
สรุปประเด็นสำคัญ
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลหลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงปัญหาการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ยังเป็นที่กังวลถึงการขนส่งน้ำมันต่อไป
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และดอลลาร์มีค่าสูงขึ้น ขณะที่ตลาดก็ได้เพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้ง
- หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดัน หลังผลประกอบการของ Alphabet และ Tesla จุดกระแสให้นักลงทุนต้องกลับคิดทบทวนถึงต้นทุน และการทำกำไรของบริษัทหลังลงทุนใน AI ด้วยเม็ดเงินมหาศาล
- ทองคำปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ระดับเหนือ $4,160 ก่อนร่วงสู่ระดับ $4,030 หลังผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น และดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์ปลอดภัย
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติรักษาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.25% แต่ก็ยังไม่ตัดโอกาสในการปรับขึ้นอีกในกรณีที่ราคาพลังงานยังสูงขึ้นต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ราคาน้ำมันและสงครามกระทบหุ้นเทคโนโลยีหนัก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์นี้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับฟังผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ก็ฟื้นตัวขึ้น ช่วยให้ Nasdaq ทรงตัวได้หลังจากเผชิญแรงขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน
โดยบรรยากาศการลงทุนเริ่มกลับมาดีขึ้นชั่วคราวในวันอังคารและวันพุธ หลังหุ้นชิปปรับตัวขึ้นได้ รวมถึงนักลงทุนยังหวังว่าผลประกอบการจากการลงทุนใน AI ของบริษัทต่างๆ จะออกมาดี ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center ให้สูงขึ้น
แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกกลับอย่างรวดเร็วในวันพฤหัสบดี หลังหุ้น Alphabet และ Tesla ร่วงลง เนื่องจากผลประกอบการที่ออกมาสร้างความกังวลถึงปัญหาการทำกำไร หลังใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลไปกับ AI
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ตลาด อีกทั้งยังดันผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ให้สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อมูลค่าของหุ้นเทคโนโลยีโดยตรง แะถึงแม้ผลประกอบการของ Intel ที่ประกาศออกมาดีจะช่วยพยุงตลาดได้ในวันศุกร์ แต่ตลาดก็ยังให้ความสำคัญกับราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และการประชุมของ Fed ในสัปดาห์ถัดไปมากกว่า
ทองและน้ำมัน: ราคาพลังงานแพร่อิทธิพลหนักตลอดสัปดาห์
น้ำมันดิบเบรนท์ถือเป็นสินทรัพย์ที่พุ่งแรงสุดในสัปดาห์นี้หลังทะยานขึ้นจาก $89.22 ในวันจันทร์สู่ระดับเหนือ $100 ภายในวันศุกร์ โดยคิดเป็นการปรับขึ้น 2% ในวันอังคาร 3.4% ในวันพุธ และ 7% ในวันพฤหัส ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับสูงสุดชั่วคราวที่ $102 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน
ด้านทองคำกลับปิดสัปดาห์ในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง แม้ในช่วงแรกจะดีดขึ้นจากจุดที่อยู่ต่ำกว่า $4,000 สู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ $4,166 ในวันพุธตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มความต้องการในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หลังจากนั้นทองคำกลับร่วงลงถึง 2% ในวันพฤหัสก่อนอ่อนตัวลงต่อสู่ระดับ $4,030 ในวันศุกร์
การกลับตัวลงของทองคำได้สะท้อนให้เห็นว่าผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และโอกาสที่ Fed จะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่าสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้ทองคำเผชิญปัญหารับช่วงปิดสัปดาห์
ตลาดฟอเร็กซ์: ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าหลังการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นได้เพิ่มปัญหาเงินเฟ้อ และดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้นเช่นกัน
ด้านคู่เงิน EUR/USD เปิดสัปดาห์ที่ระดับ 1.1430 ก่อนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่ 1.1364 ในวันพฤหัส เนื่องจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม รวมถึงดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยคู่เงินนี้ได้ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.1384 ในวันศุกร์ แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าระดับที่เปิดในช่วงต้นสัปดาห์
แม้ธนาคารกลางยุโรปจะรักษาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.25% เท่าเดิม แต่ก็ทิ้งท้ายว่าจะติดตามระดับความรุนแรง ระยะเวลา และผลกระทบทางอ้อมจากราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด ขณะที่ตลาดก็ได้คาดการณ์ว่าธนาคารอาจปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก ถ้าราคาน้ำมันและก๊าซยังยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ตลาดช่วงวันที่ 27–31 กรกฎาคม
ในสัปดาห์หน้า ตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มได้รับอิทธิพลจากผลการประชุมของ Fed การเติบโตของเศรษฐกิจ และข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่
โดย Fed จะเริ่มประชุมในวันที่ 28–29 กรกฎาคม แม้ผลการปรับอัตราดอกเบี้ยจะสำคัญ แต่สิ่งที่ตลาดต้องจับตามองมากกว่าคือท่าทีของคณะกรรมการในการประเมินผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเหนือ $100 หาก Fed ส่งสัญญาณการใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ก็อาจดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์มีค่ายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาหลักต่อหุ้นเทคโนโลยี และทองคำต่อไป
ในวันที่ 30 กรกฎาคม สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 รายงานรายได้ส่วนบุคคล และข้อมูลการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนมิถุนายน รวมถึงดัชนีเงินเฟ้อจาก PCE เช่นกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง หรือเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจตอกย้ำมุมมองว่า Fed ต้องดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น แต่ถ้าข้อมูลออกมาต่ำกว่าที่คาด ก็อาจลดโอกาสที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในอนาคต
ด้าน Microsoft และ Met ได้วางกำหนดการรายงานผลประกอบการหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในวันที่ 29 กรกฎาคม ตามด้วย Amazon ที่จะประกาศในวันที่ 30 กรกฎาคม ด้านนักลงทุนต้องจับตาการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ ความต้องการ AI การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อัตรากำไร และกระแสเงินสดอิสระให้ดี หลังผลประกอบการของ Alphabet และ Tesla ออกมาเป็นที่ไม่น่าพอใจนักในสัปดาห์นี้
ด้านน้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้ในระยะนี้ ตราบใดที่ปัญหาการขนส่งน้ำมันยังไม่คลี่คลาย โดยการอยู่เหนือระดับ $100 ถือเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลถึงปัญหาเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงต่อ อย่างไรก็ตาม หากมีการประกาศหยุดยิงที่ชัดเจน หรือเส้นทางการเดินเรือบรรทุกน้ำมันกลับมาใช้ได้ตามปกติ ราคาน้ำมันก็อาจเผชิญการปรับฐานลงแรงได้
ด้านทองคำยังมีแนวโน้มอ่อนไหวต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยถ้าราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นในกราฟรายวัน ก็อาจเป็นปัญหาในภาพรวมต่อ แต่ถ้าราคาน้ำมันเริ่มลดลง หรือ Fed เริ่มดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายลง ก็อาจดันให้ทองคำฟื้นตัวได้เช่นกัน
ขณะที่ EUR/USD มีแนวโน้มเผชิญปัญหาต่อเนื่อง ตราบใดที่ดอลลาร์ยังแข็งค่าได้จากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง โดยคู่เงินนี้ต้องกลับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 1.1400–1.1420 ให้มั่นคงก่อน ถึงจะเป็นการพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | เวลาไทย (GMT+7) |
| วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม | คำสั่งซื้อสินค้าคงทน | สหรัฐอเมริกา | 19:30:00 น. |
| วันพุธที่ 29 กรกฎาคม | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | สหรัฐอเมริกา | 01:00:00 น. |
| วันพุธที่ 29 กรกฎาคม | การแถลงข่าวของประธาน Fed | สหรัฐอเมริกา | 01:30:00 น. |
| วันพฤหัสที่ 30 กรกฎาคม | การประมาณผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 2 | สหรัฐอเมริกา | 19:30:00 น. |
| วันพฤหัสที่ 30 กรกฎาคม | รายได้ส่วนบุคคล และดัชนีรายจ่าย ด้านการบริโภค ส่วนบุคคล (PCE) | สหรัฐอเมริกา | 19:30:00 น. |
| วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม | ดัชนีอัตราค่าจ้าง แรงงาน | สหรัฐอเมริกา | 19:30:00 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำกลับมาอยู่ในช่วงขาลงในกราฟรายวัน หลังไม่สามารถรักษาระดับเหนือ $4,100 ที่ดีดขึ้นในวันพุธได้ ในปัจจุบัน XAU/USD ได้ซื้อขายอยู่ที่ $4,029 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 ที่ระดับ $4,035 ส่วนเส้น MA10 จะอยู่ที่ $4,042 และเส้น MA20 จะอยู่ที่ $4,054 สะท้อนว่าฝั่งขายกลับมาคุมตลาดในระยะสั้นได้อีกครั้ง
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ตรงเส้น MA5 ที่ $4,035 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $4,042 และถัดไปที่เส้น MA20 ตรง $4,054 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ตรงจุดต่ำสุดในวันพุธที่ $4,023 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $4,000 และจุดต่ำสุดของวันจันทร์ที่ $3,983
หากราคาฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือระดับ $4,054 ได้ ก็อาจช่วยผ่อนช่วงขาลงได้ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่า $4,000 ต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ราคาร่วงไปที่ระดับ $3,983 ได้
กราฟราคาทองคำรายวัน

| ระดับ 1 | ระดับ 2 | ระดับ 3 | |
| แนวต้าน | $4,160 – $4,175 | $4,240 – $4,255 | $4,360 – $4,372 |
| แนวรับ | $4,000 – $4,023 | $3,923 – $3,945 | $3,822 – $3,840 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในกราฟรายวัน หลังพุ่งขึ้นจากจุดที่อยู่ต่ำกว่า $90 ไปแตะจุดสูงที่ $102 ในระหว่างสัปดาห์ โดยราคายังอยู่เหนือเส้น MA20 MA50 และ MA100 ถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดได้ แม้จะเริ่มเช้าสู่ช่วงพักฐานในวันศุกร์ก็ตาม
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ตรงจุดสูงของวันศุกร์ที่ $101.16 ตามด้วยระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่ $102 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ตรงเส้น MA20 ที่ระดับ $99.90 ตามด้วยระดับถัดไปตรงเส้น MA50 ที่ $96.40–$96.90 ตามด้วยเส้น MA100 ที่ $92.90–$93.75
โดยถ้าราคาสามารถยืนเหนือ $102 ได้มั่นคง ก็อาจดันให้ช่วงขาขึ้นดำเนินต่อไปได้ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่า $99.90 ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรง และกดให้ราคาร่วงไปที่ระดับ $96.40–$96.90 ได้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| ระดับ 1 | ระดับ 2 | ระดับ 3 | |
| แนวต้าน | $101.16 – $101.30 | $102.56 – $102.70 | $104.20 – $104.45 |
| แนวรับ | $99.20 – $99.35 | $97.40 – $97.90 | $94.50 – $94.75 |
บทวิเคราะห์ Nasdaq 100 ทางเทคนิค
Nasdaq-100 กลับมาอยู่ในช่วงขาลงในกราฟรายวัน เนื่องจากไม่สามารถรักษาการฟื้นตัวหลังขึ้นไปเหนือระดับ 29,300 จุดในช่วงกลางสัปดาห์ได้ โดยล่าสุดดัชนีได้ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 28,550 จุด ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 ที่ 28,571 จุด, เส้น MA10 ที่ 28,617 จุด และเส้น MA20 ที่ 28,714 จุด
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ตรงเส้น MA5 ที่ 28,571 จุด ตามด้วยระดับต่อไปตรงเส้น MA10 ที่ 28,617 จุดและตามด้วยระดับของเส้น MA20 ใกล้ 28,714 จุด ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ตรงจุดต่ำสุดของสัปดาห์ที่ 28,435-28,465 จุด และตามด้วยระดับถัดไปที่จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้าที่ 28,408 จุด
โดยถ้าดัชนีสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือ 28,714 จุด ได้ ก็อาจช่วยลดพลังของแรงขายลงได้ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่า 28,408 จุดต่อเนื่อง ก็จะเป็นการยืนยันถึงการปรับฐานที่ต่ำลง
กราฟ Nasdaq 100 รายวัน

| ระดับ 1 | ระดับ 2 | ระดับ 3 | |
| แนวต้าน | 28,571 | 28,617 | 28,714 |
| แนวรับ | 28,435–28,465 | 28,408 | — |
บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD ทางเทคนิค
ภาพรวมของ EUR/USD ยังอยู่ในช่วงขาลงในกราฟรายวัน แม้จะฟื้นตัวได้เล็กน้อยจากจุดต่ำสุดของวันพฤหัสที่ 1.1364 โดยปัจจุบันได้ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1.1384 ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้กับเส้น MA5 MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวอยู่ในช่วง 1.1379–1.1382 แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA50 MA100 และ MA200
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 1.1440 ตามด้วยระดับต่อไปที่ 1.1560 และ 1.1620 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ตรง 1.1375 ตามด้วยจุดต่ำสุดของสัปดาห์ตรง 1.1324 และตามด้วยจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายนที่ 1.1325
โดยถ้าสามารถทะลุระดับ 1.1460 ขึ้นไปได้ ก็อาจช่วยให้กราฟรายวันกลับมาดูดีขึ้น แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับ 1.1364 ก็อาจเกิดแรงขายจนกดให้คู่เงินร่วงไปที่ 1.1300 ได้
กราฟ EURUSD รายวัน

| ระดับ 1 | ระดับ 2 | ระดับ 3 | |
| แนวต้าน | 1.1450 – 1.1458 | 1.1620 – 1.1627 | 1.1700 – 1.1712 |
| แนวรับ | 1.1323 – 1.1340 | 1.1251 – 1.1260 | 1.1200 – 1.1207 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง