
สรุปประเด็นสำคัญ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญเสียแรงส่งหลังราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และสงครามที่ยังไม่มีความแน่นอนได้สร้างปัญหาต่อบรรยากาศการลงทุน แม้ผลประกอบการของบริษัทต่างๆ จะออกมาแข็งแกร่งก็ตาม
- รายงานการประชุม FOMC แสดงถึงปัญหาที่ Fed ต้องคิดหนักถึงทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป ด้านผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายก็ยังมีความความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
- ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงหลังมีการคาดการณ์ว่าตลาดแรงงานจะลดความแข็งแกร่งลง ส่งผลให้ผลกระทบจากการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นของ Fed ที่มีผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นโมฆะไป
- ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นตามปัญหาการขนส่งน้ำมัน ส่งผลให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง และเป็นตัวแปรที่ลดโอกาสที่ Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะใกล้นี้
- ทองคำยังแข็งแกร่งแม้จะอยู่ในช่วงผันผวน โดยราคากลับขึ้นมาอยู่เหนือ $4,100 อีกครั้งตามดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ด้วยการซื้อขายที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง โดย Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ต่างอยู่ในช่วงกดดัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้จุดชนวนปัญหาเงินเฟ้ออีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ และถึงแม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะได้รับแรงหนุนจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เป็นระยะ แต่ภาพรวมของตลาดก็ยังอยู่ในช่วงอ่อนแรงตามปัญหาสงครามที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจก็ยังแสดงถึงความไม่แน่นอนนัก โดย ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISM ยังพัฒนาขึ้นได้ต่อเนื่อง สะท้อนว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ยังคงเติบโตได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวก็ยัเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนได้ไม่มากนัก เนื่องจากตลาดยังคงให้ความสนใจกับปัญหาเงินเฟ้อ และทิศทางการดำเนินนโยบายของ Fed เป็นหลัก
ด้านรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed (FOMC Minutes) ถือเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ตลาดต้องจับตาตลอดทั้งสัปดาห์ โดยมีรายงานว่าคณะกรรมยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยบางส่วนมองว่าอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับลง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่กังวลว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับเหนือเป้าหมาย พร้อมชี้ว่า Fed อาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีก ในภาพรวม รายงานที่ออกมาก็ได้ตอกย้ำว่า Fed มีแนวโน้มดำเนินนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก และยังต้องใช้ความระมัดระวังก่อนจะตัดสินใจว่าจะผ่อนคลายนโยบายลงหรือไม่
ตลาดฟอเร็กซ์
ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้ แม้ยังอยู่ในช่วงที่เกิดสงครามก็ตาม โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ตลาดเพิ่มโอกาสว่า Fed อาจชะลอการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ประกาศในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนออกมาแย่กว่าที่คาด แม้รายงานการประชุม FOMC จะออกมามีท่าทีว่า Fed ยังต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดต่อ แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นแต่อย่างใด
ด้านดอลลาร์นิวซีแลนด์กลับเป็นสกุลเงินที่โชว์ผลงานได้โดดเด่นแทน หลังธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2.50% สะท้อนถึงความมั่นใจที่เศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัว ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อเช่นกัน
ขณะเดียวกัน เยนญี่ปุ่นก็ได้รับแรงหนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างคุณ คาตายามะ ที่ออกมาเผยว่าญี่ปุ่นมีโอกาสปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่กับการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังเชิงรุก คำแถลงดังกล่าวยังช่วยตอกย้ำโอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนปรนการใช้นโยบายแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษลง ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงเงินเยนให้ทรงตัวได้ แม้ดอลลาร์สหรัฐฯ จะอยู่ในช่วงผันผวนก็ตาม
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
การเปิดฉากโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาสร้างความเสี่ยงอย่างหนัก เนื่องจากเรือพาณิชย์หลายลำในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีความมั่นคงอยู่แล้วได้สิ้นสุดลง พร้อมจุดกระแสความกังวลถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันผ่านหนึ่งในเส้นทางขนส่งที่สำคัญที่สุดของโลก
ด้วยเหตุนี้ ราคาน้ำมันจึงพุ่งขึ้นอย่างหนักในช่วงแรก ก่อนจะร่วงลงระดับหนึ่งในช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบก็ถือว่ายังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากตลาดยังกังวลถึงความเสี่ยงจากสงครามอยู่
การที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นยังทำให้ประเด็นเงินเฟ้อกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ซึ่งเป็นตัวแปรที่ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยิ่งปรับตัวสูงขึ้น และลดโอกาสที่ Fed จะผ่อนนโยบายลงในระยะอันใกล้
ด้านราคาทองคำได้เคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ โดยในช่วงแรก ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นจะกดให้ทองคำร่วงลง แต่หลังจากนั้น ทองกลับมาฟื้นตัวขึ้นเหนือระดับ $4,100 ได้อีกครั้งหลังดอลลาร์อ่อนค่าลงตามผลรายงานการประชุม FOMC แต่ถึงแม้ทองคำจะกลับมาดีดขึ้นได้ ปัญหาเงินเฟ้อ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงขึ้นนานกว่าที่คาดไว้ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทองคำยังปรับตัวขึ้นมากกว่านี้ไม่ได้ในช่วงนี้
มุมมองในสัปดาห์ถัดไป
ในสัปดาห์ต่อไป ตลาดการเงินโลกจะเป็นอย่างไรก็มีสิทธิ์ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยต่อไปนี้เป็นหลัก
ประเด็นแรก คือสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยหากมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก็อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง ส่งผลสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นที่ต้องการมากขึ้น และสร้างความผันผวนให้กับทั้งตลาดหุ้น และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ประเด็นที่สอง คือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายของ Fed และยังเผยให้เห็นว่าปัญหาเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลงหรือไม่ก่อนที่การประชุม FOMC ในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มขึ้น ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และการคาดการณ์ถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อไป
ประเด็นสุดท้าย คือตลาดฟอเร็กซ์จะต้องจับตาทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางใหญ่ทั่วโลกให้ดี แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง แต่การตัดสินใจจากธนาคารกลางอย่างที่นิวซีแลนด์ (RBNZ) และญี่ปุ่น (BOJ) ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสอื่นๆ ในตลาดได้
ในภาพรวม นักลงทุนควรเตรียมรับมือกับสัปดาห์ที่น่าจะเต็มไปด้วยความผันผวนอีกหนึ่งสัปดาห์ ทั้งเร่ื่องของสงคราม เงินเฟ้อ และทิศทางการใช้นโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในระยะต่อไปอย่างแน่นอน
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT+7] |
| วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม | คำแถลงการณ์ของคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ | สหรัฐ อเมริกา | 11:30:00 น. | |
| วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) | สหรัฐ อเมริกา | 4.20% | 19:30:00 น. |
| วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม | เควิน วอร์ชเข้าแถลงการณ์ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ | สหรัฐ อเมริกา | 21:00:00 น. | |
| วันพุธที่ 15 กรกฎาคม | ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต่อเดือน | สหรัฐ อเมริกา | 1.10% | 19:30:00 น. |
| วันพุธที่ 15 กรกฎาคม | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | แคนาดา | 2.25% | 20:45:00 น. |
| วันพุธที่ 15 กรกฎาคม | เควิน วอร์ชเข้าแถลงการณ์ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ | สหรัฐ อเมริกา | 21:00:00 น. | |
| วันพฤหัสที่ 16 กรกฎาคม | ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือน | สหราช อาณาจักร | -0.10% | 13:00:00 น. |
| วันพฤหัสที่ 16 กรกฎาคม | ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือน | สหรัฐ อเมริกา | 0.90% | 19:30:00 น. |
| วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม | ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นจาก มหาวิทยาลัยมิชิแกน | สหรัฐ อเมริกา | 49.5 | 21:00:00 น. |
| วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม | อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์เบื้องต้น (Prelim GDP) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน | สหรัฐ อเมริกา | 4.60% | 21:00:00 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำยังอยู่ในช่วงทรงตัวต่อ หลังเผชิญการปรับฐานลงต่อเนื่องตั้งแต่ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของปี โดยหลังยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ระดับ $3,942 ได้อย่างแข็งแกร่ง ฝั่งซื้อก็ค่อยๆ กลับมาคุมได้ตลาดได้จนดันราคาให้กลับมายืนเหนือเส้น MA5 และ MA10 ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ราคาก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง สะท้อนว่าภาพรวมยังไม่เปลี่ยนเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างสมบูรณ์
ด้านราคายังคงสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Low) อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ลงไปแตะจุดต่ำล่าสุด บ่งบอกว่าแรงซื้อกำลังทยอยกลับเข้าตลาด ขณะที่แท่งเทียนล่าสุดก็เริ่มแสดงถึงช่วงพักฐานที่ระดับ $4,110–$4,130 เพื่อเตรียมสร้างโมเมนตัมการฟื้นตัวที่ดีกว่าเดิม
ในระยะสั้น ภาพรวมก็ได้พัฒนาเข้าสู่ช่วงทรงตัวถึงขาขึ้น โดยถ้าราคาสามารถทะลุระดับ $4,135 ได้ ก็มีโอกาสผลักดันให้ช่วงขาขึ้นแข็งแกร่งขึ้น และเดินหน้าไปที่ระดับ $4,200 และ $4,280 ได้ แต่หลุดต่ำกว่าระดับ $4,080 ก็มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับที่ระดับ $4,020–$3,943 ได้เช่นกัน
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,200 – $4,215 | $4,305 – $4,320 | $4,456 – $4,465 |
| แนวรับ | $4,010 – $4,022 | $3,945 – $3,960 | $3,889 – $3,900 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาลงในภาพรวม แม้ล่าสุดจะดีดขึ้นจากจุดต่ำที่ระดับ $74.00 ได้ก็ตาม โดยราคาสามารถดีดขึ้นได้ในหลายช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงอยู่ดี ซึ่งถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าฝั่งขายยังได้เปรียบในระยะยาว
ด้านเส้น MA5 ที่ตัดขึ้นเหนือเส้น MA10 ก็ชี้ถึงโมเมนตัมระยะสั้นที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ยังฟื้นตัวได้ไม่มากนักเนื่องจากราคายังกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น MA20 ไม่ได้
โดยการดีดขึ้นล่าสุดก็ทำให้ราคาได้ยุติการสร้างจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Low) ซึ่งสะท้อนว่าช่วงขาลงกำลังจะหายไป อย่างไรก็ตาม ฝั่งซื้อก็ยังฝ่าแนวต้านที่ระดับ $76.00–$76.50 ไม่ได้ ทำให้การปรับตัวขึ้นในรอบนี้ยังถูกมองเป็นเพียงการปรับฐานขึ้นในช่วงขาลงเท่านั้น
ในระยะกลางก็ยังมองว่าอยู่ในช่วงทรงตัวถึงขาลงเท่านั้น ตราบใดที่ราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 แต่ถ้าสามารถยืนเหนือ $76.70 ได้มั่นคง ก็อาจช่วยพัฒนาช่วงฟื้นตัว และดันให้รคาไปที่ระดับ $80.30 ได้ ในทางกลับกัน ถ้าถูกกดลงจากแนวต้าน และยิ่งหลุดต่ำกว่า $75.00 อีก โมเมนตัมก็อาจเปลี่ยนมาเข้าทางฝั่งขายอีกครั้ง และมีโอกาสกดให้ราคาร่วงไปสู่ระดับ $72.00 ได้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $77.45 – $77.64 | $79.00 – $79.21 | $80.50 – $80.61 |
| แนวรับ | $74.20 – $74.31 | $72.87 – $73.00 | $71.33 – $71.50 |
บทวิเคราะห์ Dow Jones ทางเทคนิค
Dow Jones ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว แม้จะเกิดแรงขายทำกำไรหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 53,415 จุดได้ โดยราคายังอยู่เหนือเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้สบาย ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยที่เหลือก็ยังเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้หมด สะท้อนว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดได้ในภาพรวม
ถึงแม้การย่อตัวลงล่าสุดจะส่งผลให้โมเมนตัมระยะสั้นชะลอลงบ้าง แต่ในภาพรวมก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อช่วงขาขึ้นแต่อย่างใด
โดยหลังจกที่ราคาถูกกดลงจากจุดสูงสุด ดัชนีก็ได้เข้าสู่ช่วงพักฐาน โดยแท่งเทียนล่าสุดมีลำตัวค่อนข้างสั้น สะท้อนถึงภาวะลังเลของฝั่งซื้อและขายหลังจากที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้า แต่ที่สำคัญคือราคายังย่อตัวลงไปไม่ต่ำนัก เพราะฝั่งซื้อยังปกป้องแนวรับได้ตลอดหลังทะลุแนวต้านขึ้นก่อนหน้า
โดยในภาพรวมก็ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้ ตราบใดที่ดัชนียังอยู่เหนือระดับ 51,670 จุดอยู่ และถ้ายิ่งทะลุเหนือ 53,416 จุดขึ้นไปอีก ก็อาจเป็นสัญญาณยืนยันถึงการกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้ง และอาจไปถึงระดับ 54,000 จุดได้ แต่ถ้าเกิดแรงขายเพิ่มขึ้น แนวรับสำคัญระดับแรกจะอยู่ที่ 52,250 จุด ซึ่งอาจเป็นระดับที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงตลาดอีกครั้ง
กราฟดัชนี Dow Jones รายวัน

| แนวต้าน | 52,893 – 52,900 | 53,340 – 53,360 | 53,600 – 53,610 |
| แนวรับ | 52,070 – 52,090 | 51,599 – 51,620 | 50,787 – 50,805 |
บทวิเคราะห์ USDJPY ทางเทคนิค
คู่เงิน USDJPY ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นชัดเจนในระยะกลาง แม้จะย่อตัวจนปรับฐานต่ำลงในวันนี้ก็ตาม โดยก่อนหน้านี้ราคาได้ขึ้นไปทำจุดสูงล่าสุดที่ 162.83 ก่อนย่อตัวลงสู่ระดับ 161.30–161.50 แต่ก็ยังอยู่เหนือเส้น MA20 ที่พุ่งสู่ทิศทางขึ้น ขณะที่เส้น MA5 ก็ยังอยู่เหนือทั้งเส้น MA10 และเส้น MA20 ถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าช่วงขาขึ้นในภาพรวมยังไม่หายไปไหน
ด้านราคายังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher High) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Low) อย่างต่อเนื่อง แม้แท่งเทียนขาลงในวันนี้จะสะท้อนถึงแรงขายทำกำไรที่เกิดขึ้นบ้างหลังปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โมเมนตัมเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ฝั่งซื้อก็ยังคงปกป้องแนวรับตรงเส้นค่าเฉลี่ยไว้ได้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับระดับสำคัญในขณะนี้
ในระยะกลางก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อ ตราบใดที่คู่เงิน USDJPY ยังอยู่เหนือระดับ 160.65 และถ้าทะลุกลับขึ้นไปยืนเหนือ 162.00 อีกครั้ง ก็อาจเป็นโอกาสให้กลับขึ้นไปทดสอบระดับ 162.83 หรืออาจไปได้ถึง 163.50 เลย อย่างไรก็ตาม ถ้าหลุดต่ำกว่า 160.65 ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเกิดการปรับฐานต่ำลงไปที่ระดับ 159.80 ได้เช่นกัน
กราฟ USDJPY รายวัน

| แนวต้าน | 162.84 – 162.90 | 163.64 – 163.70 | 164.00 – 164.10 |
| แนวรับ | 160.50 – 160.55 | 159.59 – 159.80 | 158.61 – 158.70 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง