
สรุปประเด็นสำคัญ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนทุบสถิติสูงสุดใหม่ โดย Dow Jones ทะลุระดับ 53,000 จุดได้เป็นครั้งแรก
- ทองคำและแร่เงินทะยานขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls – NFP) ของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งเท่านั้น
- น้ำมันยังเผชิญปัญหาหนัก หลังร่วงสู่ระดับ $70.20 ต่อบาร์เรลในระหว่างสัปดาห์ก่อนฟื้นกลับขึ้นมาได้เล็กน้อย
- คู่เงิน USD/JPY ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ สะท้อนถึงความแตกต่างในการออกนโยบายการเงินของ Fed และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
- ในภาพรวม นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในตลาดหุ้นอยู่ หลังผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ประกาศออกมาเป็นที่น่าพอใจ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งอยู่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าทุบสถิติสูงสุดใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โชว์ผลงานได้อย่างแข็งแกร่งอีกสัปดาห์ โดยดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะ Dow Jones และ S&P 500 ที่ต่างทุบสถิติสูงสุดใหม่ทั้งคู่ ด้านนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในตลาดตามผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ประกาศออกมาอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่ใกล้ปรับขึ้นเริ่มผ่อนคลายลงเนื่องจากข้อมูลการจ้างงานออกมาอ่อนแอกว่าคาด นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนเช่นกัน
ด้านดัชนี Dow Jones ยังคงเป็นผู้นำของตลาดอีกครั้ง โดยเปิดสัปดาห์ที่ระดับ 51,800 จุด ก่อนปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 53,063 จุด และปิดสัปดาห์ที่ระดับ 52,926 จุด ดีดขึ้นถึง 2.17% โดยการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของ Dow Jones ได้สะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งในหุ้นอุตสาหกรรม การเงิน และหุ้นคุณค่า (Value Stocks) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินที่รักษาความเสถียรไว้ได้
ส่วนดัชนี S&P 500 ก็เดินหน้าทุบสถิติสูงสุดใหม่ได้เช่นกัน โดยเปิดสัปดาห์ที่ระดับ 7,341 จุด ก่อนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 7,541 จุด และปิดสัปดาห์ที่ระดับ 7,499 จุด โดยการปรับขึ้นราว 2.15% ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของวงการต่างๆ ทั้งการเงิน อุตสาหกรรม สาธารณสุข และเทคโนโลยี
ในขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ก็ยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ แม้จะต้องเผชิญแรงขายทำกำไรในช่วงปลายสัปดาห์ โดย Nasdaq เปิดสัปดาห์ที่ระดับ 29,021 จุด ก่อนทะยานขึ้นทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 30,325 จุด แม้ว่าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และ AI จะเผชิญความผันผวนบ้าง แต่กระแสความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ AI และบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ Nasdaq ยังอยู่ในช่วงเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทองคำ-แร่เงินพุ่งหลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาไม่ดี
ตลาดโลหะมีค่าอยู่ในช่วงทรงตัวในครึ่งแรกของสัปดาห์ เนื่องจากในขณะนั้นนักลงทุนยังต้องรอรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนก่อน อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในวันพฤหัสบดี หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls: NFP) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ราว 110,000–115,000 ตำแหน่ง แม้อัตราการว่างงานจะลดลงเหลือ 4.2% อย่างเหลือเชื่อ แต่ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labour Force Participation)
โดยตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาต่ำกว่าคาดส่งผลให้นักลงทุนลดโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในระยะนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลงทันทีเช่นกัน ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ถือเป็นประโยชน์ต่อโลหะมีค่าอย่างมาก
โดยทองคำตอบรับด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนทะลุกรอบแคบก่อนหน้า ส่วนแร่เงินนั้นยิ่งปรับขึ้นอย่างโดดเด่นยิ่งกว่า เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยมากกว่า และเป็นที่ต้องการในภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัว
น้ำมันยังร่วงต่ออีกหนึ่งสัปดาห์
น้ำมันยังเผชิญปัญหาเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงสู่ $70.20 ต่อบาร์เรลก่อนจะฟื้นขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์
โดยสาเหตุที่ร่วงลงก็มาจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยลดปัญหาการขนส่งน้ำมันได้ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นตัวผลักดันราคาน้ำมันก็เริ่มอ่อนแรงลง นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลให้การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี
แม้ว่าน้ำมันจะดีดขึ้นจากระดับต่ำสุดของสัปดาห์ได้ก็ตาม แต่ก็ยังซื้อขายอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อเดือนมิถุนายนอยู่ดี
USD/JPY ทุบสถิติประวัติศาสตร์
คู่เงิน USD/JPY ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในระยะยาว ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ตอกย้ำถึงนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่าง Fed และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
โดยตลอดทั้งสัปดาห์ คู่เงินนี้ต้องเผชิญความผันผวนที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด หลังนักลงทุนเริ่มสงสัยว่าทางญี่ปุ่นได้แอบเข้ามาแทรกแซงตลาดอีกครั้ง เนื่องจากมีหลายครั้งที่ราคาได้ร่วงแรงระหว่างวัน แต่ก็กลับฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสองสกุลเงินเข้าใกล้ระดับสูงสุดใหม่ในรอบหลายทศวรรษ และถึงแม้จะมีการเข้าแทรกแซงจากทางญี่ปุ่นก็ตาม USD/JPY ก็ถือว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่ดี ตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าญี่ปุ่นมาก
มุมมองในสัปดาห์หน้า (6 – 10 กรกฎาคม 2026)
ในสัปดาห์หน้า คาดว่านักลงทุนยังต้องจับตาข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาต่ำว่าจะเป็นสัญญาณที่บอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวหรือไม่ หรือเป็นเพียงการอ่อนตัวลงชั่วคราวเท่านั้น
ด้านรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Meeting Minutes) ก็มีแนวโน้มเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดของสัปดาห์ โดยนักลงทุนต้องจับตาการถกปัญหาเงินเฟ้อ และโอกาสที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่อ หลัง Fed ยังรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดในการประชุมเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
หากมีสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่ Fed ได้แสดงถึงความกังวลที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ก็อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ทองคำและตลาดหุ้นอาจปรับตัวขึ้นได้ไม่มาก
ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ต้องติดตามว่าทองคำจะรักษาการทะลุกรอบขึ้นในวันพฤหัสบดีได้หรือไม่ โดยถ้าหากตัวเลขเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ หรือมีรายงานว่าการประชุม Fed ออกมาในลักษณะผ่อนคลายขึ้น ราคาทองคำก็มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง
แต่ในทางกลับกัน หากเจ้าหน้าที่ Fed ส่งสัญญาณการใช้นโยบายที่เข้มงวดกว่าที่ประเมินไว้ ราคาทองคำที่ปรับขึ้นบางส่วนก็อาจเป็นโมฆะได้
ด้านนักลงทุนในตลาดน้ำมันก็ต้องติดตามการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และความต้องการน้ำมันจากทั่วโลกต่อไป แม้ว่าราคาน้ำมันจะเริ่มทรงตัวใกล้ระดับ $70 แต่ก็มีโอกาสที่จะปรับลงต่อได้อีก หากตลาดยังคาดว่าปัญหาการขนส่งน้ำมันจะคลี่คลายลง
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT+7] |
| วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม | ดัชนี PMI ภาคการบริการจาก สถาบัน ISM | สหรัฐอเมริกา | 54.5 | 21:00:00 น. |
| วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม | ดัชนี PMI จากสถาบัน Ivey | แคนาดา | 21:00:00 น. | |
| วันพุธที่ 8 กรกฎาคม | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | นิวซีแลนด์ | 2.25% | 09:00:00 น. |
| วันพุธที่ 8 กรกฎาคม | การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ | สหรัฐอเมริกา | 01:00:00 น. | |
| วันพฤหัสที่ 9 กรกฎาคม | จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการ ว่างงาน | สหรัฐอเมริกา | 19:30:00 น. | |
| วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม | อัตราการว่างงาน | แคนาดา | 6.60% | 19:30:00 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังดีดขึ้นแรงจากแนวรับที่ระดับ $3,942 โดยราคาได้กลับขึ้นมายืนเหนือเส้น MA5 และ MA10 อีกครั้ง และขณะนี้กำลังเข้าทดสอบระดับ $4,156 ซึ่งเป็นจุดของเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง และถือเป็นแนวระดับต่อไป
การพุ่งขึ้นแรงจากระดับ $3,942 ส่งผลให้ราคากลับมาสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันถึงการกลับตัวของแนวโน้มในระยะสั้น ขณะที่แท่งเทียนขาขึ้นที่พุ่งขึ้นสู่ระดับ $4,195 อย่างแข็งแกร่งก็สะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาชัดเจน บ่งบอกว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง
ในระยะสั้น ทองคำได้เปลี่ยนเข้าสู่ช่วงขาขึ้นหลังดีดตัวขึ้นจากระดับ $3,942 ได้ หากราคายังยืนเหนือระดับ $4,195 ได้มั่นคง ก็อาจเร่งการฟื้นตัวขึ้น และเปิดโอกาสให้ไปต่อที่แนวต้านระดับ $4,280 และถ้ายิ่งทะลุผ่านเส้น MA20 ได้อีก ก็อาจไปต่อที่ระดับ $4,400 ได้ โดยการยืนเหนือระดับ $4,120–$4,050 ก็ยังสำคัญในการรักษาโมเมนตัมขาขึ้นเอาไว้
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,220 – $4,245 | $4,331 – $4,350 | $4,434 – $4,50 |
| แนวรับ | $4,088 – $4,100 | $3,945 – $3,965 | $3,899 – $3,915 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาลงชัดเจนในระยะยาว โดยราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศางขาลง ขณะที่เส้น MA5 และ MA10 ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 สะท้อนว่าโมเมนตัมขาลงยังไม่หายไปไหน
ในภาพรวมก็ยังอยู่ในช่วงขาลงต่อ ตราบใดที่ราคายังอยู่ต่ำกว่าระดับ $74.40 โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น MA20 ไม่ได้ แต่ถ้าราคาฟื้นตัวทะลุระดับ $74.40 ก็อาจช่วยพลิกมุมมองในระยะสั้นให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ราคาก็ต้องกลับขึ้นไปเหนือระดับ $80.30 ให้ได้ก่อน ถึงจะเป็นการพลิกสถานการณ์ที่สำคัญ แต่ถ้ายืนเหนือระดับ $71.20 ไม่ได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ราคาจะร่วงไปที่ $70.00 หรือต่ำกว่านั้นได้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $73.40 – $73.50 | $74.40 – $74.50 | $76.56 – $76.70 |
| แนวรับ | $70.10 – $70.25 | $69.20 – $69.30 | $68.44 – $68.60 |
บทวิเคราะห์ Nasdaq 100 ทางเทคนิค
Nasdaq 100 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว แม้ล่าสุดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ระดับ 30,800 จุดก็ตาม โดยราคายังคงอยู่เหนือเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้น ถิแเป็นสัญญาณยืนยันว่าช่วงขาขึ้นยังแข็งแกร่งในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม เส้นค่าเฉลี่ยก็เริ่มเคลื่อนไหวทรงตัวขึ้น สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มชะลอตัวลง และเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงพักฐานแทน
ในระยะยาว ภาพรวมยังอยู่ในช่วงขาขึ้นตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือระดับ 29,200 จุดได้ และถ้าทะลุแนวต้านระดับ 30,000–30,800 จุดได้ชัดเจน ก็อาจเป็นการยืนยันถึงการกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นได้ และมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้นได้สูงกว่าเดิม ในทางกลับกัน ถ้ายังหลุดต่ำกว่าระดับ 29,200 จุดต่อ ตลาดก็อาจปรับฐานให้ต่ำกว่าเดิมที่ระดับ 28,500 จุดได้
กราฟดัชนี Nasdaq 100 รายวัน

| แนวต้าน | 30,332 – 30,347 | 30,652 – 30,670 | 30,785 – 30,797 |
| แนวรับ | 29,100 – 29,120 | 28,882 – 28,900 | 28,194 – 28,210 |
บทวิเคราะห์ USDJPY ทางเทคนิค
คู่เงิน USD/JPY ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งได้ในระยะกลาง แม้ล่าสุดจะย่อตัวลงจากจุดสูงล่าสุดที่ 162.83 ก็ตาม โดยภาพรวมยังเข้าทางฝั่งซื้ออยู่ เนื่องจากราคายังอยู่เหนือเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้น และยังทำหน้าที่เป็นแนวรับระดับสำคัญมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ฟื้นตัวจากจุดต่ำในเดือนพฤษภาคมได้
อย่างไรก็ตาม แท่งเทียนรายวันล่าสุดเริ่มแสดงถึงช่วงขาลง และสะท้อนว่าเริ่มมีแรงขายทำกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นจนเข้าสู่ภาวะการซื้อมากเกินไปในระยะสั้น
ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม คู่เงินนี้ยังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการยืนยันว่าช่วงขาขึ้นยังแข็งแกร่ง โดยหลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นแตะระดับ 162.83 แรงขายก็ได้กลับเข้ามาอย่างหนักเช่นกันจนกดให้ราคาร่วงไปที่เส้น MA10 แต่ถึงแม้พฤติกรรมดังกล่าวจะสะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้นเริ่มอ่อนแรงลง แต่ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้น MA20 ได้ แนวโน้มหลักก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
ในระยะกลาง ภาพรวมยังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อ ตราบใดที่ USD/JPY ยังอยู่เหนือระดับ 160.00–160.60 หากแนวรับนี้ยังป้องกันการทะลวงลงไว้ได้ ก็มีโอกาสที่คู่เงินจะกลับขึ้นไปทดสอบระดับ 162.83 อีกครั้ง และอาจสร้างจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับ 160.00 ชัดเจน ก็มีโอกาสที่จะปรับฐานต่ำลง โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 159.20 และเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นในขณะนี้
กราฟ USDJPY รายวัน

| แนวต้าน | 161.56 – 161.80 | 162.56 – 162.70 | 163.00 – 163.10 |
| แนวรับ | 160.36 – 160.50 | 159.52 – 159.70 | 158.74 – 158.85 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง