Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ตลาดโลกโชว์ผลงานแตกต่าง ด้านทองเข้าใกล้ $4,700 และบิตคอยน์พักฐานที่ $80,000

August 28, 2026, 11:02

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia และความเชื่อมั่นที่กลับมาเพิ่มขึ้นต่อการลงทุนใน AI
  • ทองคำปรับตัวเข้าใกล้ระดับ $4,700 ก่อนย่อตัวลง หลังดอลลาร์สหรัฐฯ และผลตอบแทนพันธบัตรมีค่าลดลงในตอนแรก
  • แร่เงิน และทองแดงยังคงเป็นที่ต้องการสูงในภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างระยะยาว
  • บิตคอยน์ทะลุระดับ $80,000 และยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยกระแสเงินทุนไหลที่เข้าสู่กองทุน ETF จากนักลงทุนระดับสถาบัน ผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดได้กลับมาเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากขึ้น
  • เงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.7% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานออกมาที่ 3.3% เมื่อเทียบรายปี โดยข้อมูลดังกล่าวก็ยิ่งตอกย้ำว่า Fed อาจต้องดำเนินนโยบายแบบเข้มงวดต่อไป
  • สัปดาห์หน้า ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานมีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดนนโยบายครั้งต่อไปของ Fed ได้เลย


ดัชนีสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากกระแส AI

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังเผชิญแรงกดดันก่อนหน้า โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี นำมาโดย Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุด หลัง Nvidia รายงานผลประกอบการได้สูงกว่าที่คาด พร้อมการประเมินถึงอนาคตที่แข็งแกร่งขึ้น

ด้าน Nvidia กลายเป็นปัจจัยสำคัญของตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ หลังบริษัทสามารถทำผลประกอบการได้ดีกว่าคาด อีกทั้งยังได้รับการประเมินว่ารายได้จะเติบโตขึ้นอย่างมากในอนาคต ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมาก และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นด้านการลงทุนใน AI ในภาพรวม โดยการพุ่งขึ้นของ Nvidia ยังช่วยดันให้ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวขึ้นตาม แม้การฟื้นตัวจะยังกระจุกอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลักก็ตาม

ด้านผลตอบแทนพันธบัตรยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยการซื้อพันธบัตรอายุยาวคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้กดให้ผลตอบแทนของพันธบัตรลดลง ถือเป็นการช่วยผ่อนแรงกดดันต่อตลาดหุ้นลง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และนโยบายของ Fed ที่ยังไม่มีควาชัดเจนใดๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับสูง และทำให้ตลาดหุ้นยังปรับตัวขึ้นไม่ได้มากกว่านี้

ทองคำ แร่เงิน และทองแดงอยู่ในช่วงขาขึ้น

ทองคำยังปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 สัปดาห์ที่ระดับ $4,697 ในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนย่อตัวลงมาที่ $4,580–$4,600 โดยการปรับตัวขึ้นในช่วงแรกเกิดขึ้นได้จากดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง และการเพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ที่ออกมาสูง และโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นได้กลับมาเป็นปัญหาต่อทองคำในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยขณะนี้ได้มีการประเมินโอกาสไว้ที่ราว 40% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 36% ก่อนข้อมูล PCE จะเผยออกมา

ด้านแร่เงินยังโชว์ผลงานได้แข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงขายทำกำไรบางส่วน โดยยังซื้อขายอยู่ที่ $68–$70 ตลอดสัปดาห์

ขณะที่ทองแดงยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในวงการ AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าจนดันราคาให้พุ่งไปที่ $6.61 ต่อปอนด์ ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

บิตคอยน์พุ่งทะลุ $80,000

บิตคอยน์ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดในสัปดาห์นี้ หลังทะลุระดับจิตวิทยาสำคัญที่ $80,000 และพุ่งขึ้นเหนือ $81,000 ได้ช่วงหนึ่ง โดยสัปดาห์นี้บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นประมาณ 9% หลังเป็นที่ต้องการจากนักลงทุนระดับสถาบัน และบรรยากาศการลงทุนก็กลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

โดยการปรับตัวขึ้นนั้นได้รับแรงสนับสนุนจากเหตุผลมากมาย ทั้งการซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ลดผลตอบแทนพันธบัตรอายุยาวลง และมีส่วนทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า ขณะเดียวกันกระแสการลดมูลค่าของสกุลเงินยังกระตุ้นให้นักลงทุนต้องมองหาสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด อย่างบิตคอยน์ และทองคำ และความต้องการของนักลงทุนระดับสถาบันยังกลับมาเพิ่มขึ้นผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ โดยการปรับตัวขึ้นในช่วงแรกได้เกิดขึ้นจากการที่สถานะ Short มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ถูกบังคับล้างพอร์ตครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์ก็ได้ย่อตัวลงต่ำกว่า $80,000 ในเวลาต่อมาตามนักลงทุนบางส่วนที่ขายทำกำไรไป ขณะที่ข้อมูล PCE ก็ทำให้นโยบายที่เข้มงวดของ Fed กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

บทวิเคราะห์ของวันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน

สัปดาห์หน้าตลาดจะเปลี่ยนจุดสนใจจากเงินเฟ้อมาเป็นข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ แทน ทำให้สัปดาห์หน้าอาจเป็นสัปดาห์ที่มีความสำคัญต่อทิศทางการปรับดอกเบี้ยของ Fed มากขึ้น โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของเดือนสิงหาคมมีกำหนดประกาศในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน พร้อมอัตราว่างงาน และการเติบโตของค่าจ้าง

ประเด็นสำคัญคือตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะออกมาแข็งแกร่งพอที่จะรับมือการปรับดอกเบี้ยขึ้นของ Fed แม้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงได้หรือไม่ โดยถ้าตัวเลขการจ้างงาน และค่าจ้างออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจเพิ่มโอกาสที่ Fed จะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจดันให้ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรมีค่าสูงขึ้น พร้อมกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาต่อทองคำ และสินทรัพย์เสี่ยง ในทางกลับกัน ถ้าตัวเลขการจ้างงานออกมาอ่อนแอ ก็อาจทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มโอกาสที่ Fed จะผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อทองคำ หุ้น และบิตคอยน์

นอกจากนี้ ตลาดยังต้องจับตาดัชนี PMI ภาคการผลิต และภาคการบริการจากสถาบัน ISM ซึ่งจะช่วยทำให้เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ชัดเจนขึ้น โดยภาคการผลิตมีกำหนดประกาศในวันทำการแรกของเดือน ขณะที่ภาคบริการจะประกาศในวันทำการที่สาม

ด้านทองคำ ระดับ $4,700 ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ หลังไม่สามารถถทะลุระดับดังกล่าวในสัปดาห์ได้ โดยถ้าตลาดตีความทิศทางนโยบายของ Fed ไปในทางผ่อนคลายมากขึ้น ก็อาจทำให้ระดับ $4,700 กลับมาเป็นเป้าหมายอีกครั้ง แต่ถ้าตลาดคาดว่า Fed จะกลับมาเข้มงวดขึ้น ก็อาจทำให้เกิดการปรับฐานต่ำลงไปที่ระดับ $4,500–$4,520 ได้เช่นกัน

ส่วนบิตคอยน์ ระดับ $80,000 ถือระดับจิตวิทยาสำคัญในขณะนี้ โดยถ้ายืนเหนือระดับนี้ได้ ก็อาจเสริมความแข็งแกร่งให้ช่วงขาขึ้น และเปิดทางไปที่ระดับ $82,850–$85,000 ในทางกลับกัน แต่ถ้าถูกกดลงจากระดับดังกล่าว ก็อาจส่งให้บิตคอยน์ร่วงไปที่ระดับ $70,000 กลางๆ อีกครั้ง

โดยรวมแล้ว ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดทิศทางทองคำ บิตคอยน์ และตลาดหุ้นว่าจะปรับตัวขึ้นต่อหรือเข้าสู่ช่วงปรับฐานต่ำล ขณะที่เงินเฟ้อผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงนโยบายของ Fed ที่ยังไม่มีความชัดเจนล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนหนักต่อไป


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
อังคารที่ 1 กันยายนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปียุโรป2.9%16:00 น.
อังคารที่ 1 กันยายนดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบัน ISMสหรัฐ
อเมริกา
55.621:00 น.
อังคารที่ 1 กันยายนตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTSสหรัฐ
อเมริกา
7.359M21:00 น.
พุธที่ 2 กันยายนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ไตรมาสต่อไตรมาส
ออสเตรเลีย0.3%08:30 น.
พุธที่ 2 กันยายนผลการปรับอัตราดอกเบี้ยนิวซีแลนด์2.50%09:00 น.
พุธที่ 2 กันยายนรายงานคาดการณ์จำนวนการจ้างงาน
นอกภาคเกษตรของหน่วยงาน ADP
สหรัฐ
อเมริกา
44K19:15 น.
พุธที่ 2 กันยายนผลการปรับอัตราดอกเบี้ยแคนาดา2.25%20:30 น.
พฤหัสที่ 3 กันยายนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
19:30 น.
พฤหัสที่ 3 กันยายนดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISMสหรัฐ
อเมริกา
54.121:00 น.
ศุกร์ที่ 4 กันยายนจำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ
อเมริกา
-23K19:30 น.
ศุกร์ที่ 4 กันยายนอัตราการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
4.1%19:30 น.
ศุกร์ที่ 4 กันยายนรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง m/mสหรัฐ
อเมริกา
0.1%19:30 น.
ศุกร์ที่ 4 กันยายนการเปลี่ยนแปลงจำนวนการจ้างงานแคนาดา75.1K19:30 น.
ศุกร์ที่ 4 กันยายนอัตราการว่างงานแคนาดา6.4%19:30 น.


บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในระยะกลาง แม้ขณะนี้ตลาดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานต่ำกว่าจุดสูงล่าสุดที่ $4,696 ก็ตาม โดยราคาได้ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $4,609 ซึ่งยังอยู่สูงกว่าเส้น MA10 และ MA20 ค่อนข้างมาก ขณะที่เส้น MA5 อยู่ที่ระดับ $4,623 ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันเล็กน้อย สะท้อนว่าโมเมนตัมในระยะสั้นเริ่มอ่อนแรงลง ด้านแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ $4,696 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ $4,543 ตามด้วย $4,418 และระดับจากการเบรกเอาต์ครั้งก่อนที่ระดับ $4,097 โดยถ้าทะลุขึ้นเหนือ $4,697 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจตอกย้ำถึงช่วงขาขึ้นและเปิดทางไปสู่การสร้างจุดสูงของรอบใหม่ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่า $4,543 ก็อาจเป็นสัญญาณให้เกิดการปรับฐานต่ำลงในระยะสั้นได้

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,695 – $4.700$4,774 – $4,790$4,862 – $4,870
แนวรับ$4,440 – $4,450$4,389 – $4,400$4,350 – $4,365

บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค

ดัชนี S&P 500 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในภาพรวม แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,825 จุดได้ โดยปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ระดับ 7,733 จุด เหนือเส้น MA20 ที่ระดับ 7,722 จุด ขณะที่เส้น MA5 และ MA10 ก็ยังอยู่ใกล้กับระดับปัจจุบัน สะท้อนว่าโมเมนตัมเริ่มทรงตัวได้หลังย่อตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ด้านแนวต้านสำคัญแรกจะอยู่ที่ระดับ 7,825 จุด โดยถ้าดัชนีทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจเป็นสัญญาณถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้นในภาพรวม ส่วนระดับ 7,705–7,723 จุดจะทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ตามด้วย 7,531 จุดต่อไป ตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือเส้น MA20 ได้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ยังเป็นบวก แม้การหลุดต่ำกว่า 7,723 จุด อาจเพิ่มโอกาสที่ดัชนีจะเข้าสู่ช่วงปรับฐานต่ำลงได้เช่นกันก็ตาม

กราฟ S&P 500 รายวัน

แนวต้าน7,792 – 7,8007,820 – 7,8357,885 – 7,900
แนวรับ7,645 – 7,6507,555 – 7,5607,349 – 7,360

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวทรงตัวในระยะกลาง แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มสะท้อนถึงการเข้าสู่ช่วงพักฐาน โดยเส้น MA5 และ MA10 ก็ชี้ชัดว่าโมเมนตัมในระยะสั้นเริ่มอ่อนแรงลง ด้านแนวต้านสำคัญแรกจะอยู่ที่ระดับ $92.17 ตามด้วย $95.08 ขณะที่แนวรับจะอยู่ที่ $88.58 และถัดลงมาที่ $78.99 โดยถ้าทะลุเหนือ $92.17 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจเปิดทางให้ราคากลับไปที่ระดับ $95.08 อีกครั้ง แต่ถ้าหลุดต่ำกว่า $88.58 ก็อาจทำให้เกิดการปรับฐานต่ำลงได้

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$92.17 – $92.25$94.60 -$94.72$95.08 – $95.20
แนวรับ$88.40 – $88.58$86.24 – $86.40$84.11 – $84.24

บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค

คู่เงิน EURUSD ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในระยะกลาง แต่ก็เริ่มย่อตัวลงเล็กน้อยหลังขึ้นไปแตะจุดสูงล่าสุดที่ 1.1710 โดยปัจจุบันได้เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 1.1644 ซึ่งใกล้กับเส้น MA5 และ MA10 แต่ยังอยู่เหนือเส้น MA20 วันได้สบายๆ สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในภาพรวมยังดำเนินต่อไปได้ แม้โมเมนตัมในช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มชะลอลงก็ตาม ด้านแนวต้านสำคัญแรกจะอยู่ที่ระดับ 1.1650–1.1660 ตามด้วยจุดสูงล่าสุดที่ 1.1710 ส่วนระดับ 1.1591 จะทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ตามด้วย 1.1520 เป็นระดับหลักถัดไป โดยถ้าคู่เงินนี้ยังยืนเหนือ 1.1591 ได้ ก็อาจรักษาช่วงขาขึ้นให้ดำเนินต่อไปได้ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับฐานต่ำลงไปที่ระดับ 1.1520 ได้เช่นกัน

กราฟ EURUSD รายวัน

แนวต้าน1.1680 – 1.16851.1756 – 1.17701.1800 – 1.1820
แนวรับ1.1614 – 1.16201.1580 – 1.15851.1513 – 1.1520

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service