
ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์
- ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดย S&P 500 ทะลุระดับ 7,300 จุดได้เป็นครั้งแรก ส่วน Nasdaq ได้ประโยชน์จากกระแส AI จนพุ่งต่อเนื่องเช่นกัน
- ทองกลับมายืนเหนือระดับ $4,700 ได้อีกครั้ง หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และตลาดเริ่มลดโอกาสความเป็นไปได้ว่า Fed จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด
- โดนัลด์ ทรัมป์เปิดตัวโครงการ “Project Freedom” ที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะส่งสัญญาณในเวลาต่อมาว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเรียบร้อย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็วตลอดทั้งสัปดาห์
- ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นำโดย Nikkei 225 ของญี่ปุ่น และ KOSPI ของเกาหลีใต้
- มูลค่าบริษัท Samsung Electronics พุ่งทะลุระดับ $1 ล้านล้านเรียบร้อย หลังหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และ AI ปรับตัวขึ้นอย่างมาก
- Bitcoin กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ $80,000 ได้อีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนระดับสถาบันมีความต้องการเพิ่มขึ้น รวมถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันตลาดคริปโตเช่นกัน
- ตลาดน้ำมันยังคงผันผวนหนักตามข่าวสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเช่นกัน
หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อเนือง
ข้อมูลเศรษฐกิจคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นของนักลงทุนตลอดทั้งสัปดาห์ โดยข้อมูลการจ้างงานจากหน่วยงาน ADP ได้ประกาศผลออกมาดีกว่าครั้งก่อน โดยมีตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้น 109,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน แต่ก็ยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ความไม่สงบได้ แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเริ่มชะลอตัว การประกาศครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่า Fed อาจต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าเดิม
ส่วนตลาดหุ้นนั้นพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และดอลลาร์ยังเผชิญปัญหาเกือบทั้งสัปดาห์ โดย Nasdaq 100 โดดขึ้น 3.45% เหนือระดับ 28,800 จุดเป็นซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ส่วน S&P 500 ปรับตัวขึ้นอีก 1.6% จนทะลุระดับ 7,300 จุดได้เป็นครั้งแรก ด้าน Dow Jones โชว์ผลงานดีและแย่ผสมกันตลอดสัปดาห์ก่อนจะปิดตลาดโดยแทบไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ตลาดเอเชียพุ่งทำสถิติใหม่
ถือเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่ตลาดหุ้นเอเชียทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดของปี โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นทะยานเหนือระดับ 62,000 จุดได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามบริษัทสายการเงิน เทคโนโลยี และเซมิคอนดักเตอร์ที่โชว์ผลงานทำกำไรได้อย่างยอดเยี่ยม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกระแส AI และความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง
ด้าน KOSPI ของเกาหลีใต้ก็เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน หลังปรับตัวขึ้นอย่างมากตลอดสัปดาห์ โดยบริษัท Samsung Electronics ได้กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของตลาดโลก หลังมูลค่าของบริษัทพุ่งทะลุระดับ $1 ล้านล้านเรียบร้อย ขณะที่ SK Hynix และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายอื่นก็พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นตามนักลงทุนที่แห่นำเงินมาลงในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่หยุด
ตลาดหุ้นเอเชียที่โชว์ความแข็งแกร่งครั้งนี้สะท้อนถึงบรรยากาศที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันตกลงในช่วงปลายสัปดาห์ และผลักดันให้เกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้นว่ายุคแห่ง AI จะเติบโตต่อไป
ทองกลับมายืนเหนือระดับ $4,700 ตามดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง
ดอลลาร์สหรัฐได้อ่อนค่าลงเกือบทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดความเป็นไปได้ที่ Fed จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยดันสินทรัพย์ปลอดภัยให้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง โดยทองคำกลับมายืนเหนือระดับ $4,700 ได้อีกครั้ง และปิดสัปดาห์ในทิศทางขาขึ้น ก่อนหน้านี้ ทองคำต้องเผชิญปัญหาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และความกังวลด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เมื่อดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงผสมกับการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เพิ่มขึ้นอีกต่างเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำกลับมาทรงตัวได้อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้หรือไม่ยังคงกระตุ้นความต้องการในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยต่อไป และถึงแม้ว่ามาตรการทางการฑูตจะเข้ามามีบทบาทไกล่เกลี่ยปัญหาได้ แต่นักลงทุนก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังอยู่ โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังสร้างความไม่แน่นอนให้ตลาดพลังงานโลกอยู่
โดยตลาดฟอเร็กซ์ในภาพรวมนั้น สกุลเงินใดๆ ก็ตามที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงเริ่มกลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังคงซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า
ราคาน้ำมันตกแถมเผชิญความผันผวนสูง
ราคาน้ำมันต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์ ในช่วงต้นสัปดาห์ ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการเปิดฉากภารกิจ “Project Freedom” ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และ WTI พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาดกลัวว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจสร้างปัญหาลุกลามต่อพลังงานของโลกได้
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมีรายงานว่าทั้งสองประเทศใกล้จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ราคาน้ำมันนิ่งลงหลังพุ่งสุ่จุดสูงสุด แต่นักลงทุนก็ยังต้องระวังอยู่ เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ในช่วงการเจรจาเท่านั้น
แม้ราคาน้ำมันจะร่วงลงบ้าง แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงหลายเดือนก่อน โดยยังซื้อขายกันประมาณ $100 ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดยังคงกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่
คริปโตได้อานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนใน ETF
ตลาดคริปโตกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งอีกครั้งในสัปดาห์นี้ นำโดย Bitcoin ที่กลับขึ้นมาทะลุระดับ $80,000 ได้สำเร็จซึ่งได้แรงซื้อจากนักลงทุนระดับสถาบัน โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF สามารถสร้างกระแสเงินทุนสุทธิเข้ามาในกองทุนได้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้กลับมาพลิกโฉมสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม โดยเฉพาะหุ้นสายเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ปรับตัวขึ้นโดดเด่นเหนือเหรียญส่วนใหญ่ สะท้อนว่ากลุ่มนักลงทุนระดับสถาบันยังคงให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ดิจิทัลยักษัใหญ่ ขณะที่ Ethereum และเหรียญอื่นๆ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน แต่ผลตอบแทนยังเทียบ Bitcoin ไม่ได้
ด้านกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจระดับมหภาคยังคงเป็นใจกับตลาดคริปโตในช่วงสัปดาห์ต่อไป
มุมมองในสัปดาห์หน้า
ตลาดการเงินกำลังก้าวเข้าสู่สัปดาห์ใหม่ด้วยโมเมนตัมขาขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญมากมายก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
หนึ่งในประเด็นหลักที่ตลาดทั่วโลกต้องเฝ้าจับตาคือความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เพราะถ้าการใช้มาตรการทางการทูตเกิดสะดุด หรือความขัดแย้งกลับมารุนแรงอีกครั้ง ก็อาจจุดชนวนให้ตลาดน้ำมัน และตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความผันผวนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ยังสนใจข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหม่เช่นกัน ทั้งถ้อยแถลงจาก Fed และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ยังไม่ประกาศ ส่วนความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ของตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงกระแส AI ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นเดินหน้าต่อได้
ในขณะเดียวกัน ทองคำ ดอลลาร์สหรัฐ และ Bitcoin ก็มีแนวโน้มว่าจะยังผันผวนสูงต่อไป โดยเฉพาะเวลาที่ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า Fed จะเปลี่ยนแนวทางดำเนินงาน รวมถึงข่าวสงครามเช่นกัน
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| ตัวเลข | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลาประกาศ [ไทย GMT+7] |
| การลงคะแนนโหวตประธาน Fed | สหรัฐอเมริกา | ยังไม่แน่นอน | |
| ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | สหรัฐอเมริกา | 3.30% | 19:30: น. |
| ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต่อเดือน | สหรัฐอเมริกา | 0.50% | 19:30: น. |
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือน | สหราชอาณาจักร | 0.50% | 13:00: น. |
| ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือน | สหรัฐอเมริกา | 1.70% | 19:30: น. |
| ดัชนีการผลิตของรัฐนิวยอร์ก | สหรัฐอเมริกา | 11 | 19:30: น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ Nikkei 225 ทางเทคนิค
ดัชนี Nikkei 225 ยังคงเป็นหนึ่งในดัชนีที่แข็งแกร่งที่สุด ณ เวลานี้ โดยอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างโดดเด่นนับตั้งแต่จุดต่ำสุดในเดือนมีนาคม หลังกลับมายืนเหนือเส้น MA20 ได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน ราคาก็เริ่มสร้างทั้งจุดสูงใหม่ (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาระยะห่างเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลักทั้งหมดได้อย่างมั่นคง
ปัจจุบัน ดัชนีซื้อขายเหนือระดับ 62,700 จุด และไต่ขึ้นไปบริเวณ 63,340 จุดได้สำเร็จ ถือเป็นการยืนยันว่าทิศทางขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปในภาพรวม ด้านเส้น MA5 ยังอยู่เหนือเส้น MA10 โดยทั้งสองเส้นอยู่เหนือเส้น MA20 ที่กำลังไต่ขึ้นได้สบายๆ สะท้อนถึงช่วงขาขึ้นขัดเจน สิ่งสำคัญคือ การย่อตัวในช่วงขาขึ้นมีลักษณะลงตื้น ชี้ให้เห็นว่าฝั่งซื้อยังคงเข้าคุมฝั่งขายได้
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวรับสำคัญแรกจะอยู่ที่ 61,500–60,700 จุด ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ช่วงขาขึ้นก็ยังดำเนินไปต่อ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าเส้น MA20 ต่อเนื่องเมื่อไหร่ ก็จะถือเป็นการส่งสัญญาณว่าโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรงลง อย่างไรก็ตาม กราฟรายวันยังคงให้น้ำหนักไปทางการปรับตัวขึ้นต่อได้อีก
กราฟดัชนี Nikkei 225 รายวัน

| แนวต้าน | 63,082 – 63,100 | 63,240 – 63,250 | 63,290 – 63,300 |
| แนวรับ | 60,523 – 60,540 | 59,053 – 59,100 | 57,894 – 57,900 |
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในกราฟรายวัน แม้จะผันผวนอย่างรุนแรงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ราคาซื้อขายอยู่ประมาณ $4,710 และกำลังพยายามกลับมาสร้างโมเมนตัมขาขึ้นอีกครั้ง หลังพักฐานอยู่หลายช่วงใต้แนวต้านสำคัญบริเวณ $4,800 ด้านเส้นค่าเฉลี่ยเริ่มกลับมาแสดงแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง โดยเส้น MA5 ตัดขึ้นเหนือเส้น MA10 ขณะที่ทั้งสองเส้นยังคงยืนเหนือเส้น MA20 ที่ไต่สู่ระดับสูงขึ้นต่อ
แท่งเทียนล่าสุดยังสะท้อนถึงช่วงขาขึ้นที่กลับมาแข็งแกร่งขึ้น โดยฝั่งซื้อยังเข้ามาครองเกมตอนที่ราคาย่อตัวลงบริเวณ $4,600–$4,650 ได้ตลอด ส่งผลให้ระดับดังกล่าวกลายเป็นแนวรับสำคัญของรอบนี้ ตราบใดที่ราคาทองคำยังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ การฟื้นตัวก็จะดำเนินต่อไป และไปต่อที่ระดับ $4,800 ได้ หรือมีโอกาสไปถึงระดับ $5,000 ได้เลย
แต่ถ้าทองคำอยู่เหนือ $4,650 ได้ไม่ตลอด ก็มีโอกาสที่แรงขายอาจกลับเข้ามาจนทำให้เกิดการปรับฐานโดยใช้เส้น MA20 ใกล้บริเวณ $4,500 เป็นแนวรับ แต่ในปัจจุบัน โมเมนตัมยังคงให้น้ำหนักไปทางการปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมความเชื่อมั่นที่กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,766 – $4,780 | $4,870 – $4,900 | $4,930 – $4,945 |
| แนวรับ | $4,619 – $4,625 | $4,523 – $4,555 | $4,373 – $4,390 |
บทวิเคราะห์น้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
ราคาน้ำมันยังคงซื้อขายอยู่ในช่วงขาลงในกราฟรายวัน หลังไม่สามารถรักษาแรงส่งก่อนหน้าจนพุ่งไปที่ $120 ได้ การถูกกดลงอย่างรุนแรงจากระดับดังกล่าวถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มหมดลง และก่อให้เกิดการปรับฐานลงอย่างหนักในเวลาต่อมา นับจากนั้น ราคาก็ได้สร้างจุดสูงที่ต่ำลง (Lower High) โดยทุกครั้งที่ราคาดีดตัวขึ้น ฝั่งขายก็กลับเข้ามาคุมตลาดได้ต่อ และกดให้ราคาขึ้นไปไม่ได้
โดยการที่ราคายืนเหนือระดับ $110 ไม่ได้ถือเป็นจุดสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพราะระดับดังกล่าวคือแนวรับหลักที่เคยรองรับราคาไว้หลายครั้งในช่วงการพักฐานก่อนหน้า
หากราคาน้ำมันยังซื้อขายต่ำกว่าระดับ $110 ต่อไป ตลาดก็มีโอกาสกลับลงไปทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $100–$101 อีกครั้ง และหากแรงขายเร่งตัวมากขึ้น ก็อาจเห็นการย้อนกลับไปยังจุดต่ำสุดเดิมก่อนหน้าได้เช่นกัน ในทางกลับกัน หากฝั่งซื้อต้องการเปลี่ยนตลาดกลับสู่ช่วงฟื้นตัว ราคาต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น MA20 ให้มั่นคง และต้องทะลุแนวต้านสำคัญที่ $112–$114 ให้ได้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น กราฟรายวันก็ยังคงให้น้ำหนักไปทางช่วงขาลงเหมือนเดิม
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $109.55 – $109.70 | $116.76 – $116.95 | $120.32 – $120.50 |
| แนวรับ | $102.54 – $102.70 | $99.38 – $99.60 | $93.70 – $93.89 |
บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค
ดัชนี S&P 500 ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างโดดเด่นในกรอบเวลารายวัน โดยดัชนีล่าสุดซื้อขายกันแถว 7,370 จุด หลังเพิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญแถว 7,393 จุดมา ด้านเส้นค่าเฉลี่ยยังคงเคลื่อนที่สู่ทิศทางขาขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเส้น MA5 อยู่เหนือเส้น MA10 และทั้งสองเส้นอยู่เหนือกว่าเส้น MA20 ที่กำลังไต่ขึ้นอย่างชัดเจน ลักษณะแบบนี้มักสะท้อนถึงแรงซื้อจากนักลงทุนระดับสถาบัน และมักเกิดขึ้นในช่วงที่รักษาแนวโน้มได้ระยะยาว
หนึ่งในสัญญาณบวกที่ชัดเจนที่สุดในกราฟคือแรงซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ราคาย่อตัว ก็ลงได้น้อยมาก ขณะที่แท่งเทียนขาขึ้นยังคงครองโครงสร้างได้ การทะลุบริเวณพักฐานเดิมตรง 7,000–7,100 จุดได้ถือเป็นสัญญาณยืนยันถึงแนวโน้มขาขึ้นในระยะถัดไป และเปิดทางให้ตลาดขึ้นไปได้ต่อ
ระดับ 7,300–7,250 ได้กลายเป็นแนวรับสำคัญสอดคล้องกับตำแหน่งของเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นอีกด้วย ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ช่วงขาขึ้นก็ยังถือว่าแข็งแกร่ง และมีโอกาสเดินหน้าสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 7,400 จุดได้ แม้ว่าหลังปรับขึ้นแรง ตลาดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานระยะสั้นบ้างก็ถือว่าการปรับตัวยังแข็งแกร่งในการวิเคราะห์เชิงเทคนิค ในช่วงนี้ โมเมนตัมของตลาดยังให้น้ำหนักไปทางการเดินหน้าต่อมากกว่าการกลับตัวลง
ในภาพรวม ดัชนี S&P 500 ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งบนกราฟรายวัน และในเวลานี้ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจนปรากฏออกมา
กราฟดัชนี S&P 500 รายวัน

| แนวต้าน | 7,385 – 7,400 | 7,425 – 7,430 | 7,485 – 7,500 |
| แนวรับ | 7,218 – 7,225 | 7,095 – 7,100 | 6,988 – 7,000 |
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง