ว
- BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย: ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้นเป็น 1.25% ทำให้ความแตกต่างด้านนโยบายการเงินระหว่างประเทศ และทิศทางของ USDJPY ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ ส่วนนักลงทุนก็ต้องประเมินโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นใหม่อีกครั้ง
- น้ำมันยังเป็นปัญหาสำคัญต่อเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันเบรนท์ และ WTI ยังคงซื้อขายอยู่เหนือ $100 ต่อบาร์เรล ส่วนปัญหาการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็ยังดันให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง และลดโอกาสที่ธนาคารกลางจะผ่อนคลายนโยบายลง
- คริปโตเผชิญแรงกดดันพร้อมกันสองทาง: บิตคอยน์และตลาดคริปโตโดยรวมปรับตัวลง หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถผลักดันกฎหมาย CLARITY Act ให้ผ่านการอนุมัติได้ ขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ยังลดความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง และเพิ่มปัญหาต่อสินทรัพย์ดิจิทัลไปพร้อมกัน
Fed กลับมาขึ้นดอกเบี้ย ส่วนธนาคารกลางทั่วโลกก็ส่งสัญญาณปรับขึ้นเช่นกัน
Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% หรือ 25 bps สู่ระดับ 3.75%–4.00% ถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และเป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่ได้คาดไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่าคือข้อมูลใหม่ โดยล่าสุดได้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่คาดว่าดอกเบี้ยจะต้องถูกปรับขึ้นอีกครั้งในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่านโยบายการเงินยังต้องอยู่ในช่วงเข้มงวดต่อไปอีก
โดยระหว่างการแถลงข่าว ประธาน Fed อย่าง เควิน วอร์ช ก็ได้เน้นย้ำว่า การปรับดอกเบี้ยครั้งนี้ได้สะท้อนถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง การแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่ยังไม่ดีขึ้นพอ และผลกระทบจากสงคราม โดยสาระสำคัญคือ Fed ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็อาจชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจเช่นกัน
โดยนโยบายที่เข้มงวดของ Fed ก็ได้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และดอลลาร์มีค่าสูงขึ้นในช่วงแรก พร้อมกดตลาดหุ้น และทองคำไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวก็เปลี่ยนไป เนื่องจากทั้งราคาน้ำมัน และผลตอบแทนพันธบัตรได้ปรับตัวลงในวันถัดมา
ทองยังปรับตัวได้ดี แม้ดัชนีดอลลาร์จะพุ่งทะลุ 100
ก่อนหน้านี้ ทองคำได้เผชิญปัญหาในช่วงที่ตลาดต้องรอให้ Fed กำหนดนโยบายใหม่ เนื่องจากดอกเบี้ย และผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงยิ่งทำให้สินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยอย่างทองคำลดความน่าสนใจในการถือครองไป อย่างไรก็ตาม ทองคำก็ยังร่วงได้ไม่หนักมาก เนื่องจากสงคราม และผลตอบแทนพันธบัตรที่ร่วงลงในเวลาต่อมายังพยุงราคาไว้ได้ ส่วนดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ก็แข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จนแตะระดับ 99.6 ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้น
BOJ ปรับดอกเบี้ยขึ้นเป็น 1.25%
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้นเหมือนทั่วโลกในวันศุกร์ โดยปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 25 bps จาก 1.00% สู่ 1.25% ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี และเป็นไปตามที่ส่วนใหญ่ได้คาดไว้แล้ว พร้อมสะท้อนถึงปัญหาเงินเฟ้อที่ยังอยู่ต่อไป รวมถึงผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเช่นกัน
แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่เงินเยนกลับอ่อนค่าลงแม้จะปรับดอกเบี้ยขึ้นก็ตาม โดยตลาดได้พุ่งเป้าไปที่คณะกรรมการ 2 ท่านที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับดอกเบี้ยขึ้น รวมถึงการที่ธนาคารไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกในอนาคต ถึง BOJ จะออกมาเผยว่าดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นอีก ในกรณีที่ข้อมูลเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อยังเป็นไปตามที่ธนาคารคาดไว้ก็ตาม
โดยนโยบายที่เข้มงวดของ Fed และการปรับดอกเบี้ยขึ้นของ BOJ ยังคงทำให้ USDJPY อ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่น
ราคาน้ำมันยังอยู่เหนือ $100 แม้ปัญหาการขนส่งจะคลี่คลายลง
น้ำมันยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินทั่วโลก โดยน้ำมันดิบเบรนท์ และ WTI ยังซื้อขายอยู่เหนือ $100 ต่อบาร์เรล หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างปัญหาต่อความต้องการพลังงานทั่วโลก และเส้นทางการเดินเรือ
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันก็เริ่มผ่อนคลายลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังซาอุดิอาระเบียได้เพิ่มการจัดหาน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นในเอเชีย ซึ่งช่วยลดปัญหาที่ท่อส่งน้ำมันดิบ ฝั่งตะวันออก-ตะวันตกไม่สามารถใช้การได้ชั่วคราว
ส่วนประเด็นสำคัญที่ตลาดยังต้องจับตาก็อยู่ที่ราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ $100 อาจสร้างปัญหาเงินเฟ้อโดยตรง และเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางยังต้องรักษานโยบายที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งเป็นอุปสรรคแก่ตลาดหุ้น และพันธบัตรโดยตรง
การร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านยังเป็นปัญหาต่อตลาดคริปโต
ตลาดคริปโตเผชิญปัญหา หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ยังผลักดันกฎหมาย CLARITY Act ให้ผ่านการอนุมัติไม่ได้ โดยกฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้ครอบคลุมมากขึ้น
โดยการลงมติได้รับเสียงเห็นชอบ 50 เสียง ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 60 เสียง และไม่เห็นชอบ 49 เสียง ส่งผลให้กฎหมายสำคัญในการกำกับดูแลคริปโตยังไม่ผ่านการอนุมัติ และอาจต้องรอจนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ไปจนถึงปี 2027 เลยทีเดียว
ด้านนักลงทุนก็แสดงถึงท่าทีเชิงลบทันที โดยบิตคอยน์ได้ร่วงลงสู่ $75,000 ขณะที่ XRP ดิ่งเกือบ 10% และ Ethereum ร่วงลงราว 5% ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น Coinbase และ Circle ต่างเผชิญแรงขายที่หนักกว่า
นอกจากนี้ การปัดตกกฎหมายก็เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับช่วงที่ Fed ใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ตลาดคริปโตเผชิญปัญหาหนักสองด้าน ทั้งปัญหาการออกกฎหมาย และดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT +7] |
| อังคารที่ 22 กันยายน | การกล่าวสุนทรพจน์ของ มิเชล บูลล็อค | ออสเตรเลีย | 10:10 น. | |
| พุธที่ 23 กันยายน | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการผลิตเบื้องต้น | สหรัฐ อเมริกา | 53.9 | 20:45 น. |
| พุธที่ 23 กันยายน | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการบริการเบื้องต้น | สหรัฐ อเมริกา | 56.5 | 20:30 น. |
| พฤหัสที่ 24 กันยายน | การเปลี่ยนแปลงจำนวนการจ้างงาน | ออสเตรเลีย | -15.8K | 08:30 น. |
| พฤหัสที่ 24 กันยายน | อัตราการว่างงาน | ออสเตรเลีย | 4.5% | 08:30 น. |
| พฤหัสที่ 24 กันยายน | ผลการปรับดอกเบี้ย | สวิตเซอร์แลนด์ | 0.00% | 14:30 น. |
| พฤหัสที่ 24 กันยายน | จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการ ว่างงาน | สหรัฐ อเมริกา | 196K | 19:30 น. |
| พฤหัสที่ 24 กันยายน | ยอดขายบ้านใหม่ | สหรัฐ อเมริกา | 607K | 21:00 น. |
| ศุกร์ที่ 25 กันยายน | คำสั่งซื้อสินค้าคงทน | สหรัฐ อเมริกา | 1.1% | 19:30 น. |
บทวิเคราะห์และการคาดการณ์ทางเทคนิค:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำแสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $4,393 หลังดีดขึ้นจุดต่ำล่าสุดที่ $4,100–$4,150 ถือเป็นการฟื้นตัวขึ้นแรงจากการย่อตัวล่าสุด
ด้านแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ $4,400–$4,422 ตามด้วย $4,527 และจุดสูงล่าสุดที่ $4,696 โดยถ้าทะลุเหนือ $4,422 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจเสริมความแข็งแกร่งให้ช่วงขาขึ้นได้ ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ $4,342 ตามด้วย $4,318 และ $4,264 โดยรวมแล้ว โมเมนตัมระยะสั้นก็ยังคงเป็นขาขึ้นต่อ และมีระดับ $4,400–$4,422 เป็นระดับสำคัญที่ต้องจับตา
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,422 – $4,440 | $4,527 – $4,540 | $4,688 – $4,700 |
| แนวรับ | $4,325 – $4,340 | $4,207 – $4,226 | $4,147 – $4,160 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์พลิกกลับมาเป็นขาลงในระยะสั้น โดยร่วงแรงจากระดับ $102.57 หลังขึ้นไปแตะจุดสูงล่าสุดที่ $110.42 และยังทำให้ราคาหลุดต่ำกว่าเส้น MA5 ที่ $105.86 อีกด้วย แต่ก็ยังอยู่เหนือเส้น MA10 ที่ $104.55 และเส้น MA20 ที่ $98.65 ได้ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับฐานต่ำลงในระยะสั้น และมีโอกาสดีดขึ้นในระยะต่อไปได้
ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ระดับ $102.50 ตามด้วย $100–$98.65 โดยถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า $98.65 ก็อาจชี้ให้เห็นถึงการร่วงลงอย่างหนักได้อีก ส่วนระดับ $104.55–$105.86 จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านแรก ตามด้วย $108 และจุดสูงล่าสุดที่ $110.42 ในขณะนี้ โมเมนตัมระยะสั้นยังคงเป็นขาลง (Bearish) แต่ระยะกลางก็ถือว่าดูดีขึ้นจากการที่ราคายังยืนเหนือเส้น MA20 ได้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $104.55 – $104.65 | $105.86 – $105.80 | $106.73 – $106.90 |
| แนวรับ | $102.50 – $102.56 | $100.34 – $100.50 | $98.65 – $98.80 |
บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค
ดัชนี S&P 500 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวเป็นขาขึ้นเล็กน้อย ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 7,676 จุด โดยดีดขึ้นหลังร่วงสู่ระดับ 7,531 จุดก่อนหน้านี้ สะท้อนให้เห็นว่าโมเมนตัมระยะสั้นกำลังปรับตัวดีขึ้น แม้ดัชนีจะยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงล่าสุดที่ 7,825 จุดก็ตาม
ด้านแนวต้านระยะสั้นจะอยู่ที่ 7,700–7,725 จุด ตามด้วยจุดสูงล่าสุดที่ 7,825 จุด ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ 7,670 จุด ตามด้วย 7,623–7,643 จุด และจุดต่ำล่าสุดที่ 7,531 จุด โดยถ้าดัชนีทะลุเหนือ 7,700 จุดได้ต่อเนื่อง ก็เสริมความแข็งแกร่งให้กับการฟื้นตัว แต่ถ้ากลับลงมาร่วงลงต่ำกว่า 7,623 จุด ก็อาจทำให้สถานการณ์ในระยะสั้นดูแย่ลง
กราฟ S&P 500 รายวัน

| แนวต้าน | 7,727 – 7,740 | 7,815 – 7,820 | 7,890 – 7,900 |
| แนวรับ | 7,576 – 7,580 | 7,466 – 7,480 | 7,335 – 7,340 |
บทวิเคราะห์ USDJPY ทางเทคนิค
คู่เงิน USDJPY แสดงให้เห็นถึงการรีบาวด์เป็นขาขึ้นในระยะสั้น โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ระดับ 157.20 หลังฟื้นตัวขึ้นแรงจากระดับ 152.88 และการสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ล่าสุดก็สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังปรับตัวดีขึ้น
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 157.20–157.50 ตามด้วย 158.40 และระดับสำคัญเดิมตรง 161.50 ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ 156.80 ตามด้วย 155.75–154.85 โดยถ้าทะลุเหนือ 157.50 ได้ตลอด ก็อาจฟื้นตัวขึ้นต่อได้ แต่ถ้าร่วงลงต่ำกว่า 156.80 ก็อาจเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลง
กราฟ USDJPY รายวัน

| แนวต้าน | 157.50 – 157.54 | 158.40 – 158.45 | 159.20 – 159.25 |
| แนวรับ | 156.70 – 156.75 | 155.30 – 155.35 | 154.20 – 154.25 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
Important Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.