
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทองพุ่งขึ้นกว่า 4% ในสัปดาห์นี้สู่ระดับ $4,530–$4,555 ถือเป็นการปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดกัน
- ดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนใกล้ระดับ 98.50–98.80 โดยร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์นี้
- ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดระหว่างวันนับตั้งแต่ปี 2007 คิดเป็น 5.33%
- การประกาศเพิ่มงบกว่า 2 เท่าในการซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนแบบเหนือความคาดหมายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันให้ทองคำพุ่งขึ้น พร้อมกดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างหนัก
- ตลาดหุ้นย่อลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานท่ามกลางความผันผวน
- ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังเป็นตัวจุดชนวนปัญหาเงินเฟ้อต่อไป
ทองพุ่งทะลุ $4,500
สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่ทองคำทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบหลายเดือน และนับเป็นสัปดาห์ที่ 3 ที่ปรับตัวขึ้นติดกัน โดยทองคำได้เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการซื้อขายอยู่ที่ $4,300 กลางๆ ก่อนพุ่งขึ้นมาที่ $4,530–$4,555 ต่อออนซ์ในวันศุกร์ เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศเพิ่มงบซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนอย่างน้อย 2 เท่า แต่ก็ไม่ทำให้ทองคำสูญเสียช่วงขาขึ้นไปแต่อย่างใด แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับสูงขึ้นในระดับหนึ่งเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา
โดยผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงก็ยังช่วยลดค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จ่ายมีผลตอบแทนใดๆ ขณะเดียวกัน ทองคำก็ยังมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งมาตลอดทั้งปี หลังธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อโลหะมีค่าประเภทนี้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 288 ตันในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ประกอบกับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอยู่แล้วก่อนที่กระทรวงการคลังจะออกมาประกาศเพิ่มงบ จึงยิ่งเปิดทางให้ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในสัปดาห์นี้
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในทางตรงกันข้ามกับทองคำอย่างสิ้นเชิง โดยอ่อนค่าลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดกันจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังร่วงลงมาแตะช่วง 98.00 กลางๆ ในวันพฤหัสบดีก่อนจะทรงตัวได้ที่ระดับ 98.70–98.80 ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ คิดเป็นการร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์ โดยสาเหตุก็มาจากข่าวที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิ่มงบซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนอย่างน้อย 2 เท่าในวันพุธ โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นก็ยิ่งน้อยลง ซึ่งเป็นปัญหาต่อดอลลาร์โดยตรง โดยตลาดลดโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นในเดือนกันยายนจาก 40% เหลือเพียง 30% ต้นๆ ตามยอดค้าปลีกและเงินเฟ้อที่ออกมาชะลอตัวลงในช่วงต้นเดือน
ตลาดหุ้นปรับฐานลงตามผลตอบแทนพันธบัตร
ตลาดหุ้นปรับตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์ โดย S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ร่วงลงถึง 4 จาก 5 วันทำการ โดยในวันจันทร์และอังคารเกิดแรงขายในภาพรวม หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากปัญหาการขนส่งตามสถานการณ์ทีอิหร่าน รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีที่พุ่งทะลุระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ส่งผลให้ Nasdaq ร่วงมากกว่า 1% ระหว่างวันในวันอังคารตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ถูกเทขายหนักเป็นพิเศษ และถึงแม้ในวันพุธจะมีการประกาศเพิ่มงบซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้ชั่วคราว แต่ความเชื่อมั่นนั้นก็อันตรธานหายไปในวันพฤหัสอยู่ดี
บทวิเคราะห์ของวันที่ 24-28 สิงหาคม 2026
ทองคำ: แนวโน้มโดยรวมยังคงเป็นขาขึ้น โดยการยืนเหนือระดับ $4,500 ได้จนถึงช่วงปิดสัปดาห์ ประกอบกับแรงซื้อจากธนาคารกลาง ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการทะลุระดับแนวต้านที่ $4,600–$4,700 ขึ้นไปอีกในกรณีที่ผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่เท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักก็ยังอยู่ที่พันธบัตร หากดัชนีรายจ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) หรือคำแถลงจากเจ้าหน้าที่ Fed มีผลให้ตลาดกลับมาเชื่อว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น ก็อาจเห็นทองคำย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ $4,400–$4,450 ได้
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ: คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่อ ทั้งโมเมนตัมที่อ่อนแอ โอกาสลดลงที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้น รวมถึงสภาพคล่องที่ลดลงจากโครงการซื้อคืนพันธบัตร ก็ล้วนชี้ชัดให้ดัชนีดอลลาร์กลับไปทดสอบระดับ 98.00–98.50 อีกครั้ง โดยมีระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนตรง 98.50 เป็นแนวรับแรก หากหลุดระดับดังกล่าวลงไปอีก ก็ถือเป็นใบเบิกทางให้ร่วงต่อไปยังระดับ 97.50 ได้อีก ในทางกลับกัน โอกาสสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ให้ดอลลาร์ได้ก็คือคำแถลงการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดกว่าที่คาดจาก Fed รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น
ตลาดหุ้น: การย่อตัวลงจากระดับสูงสุดก็ยังมีโอกาสร่วงลงต่อได้ในกรณีที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 5.3% ได้ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเป็นพิเศษ แต่ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีแรงสนับสนุนจากโครงการซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลัง ก็อาจเป็นการเปิดทางให้เกิดแรงซื้อในตลาดหุ้นจนนำไปสู่การฟื้นตัวสู่ระดับสูงสุดก่อนหน้า โดยมีตัวแปรสำคัญหลักๆ คือผลประกอบการของ Nvidia และการประชุม Jackson Hole ของ Fed ซึ่งทั้ง 2 มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดจนถึงช่วงสิ้นเดือน ระหว่างนี้ S&P 500 ก็มีแนวโน้มอยู่ในช่วงผันผวน โดยมีแนวรับอยู่ที่ระดับ 7,550 จุด และแนวต้านที่ 7,800 จุด
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT +7] |
| อังคารที่ 25 สิงหาคม | ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากองค์กร Conference Board | สหรัฐ อเมริกา | 90.8 | 21:00 น. |
| อังคารที่ 25 สิงหาคม | ยอดขายบ้านใหม่ | สหรัฐ อเมริกา | 628K | 21:00 น. |
| พุธที่ 26 สิงหาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | ออสเตรเลีย | 3.80% | 08:30 น. |
| พุธที่ 26 สิงหาคม | ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภค ส่วนบุคคลพื้นฐาน ปีต่อปี | สหรัฐ อเมริกา | 3.30% | 19:30 น. |
| พุธที่ 26 สิงหาคม | ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสต่อไตรมาส | สหรัฐ อเมริกา | 1.5% | 19:30 น. |
| พุธที่ 26 สิงหาคม | คำสั่งซื้อสินค้าคงทน | สหรัฐ อเมริกา | 0.5% | 19:30 น. |
| พฤหัสที่ 27 สิงหาคม | จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน | สหรัฐ อเมริกา | 19:30 น. | |
| พฤหัสที่ 27 สิงหาคม | การประชุม Jackson Hole วันที่ 1 | สหรัฐ อเมริกา | ||
| ศุกร์ที่ 28 สิงหาคม | ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือน | แคนาดา | 0.3% | 19:30 น. |
| ศุกร์ที่ 28 สิงหาคม | การประเมินและปรับปรุงตัวเลข NFP | สหรัฐ อเมริกา | -911K | 21:00 น. |
| ศุกร์ที่ 28 สิงหาคม | การประชุม Jackson Hole วันที่ 2 | สหรัฐ อเมริกา |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำฟื้นตัวกลับสู่ช่วงขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยซื้อขายอยู่เหนือระดับ $4,500 หลังปรับตัวขึ้นกว่า 4% ในสัปดาห์ ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยรายวันทั้ง MA5 MA10 และ MA20 ต่างพุ่งขึ้นทั้งหมด และราคาปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ระดับเหนือเส้นทั้งหมดนี้สบายๆ
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $4,600 ตามด้วยจุดสูงสำคัญเดิมที่ $4,890 โดยถ้าทองคำขึ้นไปยืนเหนือระดับ $4,600 ได้ ก็ยิ่งมีโอกาสให้ปรับตัวขึ้นไปต่อที่ระดับ $4,700–$4,800 ก่อนมีโอกาสกลับไปทดสอบระดับ $4,890 ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค
ส่วนแนวรับสำคัญแรกหลังทะลุแนวต้านขึ้นมาจะอยู่ที่ $4,500–$4,505 โดยมีแนวรับถัดไปที่ $4,425 และ $4,275 ตามลำดับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการปรับตัวขึ้นล่าสุดก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการทะลุแนวต้านขึ้นมา โดยรวมแล้ว การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังให้อยู่ในช่วงขาขึ้นชัดเจน แม้การพุ่งขึ้นแรงอาจทำให้เกิดการย่อตัวในระยะสั้นได้เช่นกัน แต่ตราบใดที่ทองคำยังยืนเหนือระดับ $4,500 ได้ ช่วงขาขึ้นหลังการ Breakout ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,644 – $4,650 | $4,774 – $4,780 | $4,800 – $4,810 |
| แนวรับ | $4,545 – $4,550 | $4,376 – $4,385 | $4,300 – $4,312 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ฟื้นตัวเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังรักษาระดับอยู่ที่ $93.50 จนปรับตัวขึ้นเหนือ $95 ได้ในช่วงที่ผ่านมา แม้ล่าสุดจะย่อตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดระหว่างวันก็ตาม ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยก็ยังคงเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้
โดยภาพรวมทางเทคนิคในระยะสั้นยังคงเป็นบวกตามราคาที่ยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้นได้ ด้านแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ $95.10 โดยถ้าทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้ต่อเนื่อง ก็อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่วงขาขึ้น และเปิดทางให้ไปต่อที่ระดับ $100 ซึ่งเป็นเป้าหมายทางจิตวิทยาที่สำคัญได้ และถ้าผ่านระดับ $100 ได้อีก ตลาดก็อาจวางเป้าหมายในระดับที่สูงขึ้นต่อไป โดยแรงส่งต้องแข็งแกร่งพอที่จะรักษาโมเมนตัมให้ไปต่อในระดับนั้นได้
ส่วนแนวรับสำคัญแรกจะอยู่ที่ระดับ $92.50 ตามด้วย $90.80 และ $88.30 ถ้าหลุดต่ำกว่า $88.30 ก็อาจเป็นสัญญาณว่าช่วงการฟื้นตัวในปัจจุบันอ่อนแรงลง และอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานได้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $97.70 – $97.75 | $100.42 – $100.55 | $102.34 – $102.50 |
| แนวรับ | $91.85 – $91.90 | $90.10 – $90.16 | $88.50 – $88.64 |
บทวิเคราะห์ราคาบิตคอยน์ทางเทคนิค
บิตคอยน์แสดงให้เห็นถึงช่วงขาขึ้นที่ทะลุแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง โดยกลับมาซื้อขายอยู่ที่ $77,178 หลังพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจุบัน ราคาได้ทะลุขึ้นเหนือระดับ $69,730 ได้อย่างเด็ดขาด พร้อมยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้น ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นก็ได้ยืนยันว่าโมเมนตัมในระยะกลางปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $77,200–$77,300 ซึ่งอยู่ใกล้จุดสูงปัจจุบัน โดยมีระดับ $80,000 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านทางจิตวิทยาถัดไป โดยถ้าทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่จุดสูงสำคัญเดิมที่ $81,657 ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ $69,700 เป็นระดับแรก ตามด้วย $66,400–$65,400 ลงมา
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้บิตคอยน์เริ่มเข้าสู่ภาวะตึงตัวทางเทคนิคในระยะสั้น ดังนั้น การย่อตัวกลับมาที่ $69,700 จึงไม่ได้ทำให้ช่วงขาขึ้นหายไปแต่อย่างใด และอาจเป็นเพียงการกลับมาทดสอบโซน Breakout เดิม ตราบใดที่เหรียญคริปโตนี้ยังยืนเหนือ $69,700 ได้ มุมมองทางเทคนิคยังคงเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสเดินหน้าสู่ $80,000 และ $81,650 ได้ต่อไป แต่หากราคากลับลงมายืนต่ำกว่า $69,700 อย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้สัญญาณ Breakout อ่อนแรงลงและเพิ่มโอกาสให้เกิดการพักฐานที่่ต่ำลง
กราฟราคาบิตคอยน์รายวัน

| แนวต้าน | $80,559 – $80,600 | $86,730 – $86,800 | $88,085 – $88,150 |
| แนวรับ | $74,854 – $74,900 | $67,380 – $67,420 | $65,996 – $66,000 |
บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค
S&P 500 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในระยะกลางได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ล่าสุดจะย่อตัวลงมาเล็กน้อยจากจุดสูงสุดที่ 7,825 จุด โดยดัชนียังซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 7,672 จุด ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยยังเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้น โดยการที่ราคายังยืนเหนือเส้น MA20 ได้ก็ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะสะท้อนว่าโครงสร้างขาขึ้นในภาพรวมยังดำเนินต่อไปได้ แม้ตลาดจะเผชิญแรงขายในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนการเคลื่อนไหวล่าสุดก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงขายทำกำไรบางส่วน หลังดัชนีขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเส้น MA5 และ MA10 เริ่มเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง สะท้อนว่าโมเมนตัมในระยะสั้นอ่อนแรงลง ขณะที่เส้น MA20 ก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 7,825 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และถ้าดัชนีสามารถทะลุระดับดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ก็อาจเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังกลับมาอีกครั้ง และอาจเปิดทางให้ดัชนีขยับขึ้นสู่ระดับ 7,900–8,000 จุดได้
ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ 7,650 จุด เป็น ซึ่งเป็นระดับที่อยู่ใกล้กับเส้น MA20 โดยถ้าหลุดระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดการปรับฐานต่ำลงไปที่ระดับ 7,518 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญระดับถัดไป โดยรวมแล้วคาดว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อตราบใดที่ดัชนี้ยังยืนเหนือ 7,650 จุดได้ แต่ถ้าอยากกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นให้ชัดเจนอีกครั้ง ก็ต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือ 7,825 จุดให้ได้ก่อน
กราฟ S&P 500 รายวัน

| แนวต้าน | 7,710 – 7,720 | 7,794 – 7,800 | 7,815 – 7,825 |
| แนวรับ | 7,614 – 7,620 | 7,553 – 7,570 | 7,423 – 7,445 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง