Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ตลาดหุ้นฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงตามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังสร้างปัญหาต่อการลงทุน

July 31, 2026, 12:17
ตลาดหุ้นฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงตามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของ Fed ต่อหลังผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายมีมติรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ก็ยังส่งสัญญาณว่าปัญหาเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดลดโอกาสที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยลงในระยะนี้
  • ผลประกอบการที่ออกมาดีของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ช่วยประคองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไว้ แม้จะปรับตัวขึ้นได้ไม่มากก็ตาม เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินว่าการเติบโตของบริษัทจะสมเหตุสมผลกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงหรือไม่
  • ราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงซึ่งอาจส่งผลให้น้ำมันเป็นที่ต้องการน้อยลง
  • ตลาดลงทุนโลกยังอยู่ในช่วงพักฐานหลังนักลงทุนยังไม่มั่นใจในการเปิดออเดอร์ใหญ่ ก่อนที่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ และทิศทางการดำเนินงานของธนาคารกลางจะประกาศออกมา

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ

สงครามกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญปัญหาอีกครั้ง

ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้กลับมาดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับสูงขึ้นในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนต้องวางแผนรับมือกับความเสี่ยงจากสงครามใหม่ นอกจากนี้ การที่ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นยังจุดกระแสความกังวลถึงปัญหาเงินเฟ้อ แม้ก่อนหน้าข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นก็ตาม ซึ่งทำให้ Fed ต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น และถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับลงจากระดับสูงสุดในเวลาต่อมา เนื่องจากตลาดประเมินว่าปัญหาการขนส่งน้ำมันอาจไม่ลุกลามมาก แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก่อนเข้าสู่เดือนสิงหาคม

ผลประกอบการของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ยังเป็นประเด็นสำคัญของตลาด

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ผลประกอบการของหุ้น 7 นางฟ้ากลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดอย่างแท้จริง โดย Microsoft สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ในฤดูกาลประกาศงบ หลังธุรกิจคลาวด์ Azure และผลการลงทุนใน AI ยังเติบโตได้แข็งแกร่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 15% และมีการลงทุนเพิ่มถึง 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว ถือเป็นการช่วยพลิกสถานการณ์ให้กับหุ้นเทคโนโลยีโดยรวม ในทางกลับกัน แม้จะมีรายได้ที่เติบโตขึ้น แต่ Meta กลับสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน เนื่องจากการลงทุนอย่างมหาศาลใน AI และกระแสเงินสดของบริษัทที่ลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้หุ้นเผชิญแรงขายหนักหน่วง ท่ามกลางความกังวลว่าบริษัทอาจกำลังเร่งลงทุนเร็วเกินไป

ในภาพรวม ผลประกอบการในรอบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำว่า AI ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นหลัก แม้นักลงทุนจะเริ่มพิถีพิถันในการคัดเลือกหุ้นมากขึ้น โดยเน้นลงทุนกับบริษัทที่ทำรายได้และผลกำไรชัดเจน ตรงข้ามกับบริษัทที่ใช้จ่ายสูงแต่ยังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม

Fed คงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยน

Fed ยังคงรักษาดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%–3.75% เท่าเดิมตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ โดยการตัดสินใจดังกล่าวแทบไม่ส่งผลกระทบต่อตลาด เนื่องจากเป็นสิ่งที่นักลงทุนได้คาดไว้แล้วตั้งแต่แรก แต่ประเด็นที่กลายเป็นที่สนใจมากกว่า คือกรรมการ FOMC จำนวน 3 คนได้ลงคะแนนเสียงคัดค้าน ชี้ให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันของคณะกรรมการที่มีต่อทิศทางการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป

โดยระหว่างการแถลงข่าว ประธาน Fed อย่าง เควิน วอร์ช ยังคงใช้แนวทางการสื่อสารเดียวกับที่ผ่านมา โดยหลีกเลี่ยงการเผยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในอนาคต เขายังย้ำอีกหลายครั้งว่าการตัดสินใจทุกครั้งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต และ Fed พร้อมออกโรงทันทีถ้ามีข้อมูลสำคัญใดๆ ประกาศออกมา

ในช่วงแรก ตลาดตีความว่าการที่ Fed ยังไม่เผยข้อมูลให้ชัดเจนคือสัญญาณเตือนถึงการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นมากกว่าจะผ่อนคลายความเข้มงวดลง

เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นกว่า 3%

เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นกว่า 3% ซึ่งถือเป็นการแข็งค่าได้แกร่งที่สุดในรอบหลายเดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตลาดเชื่อว่าทางการญี่ปุ่นได้เข้ามาแทรกแซงตลาดเงินตราเรียบร้อย ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ยังไม่ทิ้งโอกาสในการปรับขึ้นในอนาคต โดยการแข็งค่าของเงินเยนส่งผลให้เกิดการ Carry Trade ขึ้น และสร้างความผันผวนหนักให้กับตลาดฟอเร็กซ์ นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนครั้งนี้ยังเป็นการเตือนนักลงทุนว่าทางการญี่ปุ่นพร้อมเข้ามาแทรกแซงตลาดเสมอ ตราบใดที่เงินเยนอ่อนค่ารุนแรงเกินจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน

บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า

ในสัปดาห์หน้าอาจมีปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินมากมาย เช่น

  1. สถานการณ์ในตะวันออกกลาง

นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านให้ใกล้ชิด เพราะตราบใดที่สถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจดันราคาน้ำมันให้ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสร้างปัญหาเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น และทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเป็นที่ต้องการมากขึ้นเช่นกัน

  1. ผลประกอบการของบริษัทอื่นๆ

แม้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ส่วนมากจะประกาศผลประกอบการไปแล้ว แต่นักลงทุนยังต้องประเมินผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มสาธารณสุข อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และการเงินต่อ โดยเฉพาะแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปีที่อาจมีความสำคัญมากกว่าผลประกอบการของไตรมาสที่ผ่านมา

  1. ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ตลาดต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ให้ดี โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนีภาคบริการ เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวมากพอที่ Fed จะลดโอกาสในการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนหรือไม่

  1. นโยบายของ Fed

แม้ Fed จะยังรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในสัปดาห์นี้ แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า Fed จะกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีหรือไม่ โดยข้อมูลเงินเฟ้อ การจ้างงาน และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ประกาศออกมาจะมีอิทธิพลต่อการคาดการณ์นโยบายเป็นพิเศษ

  1. ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา

หลังเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นมาก นักลงทุนก็ต้องติดตามว่าทางการญี่ปุ่นจะยังเข้ามาแทรกแซงตลาดอีกหรือไม่ รวมถึงต้องจับตาว่าการ Carry Trade ในช่วงที่ผ่านมาจะยังคงเกิดขึ้นต่อในสัปดาห์หน้าหรือไม่


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
จันทร์ที่ 3 สิงหาคมดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบัน ISMสหรัฐอเมริกา53.321:00:00 น.
อังคารที่ 4 สิงหาคมตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTSสหรัฐอเมริกา7.594M21:00:00 น.
พุธที่ 5 สิงหาคมอัตราการว่างงานนิวซีแลนด์5.3%05:45:00 น.
พุธที่ 5 สิงหาคมรายงานคาดการณ์จำนวนการจ้างงาน
นอกภาคเกษตรของหน่วยงาน ADP
สหรัฐอเมริกา98K16:15:00 น.
พุธที่ 5 สิงหาคมดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISMสหรัฐอเมริกา5421:00:00 น.
พฤหัสที่ 6 สิงหาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐอเมริกา19:30:00 น.
ศุกร์ที่ 7 สิงหาคมรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงสหรัฐอเมริกา0.3%19:30:00 น.
ศุกร์ที่ 7 สิงหาคมการเปลี่ยนแปลงการจ้างงาน
นอกภาคเกษตร
สหรัฐอเมริกา57K19:30:00 น.
ศุกร์ที่ 7 สิงหาคมอัตราการว่างงานสหรัฐอเมริกา4.2%19:30:00 น.
ศุกร์ที่ 7 สิงหาคมอัตราการว่างงานแคนาดา6.5%19:30:00 น.


บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำยังเผชิญปัญหาอยู่ในกราฟรายวัน โดยราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงทั้งหมด แม้ราคาจะเริ่มทรงตัวและกลับมาพักฐานในช่วง $4,000–$4,100 ได้ แต่ก็ยังสร้างจุดสูงใหม่ที่สูงขึ้น (Higher Highs) ไม่ได้ สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่สามารถกลับมาคุมตลาดได้

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $4,110-$4,140 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $4,042 ซึ่งเป็นระดับของเส้น MA20 ที่พุ่งสู่ทิศทางขาลง และถัดไปที่เส้น MA20 ตรง $4,054 โดยถ้าราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านนี้ได้ต่อเนื่อง ก็อาจช่วยปรับมุมมองให้ดีขึ้น และเปิดทางให้ราคาฟื้นตัวไปที่ระดับ $4,350 ได้ ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ตรง $4,000 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $3,942 ซึ่งเป็นจุดต่ำล่าสุด และถ้าหลุดต่ำกว่าระดับนี้ ก็อาจเป็นสัญญาณยืนยันถึงช่วงขาลงต่อในภาพรวมจนกดราคาให้ร่วงไปที่แนวรับที่ต่ำลงไปอีก

โดยสรุป ราคาทองคำยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมด และภาพรวมยังให้น้ำหนักไปทางขาลงจนกว่าราคาจะกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ระดับ $4,140–$4,240 ให้ได้ก่อน

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,165 – $4,170$4,200 – $4,210$4,332 – $4,340
แนวรับ$3,994 – $4,000$3,947 – $3,960$3,879 – $3,900

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวในระยะกลาง แม้ราคาจะปรับขึ้นไปแตะจุดสูงล่าสุดที่ $93.67 ได้ แต่หลังจากนั้นโมเมนตัมก็เริ่มหายไปจนส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ช่วงปรับฐานลง โดยปัจจุบันราคาได้ซื้อขายอยู่ใกล้เส้น MA5 แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA10 ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองยังอยู่เหนือเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้น สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปแม้จะย่อตัวลงบ้างก็ตาม

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ตรงระดับ $86.50-$87.00 ซึ่งเป็นจุดที่เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงหลายวัน โดยถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ร่วงลงไปที่เส้น MA20 ที่ระดับ $85.40 ได้ ตามด้วยระดับถัดไปที่ $82.80 ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $90.30 ตามด้วยระดับถัดไปที่จุดสูงล่าสุดตรง $93.67 โดยถ้าทะลุระดับ $93.67 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจเป็นสัญญาณยืนยันถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้นในภาพรวม และอาจเปิดทางให้ราคาปรับตัวไปที่ระดับ $97.00 ได้

โดยสรุป น้ำมันดิบเบรนท์อยู่ในช่วงพักฐานที่แข็งแกร่งภายใต้ช่วงฟื้นตัวในภาพรวม ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือแนวรับที่ระดับ $85.40–$86.50 ได้ ก็มีโอกาสที่จะดันให้ราคากลับขึ้นไปทดสอบระดับ $90.30 และ $93.67 ได้อีกครั้ง

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$94.31 – $94.45$95.60 – $95.72$97.25 – $97.40
แนวรับ$87.96 – $88.00$86.45 – $86.50$84.21 – $84.30

การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Dow Jones

ดัชนี Dow Jones ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในภาพรวม แม้จะย่อตัวลงหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 53,415 จุด โดยราคายังอยุ่ในช่วงพักฐานเหนือแนวรับที่ระดับ 51,700–52,000 จุด ส่วนเส้น MA20 ในกราฟรายวันก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขาขึ้นได้ สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นจะเริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว สะท้อนถึงช่วงพักฐานก็ตาม

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 53,000 จุด ตามด้วยระดับต่อไปตรงจุดสูงสุดที่ระดับ 53,415 จุด โดยถ้าทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจป็นการยืนยันถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้น และเปิดโอกาสให้ดัชนีปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ด้านแนวรับแรกอยู่ที่ 51,700 จุด ซึ่งเป็นระดับที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยถ้าหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจร่วงไปต่อที่ 50,800 จุดได้ ขณะที่แนวรับในระยะกลางยังคงอยู่ตรงเส้น MA20 ที่ระดับ 50,200 จุด

ด้านปริมาณการซื้อขายยังคงทรงตัวในช่วงที่ดัชนีเข้าสู่ช่วงพักฐาน สะท้อนว่าแรงขายยังมีไม่มากนัก อีกทั้งดัชนียังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ในกราฟรายวันต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แม้ล่าสุดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานก็ตาม

กราฟ Dow Jones รายวัน

ดัชนี Dow Jones ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในภาพรวม แม้จะย่อตัวลงหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 53,415 จุด โดยราคายังอยุ่ในช่วงพักฐานเหนือแนวรับที่ระดับ 51,700–52,000 จุด ส่วนเส้น MA20 ในกราฟรายวันก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขาขึ้นได้ สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นจะเริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว สะท้อนถึงช่วงพักฐานก็ตาม

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 53,000 จุด ตามด้วยระดับต่อไปตรงจุดสูงสุดที่ระดับ 53,415 จุด โดยถ้าทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจป็นการยืนยันถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้น และเปิดโอกาสให้ดัชนีปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ด้านแนวรับแรกอยู่ที่ 51,700 จุด ซึ่งเป็นระดับที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยถ้าหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจร่วงไปต่อที่ 50,800 จุดได้ ขณะที่แนวรับในระยะกลางยังคงอยู่ตรงเส้น MA20 ที่ระดับ 50,200 จุด

ด้านปริมาณการซื้อขายยังคงทรงตัวในช่วงที่ดัชนีเข้าสู่ช่วงพักฐาน สะท้อนว่าแรงขายยังมีไม่มากนัก อีกทั้งดัชนียังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ในกราฟรายวันต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แม้ล่าสุดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานก็ตาม

กราฟ Dow Jones รายวัน

แนวต้าน52,920 53,00053,328 – 53,35053,560 – 53,600
แนวรับ51,505 – 51,52051,046 – 51,10050,658 – 50,670

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDJPY ทางเทคนิค

คู่เงิน USD/JPY พลิกกลับเป็นขาลงอย่างแรงหลังยืนเหนือจุดสูงที่ระดับ 163.98 ไม่ได้ ส่งผลให้เกิดแรงขายอย่างหนัก และกดให้ราคาร่วงสู่ระดับ 158.30 ในที่สุด แม้ว่าราคาจะฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำรายวัน และกลับมาเพิ่มระยะห่างได้ แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้ง 3 เส้น สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในภาพรวมเริ่มอ่อนแรงลงอย่างหนัก นอกจากนี้ เส้น MA5 ยังตัดลงต่ำกว่า MA10 ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองก็เริ่มหันหัวลงและอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 สะท้อนถึงโมเมนตัมขาลงที่เพิ่มขึ้น แม้จะพยายามฟื้นตัวในช่วงล่าสุดก็ตาม

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 160.80-161.70 ซึ่งเป็นจุดที่เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นไหลมาบรรจบกัน โดยถ้าทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจช่วยปรับภาพรวมในระยะสั้นให้ดีขึ้น และไปต่อที่ระดับ 162.50 ได้ก่อนกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 163.98 อีกครั้ง โดยถ้าตลาดปิดต่ำกว่า 158.30 ในกราฟรายวัน ก็อาจเป็นการยืนยันว่าแรงขายกลับมาอีกครั้ง และอาจเร่งกดให้ราคาร่วงไปที่ระดับ 155.00 กลางๆ ในระยะถัดไป

กราฟ USDJPY รายวัน

แนวต้าน161.10 – 161.18162.82 – 163.00163.95 – 164.00
แนวรับ159.21 – 159.30158.59 – 158.70157.96 – 158.00

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service