
สรุปประเด็นสำคัญ
- ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $100 เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้เพิ่มปัญหาให้กับการขนส่งน้ำมัน และจุดชนวนปัญหาเงินเฟ้อของโลกอีกครั้ง
- ปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ออกมาสูงกว่าคาด พร้อมเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนอีก
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่เป็นต้นเหตุให้ธนาคารกลางหลายแห่งยังต้องดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อไป
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเติบโต และหุ้นเทคโนโลยีเผชิญปัญหาจากราคาน้ำมัน และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น รวมถึงโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นก็เช่นกัน
- ในสัปดาห์หน้า การประชุม FOMC ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของตลาด ทั้งในเรื่องการปรับดอกเบี้ย รวมถึง Dot Plot และแนวทางการดำเนินนโยบายของ Fed ซึ่งทั้งหมดนี้มีโอกาสเป็นตัวกำหนดทิศทางของดอลลาร์สหรัฐฯ ผลตอบแทนพันธบัตร หุ้น และทองคำได้
- สงครามยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดชองตลาด โดยในกรณีที่มีการใช้ความรุนแรงหนักขึ้น ก็อาจดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นอีก แจ่ถ้ามีการลดระดับความตึงเครียดลง ก็อาจกระตุ้นให้ตลาดการเงินโลกฟิ้นตัวได้เช่นกัน
สัปดาห์นี้ ตลาดโลกยังต้องเผชิญความผันผวนต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หลังสงครามตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลไปเรียบร้อย พร้อมจุดชนวนปัญหาเงินเฟ้อให้กลับมาอีกครั้ง อีกทั้งยังสร้างปัญหาต่อตลาดหุ้น และพันธบัตรไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกัน ปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงโอกาสที่ธนาคารกลางทั่วโลกจะปรับมาใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนถึงทิศทางการปรับดอกเบี้ยของ Fed ในสัปดาห์หน้า
น้ำมันพุ่ง 13% ในสัปดาห์นี้ตามความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้น
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังคงเป็นปัญหาหลักของตลาด โดยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และปัญหาการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญ ก็ได้เพิ่มความกังวลว่าปัญหาอาจยืดเยื้อเป็นเวลานาน ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรลจนแตะ $110 ในวันศุกร์ ถือเป็นการปรับตัวขึ้นเกือบ 13% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงขึ้นอีก ก็อาจดันให้ไปต่อที่ระดับ $120 ได้เลย นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ยิ่งสร้างความกังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นต้นตอของปัญหาเงินเฟ้อ และเป็นสาเหตุให้ธนาคารกลางทั่วโลกจำเป็นต้องรักษาดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง รวมถึงมีโอกาสปรับสูงขึ้นอีกได้เช่นกัน
ข้อมูลผู้ผลิตของสหรัฐฯ ชี้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่จะมีการใช้นโยบายที่เข้มงวดสูงขึ้น หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมได้เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และพุ่งขึ้นถึง 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสาเหตุก็มาจากสินค้าบางประเภทที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ 70% แล้ว
ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.50% แล้ว ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ในปีนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันได้ขยับขึ้นเหนือ 3% อีกทั้ง ECB ยังวางเป้าหมายเงินเฟ้อของปี 2026 เพิ่มมาที่ 3.0% สะท้อนให้เห็นว่าการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางมีอิทธิพลต่อธนาคารกลางในการประเมินทิศทางเงินเฟ้อชัดเจน
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรงตามผลตอบแทนพันธบัตรที่พู่งสูง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาเผชิญปัญหาหนัก เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นได้ส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงตามอัตราคิดลดที่สูงขึ้น โดย S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับตัวลงในสัปดาห์นี้ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีก็จ่อพุ่งแตะระดับ 5% ส่งผลให้ทั้งผลตอบแทนพันธบัตร และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้สร้างปัญหาต่อหุ้นเติบโต และหุ้นเทคโนโลยีเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม Apple ถือเป็นหุ้นที่ได้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก หลังเพิ่งเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone จอพับรุ่นแรกอย่าง iPhone Duo ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ $1,999 และถึงแม้บริษัทจะขึ้นราคา iPhone Pro รุ่นล่าสุดขึ้นอีก $100 แต่หุ้น Apple กลับปรับตัวขึ้นอีก 3.6% ในวันถัดมา เนื่องจากนักลงทุนยังมองถึงแง่ดีในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แม้จะมีความกังวลถึงราคาที่สูง และปัญหาถึงความต้องการของลูกค้าก็ตาม
บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า
การประชุมของ Fed ในวันที่ 15–16 กันยายนจะถือเป็นไฮไลท์สำคัญของตลาด โดยนอกจากการปรับดอกเบี้ยแล้ว Fed จะมีการเปิดเผยรายงานสรุปการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) และ Dot Plot ออกมา ขณะที่ข้อมูลยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ข้อมูลภาคที่อยู่อาศัย และภาคอุตสาหกรรมจะถือเป็นตัวชี้วัดถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ชัดเจนขึ้น
ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเปิดการประชุมนโยบายขึ้นในวันที่ 17–18 กันยายน โดยตลาดคาดว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นเป็น 1.25% คิดเป็นการปรับขึ้นอีก 0.25% ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ของธนาคารกลางญี่ปุ่นประกอบกับโอกาสที่ Fed จะใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ก็มีแนวโน้มสร้างความผันผวนให้กับคู่เงิน USDJPY อย่างหนัก โดยเฉพาะช่วงที่เยนญี่ปุ่นเพิ่งแข็งค่าขึ้น และตลาดยังจับตาถึงโอกาสที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาดอีกครั้ง
สรุปแล้ว ตลาดกำลังเข้าสู่สัปดาห์หน้าด้วยโอกาสสูงที่จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังรุนแรง โดยราคาน้ำมัน และผลการประชุมของ Fed มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดว่าแรงเทขายล่าสุดจะยังดำเนินต่อไป หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นเป็นแรงซื้ออีกครั้ง
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT +7] |
| จันทร์ที่ 14 กันยายน | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ตามค่ามัธยฐาน | แคนาดา | 2.0% | 19:30 น. |
| อังคารที่ 15 กันยายน | การเปลี่ยนแปลงจำนวน ผู้ว่างงาน | สหราช อาณาจักร | -11.0K | 13:00 น. |
| พุธที่ 16 กันยายน | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | สหราช อาณาจักร | 2.9% | 13:00 น. |
| พุธที่ 16 กันยายน | ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือน | สหรัฐ อเมริกา | -0.6% | 19:30 น. |
| พุธที่ 16 กันยายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | สหรัฐ อเมริกา | 3.75% | 01:00 น. |
| พฤหัสที่ 17 กันยายน | ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสต่อไรมาส | New Zealand นิวซีแลนด์ | 0.8% | 05:45 น. |
| พฤหัสที่ 17 กันยายน | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | ยุโรป | 2.9% | 16:00 น. |
| พฤหัสที่ 17 กันยายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | สหราช อาณาจักร | 3.75% | 18:00 น. |
| พฤหัสที่ 17 กันยายน | จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน | สหรัฐ อเมริกา | 19:30 น. | |
| ศุกร์ที่ 18 กันยายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | ญี่ปุ่น | 1.00% | 10:00 น. |
บทวิเคราะห์และการคาดการณ์ทางเทคนิค:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้นระยะยาว แม้กราฟรายวันจะแสดงให้เห็นถึงการปรับฐานลงหนักจากจุดสูงล่าสุดที่ $4,646 ก็ตาม โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $4,350 และถึงแม้ว่าโมเมนตัมระยะสั้นจะเป็นขาลง แต่ในระยะถัดไปได้ชี้ว่าเปลี่ยนเป็นช่วงขาขึ้นแทน
ด้านแนวรับสำคัญแรกจะอยู่ที่ระดับ $4,300 ตามด้วย $4,129–$4,130 ส่วนระดับ $4,390–$4,465 จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญแรก ตามด้วย $4,646 ที่เป็นแนวต้านหลัก โดยถ้าราคายังยืนเหนือ $4,300 ได้ ก็มีโอกาสดันให้ทองคำฟื้นตัวต่อได้ แต่่ถ้าร่วงหลุดระดับดังกล่าว ก็อาจเปิดทางให้ปรับตัวลงไปที่ระดับ $4,130 ได้เช่นกัน โดยรวมแล้วก็คาดว่าอยู่ในช่วงทรงตัวไปถึงขาลงในระยะสั้น แต่ในระยะกลางถึงระยะยาวก็คาดว่าได้เปลี่ยนเป็นช่วงขาขึ้นแทน
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,441 – $4,450 | $4,595 – $4,600 | $4,621 – $4,630 |
| แนวรับ | $4,282 – $4,300 | $4,174 – $4,180 | $4,080 – $4,095 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยราคาได้พุ่งขึ้นไปแตะ $110.00 ก่อนปรับตัวลงมาที่ $106.85 ซึ่งถึงแม้ว่าล่าสุดราคาจะร่วงลง แต่ภาพรวมก็ยังแสดงให้เห็นถึงการสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) อย่างต่อเนื่อง และราคาปัจจุบันก็ยังอยู่เหนือเส้น MA10 และ MA20 ได้สบายๆ แม้จะเคยร่วงต่ำกว่าเส้น MA5 ที่ $103.57 หลังพุ่งขึ้นแรงก็ตาม
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $110.03 ตามด้วยระดับจิตวิทยาที่ $115 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ $103.50 ตามด้วย $100 และเส้น MA20 ที่ระดับ $95.40 โดยถ้าทะลุ $110 ได้อีก ก็อาจตอกย้ำถึงช่วงขาขึ้นได้ แต่ถ้าร่วงต่ำกว่า $100 ต่อเนื่อง ก็อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับฐานต่ำลง โดยรวมแล้ว การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ยังให้เป็นช่วงขาขึ้นต่อ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาก็อาจทำให้ตลาดเผชิญแรงขายทำกำไรได้อีกในระยะสั้น
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $109.78 – $110.03 | $112.26 – $112.50 | $113.78 – $113.90 |
| แนวรับ | $103.50 – $103.70 | $102.67 – $102.80 | $101.20 – $101.35 |
บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค
คู่เงิน EURUSD กลับเช้ามาอยู่ในช่วงฟื้นตัวในระยะถัดไป แต่ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงพักฐาน หลังขึ้นไปแตะระดับ 1.1700 ในเดือนสิงหาคมมา โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1.1609 และเริ่มแสดงให้เห็นว่าโมเมนตัมระยะสั้นเริ่มอ่อนแรงลง
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 1.1625–1.1650 ตามด้วย 1.1700–1.1726 ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ 1.1580 ตามด้วย 1.1500 และ 1.1420 โดยถ้าทะลุระดับ 1.1650 ขึ้นไปได้ ก็อาจเสริมความแข็งแกร่งให้ช่วงฟื้นตัวได้ แต่ถ้าร่วงหลุด 1.1580 ลงมา ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการปรับฐานต่ำลงได้เช่นกัน โดยรวมแล้วก็คาดว่าอยู่ในช่วงทรงตัวค่อนไปทางขาลงในระยะสั้นนี้
กราฟ EURUSD รายวัน

| แนวต้าน | 1.1645 –1.1650 | 1.1700 –1.1726 | 1.1765 – 1.1780 |
| แนวรับ | 1.1567 – 1.1574 | 1.1513 – 1.1520 | 1.1464 – 1.1473 |
บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค
ภาพรวมของดัชนี S&P 500 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่กราฟรายวันก็เรื่มแสดงให้เห็นถึงการปรับฐานต่ำลงในระยะสั้นจากจุดสูงที่ 7,825 จุดแล้ว โดยปัจจุบันดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 7,635 จุด และราคาก็สะท้อนให้เห็นว่าโมเมนตัมระยะสั้นยังต้องเผชิญแรงกดดันต่อไป
ด้านแนวรับสำคัญจะอยู่ที่ระดับ 7,600 จุด ตามด้วยจุดต่ำล่าสุดที่ 7,589 จุด และ 7,500 จุด ส่วนระดับ 7,675–7,690 จุดจะทำหน้าที่เป็นแนวต้านแรก และมีระดับ 7,825 จุดที่ทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ โดยถ้าดัชนีสามารถกลับขึ้นไปเหนือ 7,690 จุดได้ ก็อาจดันให้ช่วงขาขึ้นในระยะสั้นปรับตัวดีขึ้นอีก แต่ถ้าร่วงหลุดระดับ 7,589 จุดลงมา ก็อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับฐานต่ำลงอีก โดยรวมแล้วก็คาดว่าอยู่ในช่วงทรงตัวค่อนไปทางขาลงภายใต้ช่วงขาขึ้นในระยะถัดไป
กราฟ S&P 500 รายวัน

| แนวต้าน | 7,700 – 7,712 | 7,816 – 7,824 | 7,876 – 7,890 |
| แนวรับ | 7,589 – 7,600 | 7,486 – 7,490 | 7,376 – 7,380 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
Important Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.