Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

หุ้น AI และราคาน้ำมันที่ลดลงดัน Nasdaq พุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ ส่วนทองร่วงต่ำกว่า $4,300

September 25, 2026, 11:14

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Nasdaq ทุบสถิติจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์: ราคาน้ำมันที่ลดลงและหุ้น AI ที่ปรับตัวขึ้นดัน Nasdaq พุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่ ส่วน S&P 500 ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
  • Dow Jones โชว์ผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน: Dow Jones ยังคงเผชิญปัญหา หลังต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และปัญหาเงินเฟ้อถือเป็นอุปสรรคต่อหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
  • บอนด์ยีลด์พุ่ง: ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับขึ้นเป็น 5.20% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ถือเป็นปัญหาหนักขึ้นต่อตลาดหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
  • ทองคำยังเผชิญแรงกดดัน: ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้น และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นกดทองคำร่วงเข้าใกล้ระดับ $4,250 แล้ว
  • บิตคอยน์ร่วง แม้เปิดสัปดาห์ได้แข็งแกร่ง: บิตคอยน์ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมได้ที่ $85,200 ก่อนปรับตัวลง หลังผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นได้กลายมาเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์เสี่ยง แม้จะมีเงินทุนมากมายไหลเข้าสู่กองทุน ETF อยู่ก็ตาม
  • น้ำมันช่วยผ่อนแรงกดดัน: ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงถือเป็นกุญแจที่ช่วยลดปัญหาเงินเฟ้อ และดันตลาดหุ้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกได้
  • สัปดาห์หน้าต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจมากมาย: ทั้ง GDP ของสหรัฐฯ เงินเฟ้อ PCE และตัวเลข NFP ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่บ่งบอกได้ถึงทิศทางการปรับดอกเบี้ยของ Fed และอาจกำหนดทิศทางของบอนด์ยีลด์ ดัชนี DXY ทองคำ หุ้น และคริปโตได้ทั้งสิ้น

AI ดัน Nasdaq ทุบสถิติสูงสุดใหม่

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ได้แข็งแกร่ง หลังราคาน้ำมัน และผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงช่วยคลายแรงกดดันให้กับตลาดหุ้นได้ระดับหนึ่ง ขณะที่แรงซื้อหุ้น AI ที่กลับมาก็ดันตลาดให้พุ่งขึ้นแรง โดยเมื่อวันจันทร์ ดัชนี Nasdaq Composite ก็พุ่งขึ้นราว 2.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ S&P 500 ก็ปรับตัวขึ้นประมาณ 1.5% โดยมีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าใคร โดย AMD ที่พุ่งขึ้น 10% ได้ดันมูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย ส่วนหุ้น Intel และ Arm ก็ปรับตัวขึ้น 10%+ เช่นกัน

การปรับตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนใน AI ยังคงได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ดัชนีหลักก็ได้แสดงให้เห็นถึงผลงานที่แตกต่างกันชัดเจน โดย Nasdaq ยังคงปรับตัวแข็งแกร่งที่สุด ขณะที่ S&P 500 ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน แต่ Dow ยังคงเผชิญแรงกดดัน หลังต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและปัญหาเงินเฟ้อยังคงกดดันบริษัทที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและดอกเบี้ย

ส่วนความเสี่ยงสำคัญของตลาดหุ้นยังอยู่ที่พันธบัตร โดยในวันพฤหัส ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นแตะ 5.20% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ส่วน 30 ปีก็เพิ่มขึ้นเช่นกันจนแตะ 5.48% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004

แม้ราคาน้ำมันที่ลดลง และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท AI จะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้น แต่ผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นก็อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในท้ายที่สุด โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่มูลค่ามีความอ่อนไหวต่ออัตราคิดลดมากกว่า

ราคาน้ำมันที่ร่วงช่วยผ่อนแรงกดดันต่อตลาด

ราคาน้ำมันปรับตัวลงในระหว่างสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันตลาดหุ้นขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์ และ WTI ร่วงลง เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเริ่มกลับมาส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้งหลังเผชิญปัญหาการขนส่งก่อนหน้านี้ ถือเป็นการช่วยลดปัญหาจากสงครามได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันก็ยังผันผวนสูงตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยถ้าความขัดแย้งกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ก็อาจดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งขึ้นอีกได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มปัญหาเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้นอีก

บอนด์ยีลด์และ DXY ที่ปรับตัวสูงขึ้นกดทองร่วง

ทองคำยังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์ตามดอลลาร์สหรัฐฯ และผลตอบแทนพันธบัตรที่มีค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ การปรับดอกเบี้ยขึ้นล่าสุดของ Fed ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งส่งผลให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกในช่วงปลายปี โดยในวันศุกร์ ทองคำ Spot ก็ได้ปรับตัวลงสู่ระดับ $4,250 โดยมีผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นคือปัญหาหลักในระยะสั้น

ดังนั้น ปัญหาสำคัญสำหรับทองคำก็มีแนวโน้มอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนพันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐฯ หากผลตอบแทนเริ่มทรงตัวหรือลดลง ก็อาจช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อทองคำ แต่ถ้าปรับตัวขึ้น ก็อาจทำให้ทองคำต้องคงเผชิญแรงกดดันต่อไป

บิตคอยน์พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม

บิตคอยน์เปิดสัปดาห์ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยทะลุเหนือ $85,200 ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมตามการลงทุนผ่านกองทุน ETF ที่กลับมาเพิ่มขึ้น และบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงก็ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาก็ปรับตัวลงในเวลาต่อมา หลังผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นเหนือระดับ 5% สะท้อนให้เห็นว่าบิตคอยน์เริ่มมีความผันผวนต่อสภาพคล่องในตลาดมากขึ้น โดยแรงซื้อในกองทุน ETF ที่แข็งแกร่งก็ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดในระยะยาว แต่ผลตอบแทนที่สูงขึ้นของสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยงก็อาจลดความน่าสนใจในการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้เช่นกัน

ขณะเดียวกัน กฎหมาย CLARITY Act ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ถือเป็นปัญหาหลัก เนื่องจากการไม่สามารถควบคุมตลาดคริปโตให้อยู่ภายใต้กฎหมายที่ครอบคลุมได้ลดความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระดับสถาบันไป


บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า

  1. ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ คือข้อมูลสำคัญที่ใช้ประเมินว่า Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งหรือไม่
  2. ผลตอบแทนพันธบัตรกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาด หลังพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
  3. AI ยังเป็นวงการที่สำคัญที่สุดในตลาดหุ้น แต่ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นก็อาจสร้างปัญหาได้มากขึ้นเช่นกัน
  4. ทองคำยังมีความเสี่ยงจาก DXY และผลตอบแทนพันธบัตร ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางทองคำในระยะถัดไป
  5. บิตคอยน์ได้แรงหนุนจากกองทุน ETF แต่การรักษาการปรับตัวขึ้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องในตลาดและผลตอบแทนพันธบัตรเช่นกัน
  6. น้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อเงินเฟ้อ โดยถ้าราคาปรับตัวลงต่อเนื่องก็อาจดันสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวขึ้น แต่ถ้าเกิดปัญหาการขนส่งเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางก็อาจทำให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น
  7. GDP, PCE และ NFP ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าอาจทำให้ Fed เปลี่ยนมุมมอง โดยในช่วงระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคมถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับดอลลาร์สหรัฐฯ ผลตอบแทนพันธบัตร ทองคำ ตลาดหุ้น และตลาดคริปโตทั้งหมด

ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
อังคารที่ 29 กันยายนผลการปรับดอกเบี้ยออสเตรเลีย4.35%11:30 น.
อังคารที่ 29 กันยายนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
จากองค์กร Conference Board
สหรัฐ
อเมริกา
89.421:00 น.
อังคารที่ 29 กันยายนตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTSสหรัฐ
อเมริกา
7.271M21:00 น.
พุธที่ 30 กันยายนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีออสเตรเลีย3.5%08:30 น.
พุธที่ 30 กันยายนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ไตรมาสต่อไตรมาส
สหราช
อาณาจักร
0.4%13:00 น.
พุธที่ 30 กันยายนรายงานคาดการณ์จำนวนการจ้างงาน
นอกภาคเกษตรของหน่วยงาน ADP
สหรัฐ
อเมริกา
38K19:15 น.
พุธที่ 30 กันยายนดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภค
ส่วนบุคคลพื้นฐาน ปีต่อปี
สหรัฐ
อเมริกา
3.3%19:30 น.
พุธที่ 30 กันยายนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ไตรมาสต่อไตรมาส
สหรัฐ
อเมริกา
1.5%19:30 น.
พฤหัสที่ 1 ตุลาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
19:30 น.
พฤหัสที่ 1 ตุลาคมดัชนี PMI ภาคการผลิต
จากสถาบัน ISM
สหรัฐ
อเมริกา
54.621:00 น.
ศุกร์ที่ 2 ตุลาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปียุโรป3.2%16:00 น.
ศุกร์ที่ 2 ตุลาคมรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือนต่อเดือนสหรัฐ
อเมริกา
0.3%19:30 น.
ศุกร์ที่ 2 ตุลาคมตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ
อเมริกา
162K19:30 น.
ศุกร์ที่ 2 ตุลาคมอัตราการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
4.1%19:30 น.


บทวิเคราะห์และการคาดการณ์ทางเทคนิค:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำแสดงให้เห็นถึงช่วงทรงตัวถึงขาลงในระยะสั้น หลังร่วงแรงจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $4,696 โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $4,279 และราคาก็อยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ทั้งหมด สะท้อนว่าแรงขายยังมีอยู่ในตลาด

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ $4,250–$4,260 ซึ่งถ้าร่วงหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจร่วงต่อไปที่ $4,100 ได้ ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $4,320 ตามด้วย $4,350 และ $4,351

ในขณะนี้ ทองคำจำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือ $4,350 ให้ได้ก่อน เพื่อพลิกสถานการณ์ในระยะสั้นให้กลับมาดีขึ้น แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น กราฟก็ยังชี้ให้เห็นถึงการพักฐานต่อ หรืออาจเผชิญแรงขายต่อได้ หลังเพิ่งปรับฐานต่ำลงมา

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,320 – $4,334$4,387 – $4,400$4,466 – $4,480
แนวรับ$4,250 – $4,255$4,100 – $4,112$4,066 – $4,080

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งบนกราฟรายวัน แม้จะย่อตัวลงจากจุดสูงล่าสุดที่ $110.42 ก็ตาม โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $106.39 และยังอยู่เหนือเส้น MA5 MA10 และ MA20 ทั้งหมด และเส้น MA5 และ MA10 ก็ยังอยู่เหนือเส้น MA20 โดยราคาได้ฟื้นตัวขึ้นหลังปรับตัวลงสู่ $102 ล่าสุด สะท้อนว่าฝั่งซื้อพร้อมเข้ามาพยุงราคาต่อ

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $110.42 ตามด้วย $102.15 โดยถ้าทะลุเหนือ $110.42 ได้ ก็อาจตอกย้ำถึงช่วงขาขึ้นชัดเจน แต่ถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า $102 ต่อเนือง ก็อาจเป็นสัญญาณว่าราคาเริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐานต่ำลง

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$110.42 – $110.50$111.67 – $111.80$112.88 – $113.00
แนวรับ$102.15 – $102.23$101.34 – $101.40$100.21 – $100.34

บทวิเคราะห์ Nasdaq ทางเทคนิค

ดัชนี Nasdaq ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30,620 จุด หลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 30,845 จุด พุ่งขึ้นจากจุดต่ำในเดือนกรกฎาคมที่ 27,085 จุด และดัชนีก็ยังอยู่เหนือเส้น MA5 MA10 และ MA20 ได้ชัดเจน

ด้านแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่จุดสูงล่าสุดที่ 30,845 จุด ตามด้วยระดับจิตวิทยาที่ 31,000 จุด ส่วน 30,078 จุดจะทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญแรก ตามด้วยบริเวณ 29,650 จุด

โดยแนวโน้มในภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แม้การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาก็อาจทำให้เกิดการพักฐานหรือแรงขายทำกำไร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

กราฟ Nasdaq รายวัน

แนวต้าน30,845 – 30,86031,000 – 31,02631,126 – 31,140
แนวรับ30,078 – 30,10029,650 – 29,66129,480 – 29,500

บทวิเคราะห์ USDJPY ทางเทคนิค

คู่เงิน USDJPY กลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นในระยะสั้น แม้ปัจจุบันจะปรับตัวลงเล็กน้อยจากระดับ 158.90 ก็ตาม

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 158.90 ตามด้วยระดับจิตวิทยาที่ 160.00 ส่วนระดับ 157.00–157.20 จะทำหน่้้าที่เป็นแนวรับแรก ตามด้วยระดับ 156.43

โดยรวมแล้ว กราฟยังคงเป็นบวก ตราบใดที่ USDJPY ยังยืนเหนือแนวรับที่ 156.4–157.0 ได้

กราฟ USDJPY รายวัน

แนวต้าน158.90 – 159.00160.00 – 160.12161.22 – 161.34
แนวรับ157.20 – 157.33156.40 – 156.46155.24 – 155.30

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service