
สรุปประเด็นสำคัญ
- นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของ Fed ต่อหลังผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายมีมติรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ก็ยังส่งสัญญาณว่าปัญหาเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดลดโอกาสที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยลงในระยะนี้
- ผลประกอบการที่ออกมาดีของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ช่วยประคองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไว้ แม้จะปรับตัวขึ้นได้ไม่มากก็ตาม เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินว่าการเติบโตของบริษัทจะสมเหตุสมผลกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงหรือไม่
- ราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงซึ่งอาจส่งผลให้น้ำมันเป็นที่ต้องการน้อยลง
- ตลาดลงทุนโลกยังอยู่ในช่วงพักฐานหลังนักลงทุนยังไม่มั่นใจในการเปิดออเดอร์ใหญ่ ก่อนที่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ และทิศทางการดำเนินงานของธนาคารกลางจะประกาศออกมา
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ
สงครามกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญปัญหาอีกครั้ง
ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้กลับมาดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับสูงขึ้นในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนต้องวางแผนรับมือกับความเสี่ยงจากสงครามใหม่ นอกจากนี้ การที่ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นยังจุดกระแสความกังวลถึงปัญหาเงินเฟ้อ แม้ก่อนหน้าข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นก็ตาม ซึ่งทำให้ Fed ต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น และถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับลงจากระดับสูงสุดในเวลาต่อมา เนื่องจากตลาดประเมินว่าปัญหาการขนส่งน้ำมันอาจไม่ลุกลามมาก แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก่อนเข้าสู่เดือนสิงหาคม
ผลประกอบการของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ยังเป็นประเด็นสำคัญของตลาด
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ผลประกอบการของหุ้น 7 นางฟ้ากลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดอย่างแท้จริง โดย Microsoft สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ในฤดูกาลประกาศงบ หลังธุรกิจคลาวด์ Azure และผลการลงทุนใน AI ยังเติบโตได้แข็งแกร่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 15% และมีการลงทุนเพิ่มถึง 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว ถือเป็นการช่วยพลิกสถานการณ์ให้กับหุ้นเทคโนโลยีโดยรวม ในทางกลับกัน แม้จะมีรายได้ที่เติบโตขึ้น แต่ Meta กลับสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน เนื่องจากการลงทุนอย่างมหาศาลใน AI และกระแสเงินสดของบริษัทที่ลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้หุ้นเผชิญแรงขายหนักหน่วง ท่ามกลางความกังวลว่าบริษัทอาจกำลังเร่งลงทุนเร็วเกินไป
ในภาพรวม ผลประกอบการในรอบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำว่า AI ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นหลัก แม้นักลงทุนจะเริ่มพิถีพิถันในการคัดเลือกหุ้นมากขึ้น โดยเน้นลงทุนกับบริษัทที่ทำรายได้และผลกำไรชัดเจน ตรงข้ามกับบริษัทที่ใช้จ่ายสูงแต่ยังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม
Fed คงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยน
Fed ยังคงรักษาดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%–3.75% เท่าเดิมตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ โดยการตัดสินใจดังกล่าวแทบไม่ส่งผลกระทบต่อตลาด เนื่องจากเป็นสิ่งที่นักลงทุนได้คาดไว้แล้วตั้งแต่แรก แต่ประเด็นที่กลายเป็นที่สนใจมากกว่า คือกรรมการ FOMC จำนวน 3 คนได้ลงคะแนนเสียงคัดค้าน ชี้ให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันของคณะกรรมการที่มีต่อทิศทางการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป
โดยระหว่างการแถลงข่าว ประธาน Fed อย่าง เควิน วอร์ช ยังคงใช้แนวทางการสื่อสารเดียวกับที่ผ่านมา โดยหลีกเลี่ยงการเผยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในอนาคต เขายังย้ำอีกหลายครั้งว่าการตัดสินใจทุกครั้งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต และ Fed พร้อมออกโรงทันทีถ้ามีข้อมูลสำคัญใดๆ ประกาศออกมา
ในช่วงแรก ตลาดตีความว่าการที่ Fed ยังไม่เผยข้อมูลให้ชัดเจนคือสัญญาณเตือนถึงการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นมากกว่าจะผ่อนคลายความเข้มงวดลง
เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นกว่า 3%
เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นกว่า 3% ซึ่งถือเป็นการแข็งค่าได้แกร่งที่สุดในรอบหลายเดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตลาดเชื่อว่าทางการญี่ปุ่นได้เข้ามาแทรกแซงตลาดเงินตราเรียบร้อย ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ยังไม่ทิ้งโอกาสในการปรับขึ้นในอนาคต โดยการแข็งค่าของเงินเยนส่งผลให้เกิดการ Carry Trade ขึ้น และสร้างความผันผวนหนักให้กับตลาดฟอเร็กซ์ นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนครั้งนี้ยังเป็นการเตือนนักลงทุนว่าทางการญี่ปุ่นพร้อมเข้ามาแทรกแซงตลาดเสมอ ตราบใดที่เงินเยนอ่อนค่ารุนแรงเกินจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน
บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า
ในสัปดาห์หน้าอาจมีปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินมากมาย เช่น
- สถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านให้ใกล้ชิด เพราะตราบใดที่สถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจดันราคาน้ำมันให้ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสร้างปัญหาเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น และทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเป็นที่ต้องการมากขึ้นเช่นกัน
- ผลประกอบการของบริษัทอื่นๆ
แม้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ส่วนมากจะประกาศผลประกอบการไปแล้ว แต่นักลงทุนยังต้องประเมินผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มสาธารณสุข อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และการเงินต่อ โดยเฉพาะแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปีที่อาจมีความสำคัญมากกว่าผลประกอบการของไตรมาสที่ผ่านมา
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ตลาดต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ให้ดี โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนีภาคบริการ เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวมากพอที่ Fed จะลดโอกาสในการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนหรือไม่
- นโยบายของ Fed
แม้ Fed จะยังรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในสัปดาห์นี้ แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า Fed จะกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีหรือไม่ โดยข้อมูลเงินเฟ้อ การจ้างงาน และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ประกาศออกมาจะมีอิทธิพลต่อการคาดการณ์นโยบายเป็นพิเศษ
- ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา
หลังเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นมาก นักลงทุนก็ต้องติดตามว่าทางการญี่ปุ่นจะยังเข้ามาแทรกแซงตลาดอีกหรือไม่ รวมถึงต้องจับตาว่าการ Carry Trade ในช่วงที่ผ่านมาจะยังคงเกิดขึ้นต่อในสัปดาห์หน้าหรือไม่
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT +7] |
| จันทร์ที่ 3 สิงหาคม | ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบัน ISM | สหรัฐอเมริกา | 53.3 | 21:00:00 น. |
| อังคารที่ 4 สิงหาคม | ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS | สหรัฐอเมริกา | 7.594M | 21:00:00 น. |
| พุธที่ 5 สิงหาคม | อัตราการว่างงาน | นิวซีแลนด์ | 5.3% | 05:45:00 น. |
| พุธที่ 5 สิงหาคม | รายงานคาดการณ์จำนวนการจ้างงาน นอกภาคเกษตรของหน่วยงาน ADP | สหรัฐอเมริกา | 98K | 16:15:00 น. |
| พุธที่ 5 สิงหาคม | ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISM | สหรัฐอเมริกา | 54 | 21:00:00 น. |
| พฤหัสที่ 6 สิงหาคม | จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน | สหรัฐอเมริกา | 19:30:00 น. | |
| ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม | รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง | สหรัฐอเมริกา | 0.3% | 19:30:00 น. |
| ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม | การเปลี่ยนแปลงการจ้างงาน นอกภาคเกษตร | สหรัฐอเมริกา | 57K | 19:30:00 น. |
| ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม | อัตราการว่างงาน | สหรัฐอเมริกา | 4.2% | 19:30:00 น. |
| ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม | อัตราการว่างงาน | แคนาดา | 6.5% | 19:30:00 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำยังเผชิญปัญหาอยู่ในกราฟรายวัน โดยราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงทั้งหมด แม้ราคาจะเริ่มทรงตัวและกลับมาพักฐานในช่วง $4,000–$4,100 ได้ แต่ก็ยังสร้างจุดสูงใหม่ที่สูงขึ้น (Higher Highs) ไม่ได้ สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่สามารถกลับมาคุมตลาดได้
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $4,110-$4,140 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $4,042 ซึ่งเป็นระดับของเส้น MA20 ที่พุ่งสู่ทิศทางขาลง และถัดไปที่เส้น MA20 ตรง $4,054 โดยถ้าราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านนี้ได้ต่อเนื่อง ก็อาจช่วยปรับมุมมองให้ดีขึ้น และเปิดทางให้ราคาฟื้นตัวไปที่ระดับ $4,350 ได้ ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ตรง $4,000 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $3,942 ซึ่งเป็นจุดต่ำล่าสุด และถ้าหลุดต่ำกว่าระดับนี้ ก็อาจเป็นสัญญาณยืนยันถึงช่วงขาลงต่อในภาพรวมจนกดราคาให้ร่วงไปที่แนวรับที่ต่ำลงไปอีก
โดยสรุป ราคาทองคำยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมด และภาพรวมยังให้น้ำหนักไปทางขาลงจนกว่าราคาจะกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ระดับ $4,140–$4,240 ให้ได้ก่อน
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,165 – $4,170 | $4,200 – $4,210 | $4,332 – $4,340 |
| แนวรับ | $3,994 – $4,000 | $3,947 – $3,960 | $3,879 – $3,900 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวในระยะกลาง แม้ราคาจะปรับขึ้นไปแตะจุดสูงล่าสุดที่ $93.67 ได้ แต่หลังจากนั้นโมเมนตัมก็เริ่มหายไปจนส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ช่วงปรับฐานลง โดยปัจจุบันราคาได้ซื้อขายอยู่ใกล้เส้น MA5 แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA10 ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองยังอยู่เหนือเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้น สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปแม้จะย่อตัวลงบ้างก็ตาม
ด้านแนวรับแรกจะอยู่ตรงระดับ $86.50-$87.00 ซึ่งเป็นจุดที่เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงหลายวัน โดยถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ร่วงลงไปที่เส้น MA20 ที่ระดับ $85.40 ได้ ตามด้วยระดับถัดไปที่ $82.80 ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $90.30 ตามด้วยระดับถัดไปที่จุดสูงล่าสุดตรง $93.67 โดยถ้าทะลุระดับ $93.67 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจเป็นสัญญาณยืนยันถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้นในภาพรวม และอาจเปิดทางให้ราคาปรับตัวไปที่ระดับ $97.00 ได้
โดยสรุป น้ำมันดิบเบรนท์อยู่ในช่วงพักฐานที่แข็งแกร่งภายใต้ช่วงฟื้นตัวในภาพรวม ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือแนวรับที่ระดับ $85.40–$86.50 ได้ ก็มีโอกาสที่จะดันให้ราคากลับขึ้นไปทดสอบระดับ $90.30 และ $93.67 ได้อีกครั้ง
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $94.31 – $94.45 | $95.60 – $95.72 | $97.25 – $97.40 |
| แนวรับ | $87.96 – $88.00 | $86.45 – $86.50 | $84.21 – $84.30 |
การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Dow Jones
ดัชนี Dow Jones ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในภาพรวม แม้จะย่อตัวลงหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 53,415 จุด โดยราคายังอยุ่ในช่วงพักฐานเหนือแนวรับที่ระดับ 51,700–52,000 จุด ส่วนเส้น MA20 ในกราฟรายวันก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขาขึ้นได้ สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นจะเริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว สะท้อนถึงช่วงพักฐานก็ตาม
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 53,000 จุด ตามด้วยระดับต่อไปตรงจุดสูงสุดที่ระดับ 53,415 จุด โดยถ้าทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจป็นการยืนยันถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้น และเปิดโอกาสให้ดัชนีปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ด้านแนวรับแรกอยู่ที่ 51,700 จุด ซึ่งเป็นระดับที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยถ้าหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจร่วงไปต่อที่ 50,800 จุดได้ ขณะที่แนวรับในระยะกลางยังคงอยู่ตรงเส้น MA20 ที่ระดับ 50,200 จุด
ด้านปริมาณการซื้อขายยังคงทรงตัวในช่วงที่ดัชนีเข้าสู่ช่วงพักฐาน สะท้อนว่าแรงขายยังมีไม่มากนัก อีกทั้งดัชนียังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ในกราฟรายวันต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แม้ล่าสุดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานก็ตาม
กราฟ Dow Jones รายวัน
ดัชนี Dow Jones ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในภาพรวม แม้จะย่อตัวลงหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 53,415 จุด โดยราคายังอยุ่ในช่วงพักฐานเหนือแนวรับที่ระดับ 51,700–52,000 จุด ส่วนเส้น MA20 ในกราฟรายวันก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขาขึ้นได้ สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นจะเริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว สะท้อนถึงช่วงพักฐานก็ตาม
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 53,000 จุด ตามด้วยระดับต่อไปตรงจุดสูงสุดที่ระดับ 53,415 จุด โดยถ้าทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจป็นการยืนยันถึงการไปต่อของช่วงขาขึ้น และเปิดโอกาสให้ดัชนีปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ด้านแนวรับแรกอยู่ที่ 51,700 จุด ซึ่งเป็นระดับที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยถ้าหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจร่วงไปต่อที่ 50,800 จุดได้ ขณะที่แนวรับในระยะกลางยังคงอยู่ตรงเส้น MA20 ที่ระดับ 50,200 จุด
ด้านปริมาณการซื้อขายยังคงทรงตัวในช่วงที่ดัชนีเข้าสู่ช่วงพักฐาน สะท้อนว่าแรงขายยังมีไม่มากนัก อีกทั้งดัชนียังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ในกราฟรายวันต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แม้ล่าสุดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานก็ตาม
กราฟ Dow Jones รายวัน

| แนวต้าน | 52,920 53,000 | 53,328 – 53,350 | 53,560 – 53,600 |
| แนวรับ | 51,505 – 51,520 | 51,046 – 51,100 | 50,658 – 50,670 |
บทวิเคราะห์คู่เงิน USDJPY ทางเทคนิค
คู่เงิน USD/JPY พลิกกลับเป็นขาลงอย่างแรงหลังยืนเหนือจุดสูงที่ระดับ 163.98 ไม่ได้ ส่งผลให้เกิดแรงขายอย่างหนัก และกดให้ราคาร่วงสู่ระดับ 158.30 ในที่สุด แม้ว่าราคาจะฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำรายวัน และกลับมาเพิ่มระยะห่างได้ แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้ง 3 เส้น สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นในภาพรวมเริ่มอ่อนแรงลงอย่างหนัก นอกจากนี้ เส้น MA5 ยังตัดลงต่ำกว่า MA10 ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองก็เริ่มหันหัวลงและอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 สะท้อนถึงโมเมนตัมขาลงที่เพิ่มขึ้น แม้จะพยายามฟื้นตัวในช่วงล่าสุดก็ตาม
ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 160.80-161.70 ซึ่งเป็นจุดที่เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นไหลมาบรรจบกัน โดยถ้าทะลุระดับดังกล่าวได้ ก็อาจช่วยปรับภาพรวมในระยะสั้นให้ดีขึ้น และไปต่อที่ระดับ 162.50 ได้ก่อนกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 163.98 อีกครั้ง โดยถ้าตลาดปิดต่ำกว่า 158.30 ในกราฟรายวัน ก็อาจเป็นการยืนยันว่าแรงขายกลับมาอีกครั้ง และอาจเร่งกดให้ราคาร่วงไปที่ระดับ 155.00 กลางๆ ในระยะถัดไป
กราฟ USDJPY รายวัน

| แนวต้าน | 161.10 – 161.18 | 162.82 – 163.00 | 163.95 – 164.00 |
| แนวรับ | 159.21 – 159.30 | 158.59 – 158.70 | 157.96 – 158.00 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง