Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ราคาน้ำมันร่วงตามการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกันได้ ด้านทองกลับมายืนเหนือ $4,700 ส่วนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทุบสถิติสูงสุดใหม่ต่อ

May 8, 2026, 12:17
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดย S&P 500 ทะลุระดับ 7,300 จุดได้เป็นครั้งแรก ส่วน Nasdaq ได้ประโยชน์จากกระแส AI จนพุ่งต่อเนื่องเช่นกัน

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

  • ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดย S&P 500 ทะลุระดับ 7,300 จุดได้เป็นครั้งแรก ส่วน Nasdaq ได้ประโยชน์จากกระแส AI จนพุ่งต่อเนื่องเช่นกัน
  • ทองกลับมายืนเหนือระดับ $4,700 ได้อีกครั้ง หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และตลาดเริ่มลดโอกาสความเป็นไปได้ว่า Fed จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด
  • โดนัลด์ ทรัมป์เปิดตัวโครงการ “Project Freedom” ที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะส่งสัญญาณในเวลาต่อมาว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเรียบร้อย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็วตลอดทั้งสัปดาห์
  • ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นำโดย Nikkei 225 ของญี่ปุ่น และ KOSPI ของเกาหลีใต้
  • มูลค่าบริษัท Samsung Electronics พุ่งทะลุระดับ $1 ล้านล้านเรียบร้อย หลังหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และ AI ปรับตัวขึ้นอย่างมาก
  • Bitcoin กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ $80,000 ได้อีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนระดับสถาบันมีความต้องการเพิ่มขึ้น รวมถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันตลาดคริปโตเช่นกัน
  • ตลาดน้ำมันยังคงผันผวนหนักตามข่าวสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเช่นกัน

หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อเนือง

ข้อมูลเศรษฐกิจคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นของนักลงทุนตลอดทั้งสัปดาห์ โดยข้อมูลการจ้างงานจากหน่วยงาน ADP ได้ประกาศผลออกมาดีกว่าครั้งก่อน โดยมีตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้น 109,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน แต่ก็ยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ความไม่สงบได้ แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเริ่มชะลอตัว การประกาศครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่า Fed อาจต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าเดิม

ส่วนตลาดหุ้นนั้นพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และดอลลาร์ยังเผชิญปัญหาเกือบทั้งสัปดาห์ โดย Nasdaq 100 โดดขึ้น 3.45% เหนือระดับ 28,800 จุดเป็นซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ส่วน S&P 500 ปรับตัวขึ้นอีก 1.6% จนทะลุระดับ 7,300 จุดได้เป็นครั้งแรก ด้าน Dow Jones โชว์ผลงานดีและแย่ผสมกันตลอดสัปดาห์ก่อนจะปิดตลาดโดยแทบไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ตลาดเอเชียพุ่งทำสถิติใหม่

ถือเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่ตลาดหุ้นเอเชียทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดของปี โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นทะยานเหนือระดับ 62,000 จุดได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามบริษัทสายการเงิน เทคโนโลยี และเซมิคอนดักเตอร์ที่โชว์ผลงานทำกำไรได้อย่างยอดเยี่ยม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกระแส AI และความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง

ด้าน KOSPI ของเกาหลีใต้ก็เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน หลังปรับตัวขึ้นอย่างมากตลอดสัปดาห์ โดยบริษัท Samsung Electronics ได้กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของตลาดโลก หลังมูลค่าของบริษัทพุ่งทะลุระดับ $1 ล้านล้านเรียบร้อย ขณะที่ SK Hynix และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายอื่นก็พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นตามนักลงทุนที่แห่นำเงินมาลงในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่หยุด

ตลาดหุ้นเอเชียที่โชว์ความแข็งแกร่งครั้งนี้สะท้อนถึงบรรยากาศที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันตกลงในช่วงปลายสัปดาห์ และผลักดันให้เกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้นว่ายุคแห่ง AI จะเติบโตต่อไป

ทองกลับมายืนเหนือระดับ $4,700 ตามดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง

ดอลลาร์สหรัฐได้อ่อนค่าลงเกือบทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดความเป็นไปได้ที่ Fed จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยดันสินทรัพย์ปลอดภัยให้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง โดยทองคำกลับมายืนเหนือระดับ $4,700 ได้อีกครั้ง และปิดสัปดาห์ในทิศทางขาขึ้น ก่อนหน้านี้ ทองคำต้องเผชิญปัญหาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และความกังวลด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เมื่อดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงผสมกับการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เพิ่มขึ้นอีกต่างเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำกลับมาทรงตัวได้อีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้หรือไม่ยังคงกระตุ้นความต้องการในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยต่อไป และถึงแม้ว่ามาตรการทางการฑูตจะเข้ามามีบทบาทไกล่เกลี่ยปัญหาได้ แต่นักลงทุนก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังอยู่ โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังสร้างความไม่แน่นอนให้ตลาดพลังงานโลกอยู่

โดยตลาดฟอเร็กซ์ในภาพรวมนั้น สกุลเงินใดๆ ก็ตามที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงเริ่มกลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังคงซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า

ราคาน้ำมันตกแถมเผชิญความผันผวนสูง

ราคาน้ำมันต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์ ในช่วงต้นสัปดาห์ ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการเปิดฉากภารกิจ “Project Freedom” ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และ WTI พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาดกลัวว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจสร้างปัญหาลุกลามต่อพลังงานของโลกได้

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมีรายงานว่าทั้งสองประเทศใกล้จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ราคาน้ำมันนิ่งลงหลังพุ่งสุ่จุดสูงสุด แต่นักลงทุนก็ยังต้องระวังอยู่ เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ในช่วงการเจรจาเท่านั้น

แม้ราคาน้ำมันจะร่วงลงบ้าง แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงหลายเดือนก่อน โดยยังซื้อขายกันประมาณ $100 ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดยังคงกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่

คริปโตได้อานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนใน ETF

ตลาดคริปโตกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งอีกครั้งในสัปดาห์นี้ นำโดย Bitcoin ที่กลับขึ้นมาทะลุระดับ $80,000 ได้สำเร็จซึ่งได้แรงซื้อจากนักลงทุนระดับสถาบัน โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF สามารถสร้างกระแสเงินทุนสุทธิเข้ามาในกองทุนได้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้กลับมาพลิกโฉมสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม โดยเฉพาะหุ้นสายเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ปรับตัวขึ้นโดดเด่นเหนือเหรียญส่วนใหญ่ สะท้อนว่ากลุ่มนักลงทุนระดับสถาบันยังคงให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ดิจิทัลยักษัใหญ่ ขณะที่ Ethereum และเหรียญอื่นๆ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน แต่ผลตอบแทนยังเทียบ Bitcoin ไม่ได้

ด้านกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจระดับมหภาคยังคงเป็นใจกับตลาดคริปโตในช่วงสัปดาห์ต่อไป


มุมมองในสัปดาห์หน้า

ตลาดการเงินกำลังก้าวเข้าสู่สัปดาห์ใหม่ด้วยโมเมนตัมขาขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญมากมายก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

หนึ่งในประเด็นหลักที่ตลาดทั่วโลกต้องเฝ้าจับตาคือความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เพราะถ้าการใช้มาตรการทางการทูตเกิดสะดุด หรือความขัดแย้งกลับมารุนแรงอีกครั้ง ก็อาจจุดชนวนให้ตลาดน้ำมัน และตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความผันผวนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ยังสนใจข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหม่เช่นกัน ทั้งถ้อยแถลงจาก Fed และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ยังไม่ประกาศ ส่วนความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ของตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงกระแส AI ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นเดินหน้าต่อได้

ในขณะเดียวกัน ทองคำ ดอลลาร์สหรัฐ และ Bitcoin ก็มีแนวโน้มว่าจะยังผันผวนสูงต่อไป โดยเฉพาะเวลาที่ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า Fed จะเปลี่ยนแนวทางดำเนินงาน รวมถึงข่าวสงครามเช่นกัน


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

ตัวเลขประเทศก่อนหน้าเวลาประกาศ [ไทย GMT+7]
การลงคะแนนโหวตประธาน Fedสหรัฐอเมริกายังไม่แน่นอน
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีสหรัฐอเมริกา3.30%19:30: น.
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต่อเดือนสหรัฐอเมริกา0.50%19:30: น.
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือนสหราชอาณาจักร0.50%
13:00: น.
ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือนสหรัฐอเมริกา1.70%19:30: น.
ดัชนีการผลิตของรัฐนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา1119:30: น.

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ Nikkei 225 ทางเทคนิค

ดัชนี Nikkei 225 ยังคงเป็นหนึ่งในดัชนีที่แข็งแกร่งที่สุด ณ เวลานี้ โดยอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างโดดเด่นนับตั้งแต่จุดต่ำสุดในเดือนมีนาคม หลังกลับมายืนเหนือเส้น MA20 ได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน ราคาก็เริ่มสร้างทั้งจุดสูงใหม่ (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาระยะห่างเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลักทั้งหมดได้อย่างมั่นคง

ปัจจุบัน ดัชนีซื้อขายเหนือระดับ 62,700 จุด และไต่ขึ้นไปบริเวณ 63,340 จุดได้สำเร็จ ถือเป็นการยืนยันว่าทิศทางขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปในภาพรวม ด้านเส้น MA5 ยังอยู่เหนือเส้น MA10 โดยทั้งสองเส้นอยู่เหนือเส้น MA20 ที่กำลังไต่ขึ้นได้สบายๆ สะท้อนถึงช่วงขาขึ้นขัดเจน สิ่งสำคัญคือ การย่อตัวในช่วงขาขึ้นมีลักษณะลงตื้น ชี้ให้เห็นว่าฝั่งซื้อยังคงเข้าคุมฝั่งขายได้

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวรับสำคัญแรกจะอยู่ที่ 61,500–60,700 จุด ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ช่วงขาขึ้นก็ยังดำเนินไปต่อ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าเส้น MA20 ต่อเนื่องเมื่อไหร่ ก็จะถือเป็นการส่งสัญญาณว่าโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรงลง อย่างไรก็ตาม กราฟรายวันยังคงให้น้ำหนักไปทางการปรับตัวขึ้นต่อได้อีก

กราฟดัชนี Nikkei 225 รายวัน

แนวต้าน63,082 – 63,10063,240 – 63,25063,290 – 63,300
แนวรับ60,523 – 60,54059,053 – 59,10057,894 – 57,900

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในกราฟรายวัน แม้จะผันผวนอย่างรุนแรงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ราคาซื้อขายอยู่ประมาณ $4,710 และกำลังพยายามกลับมาสร้างโมเมนตัมขาขึ้นอีกครั้ง หลังพักฐานอยู่หลายช่วงใต้แนวต้านสำคัญบริเวณ $4,800 ด้านเส้นค่าเฉลี่ยเริ่มกลับมาแสดงแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง โดยเส้น MA5 ตัดขึ้นเหนือเส้น MA10 ขณะที่ทั้งสองเส้นยังคงยืนเหนือเส้น MA20 ที่ไต่สู่ระดับสูงขึ้นต่อ

แท่งเทียนล่าสุดยังสะท้อนถึงช่วงขาขึ้นที่กลับมาแข็งแกร่งขึ้น โดยฝั่งซื้อยังเข้ามาครองเกมตอนที่ราคาย่อตัวลงบริเวณ $4,600–$4,650 ได้ตลอด ส่งผลให้ระดับดังกล่าวกลายเป็นแนวรับสำคัญของรอบนี้ ตราบใดที่ราคาทองคำยังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ การฟื้นตัวก็จะดำเนินต่อไป และไปต่อที่ระดับ $4,800 ได้ หรือมีโอกาสไปถึงระดับ $5,000 ได้เลย

แต่ถ้าทองคำอยู่เหนือ $4,650 ได้ไม่ตลอด ก็มีโอกาสที่แรงขายอาจกลับเข้ามาจนทำให้เกิดการปรับฐานโดยใช้เส้น MA20 ใกล้บริเวณ $4,500 เป็นแนวรับ แต่ในปัจจุบัน โมเมนตัมยังคงให้น้ำหนักไปทางการปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมความเชื่อมั่นที่กลับมาชัดเจนอีกครั้ง

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,766 – $4,780$4,870 – $4,900$4,930 – $4,945
แนวรับ$4,619 – $4,625$4,523 – $4,555$4,373 – $4,390

บทวิเคราะห์น้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

ราคาน้ำมันยังคงซื้อขายอยู่ในช่วงขาลงในกราฟรายวัน หลังไม่สามารถรักษาแรงส่งก่อนหน้าจนพุ่งไปที่ $120 ได้ การถูกกดลงอย่างรุนแรงจากระดับดังกล่าวถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มหมดลง และก่อให้เกิดการปรับฐานลงอย่างหนักในเวลาต่อมา นับจากนั้น ราคาก็ได้สร้างจุดสูงที่ต่ำลง (Lower High) โดยทุกครั้งที่ราคาดีดตัวขึ้น ฝั่งขายก็กลับเข้ามาคุมตลาดได้ต่อ และกดให้ราคาขึ้นไปไม่ได้

โดยการที่ราคายืนเหนือระดับ $110 ไม่ได้ถือเป็นจุดสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพราะระดับดังกล่าวคือแนวรับหลักที่เคยรองรับราคาไว้หลายครั้งในช่วงการพักฐานก่อนหน้า

หากราคาน้ำมันยังซื้อขายต่ำกว่าระดับ $110 ต่อไป ตลาดก็มีโอกาสกลับลงไปทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $100–$101 อีกครั้ง และหากแรงขายเร่งตัวมากขึ้น ก็อาจเห็นการย้อนกลับไปยังจุดต่ำสุดเดิมก่อนหน้าได้เช่นกัน ในทางกลับกัน หากฝั่งซื้อต้องการเปลี่ยนตลาดกลับสู่ช่วงฟื้นตัว ราคาต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น MA20 ให้มั่นคง และต้องทะลุแนวต้านสำคัญที่ $112–$114 ให้ได้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น กราฟรายวันก็ยังคงให้น้ำหนักไปทางช่วงขาลงเหมือนเดิม

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$109.55 – $109.70$116.76 – $116.95$120.32 – $120.50
แนวรับ$102.54 – $102.70$99.38 – $99.60$93.70 – $93.89

บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค

ดัชนี S&P 500 ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างโดดเด่นในกรอบเวลารายวัน โดยดัชนีล่าสุดซื้อขายกันแถว 7,370 จุด หลังเพิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญแถว 7,393 จุดมา ด้านเส้นค่าเฉลี่ยยังคงเคลื่อนที่สู่ทิศทางขาขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเส้น MA5 อยู่เหนือเส้น MA10 และทั้งสองเส้นอยู่เหนือกว่าเส้น MA20 ที่กำลังไต่ขึ้นอย่างชัดเจน ลักษณะแบบนี้มักสะท้อนถึงแรงซื้อจากนักลงทุนระดับสถาบัน และมักเกิดขึ้นในช่วงที่รักษาแนวโน้มได้ระยะยาว

หนึ่งในสัญญาณบวกที่ชัดเจนที่สุดในกราฟคือแรงซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ราคาย่อตัว ก็ลงได้น้อยมาก ขณะที่แท่งเทียนขาขึ้นยังคงครองโครงสร้างได้ การทะลุบริเวณพักฐานเดิมตรง 7,000–7,100 จุดได้ถือเป็นสัญญาณยืนยันถึงแนวโน้มขาขึ้นในระยะถัดไป และเปิดทางให้ตลาดขึ้นไปได้ต่อ

ระดับ 7,300–7,250 ได้กลายเป็นแนวรับสำคัญสอดคล้องกับตำแหน่งของเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นอีกด้วย ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ช่วงขาขึ้นก็ยังถือว่าแข็งแกร่ง และมีโอกาสเดินหน้าสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 7,400 จุดได้ แม้ว่าหลังปรับขึ้นแรง ตลาดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานระยะสั้นบ้างก็ถือว่าการปรับตัวยังแข็งแกร่งในการวิเคราะห์เชิงเทคนิค ในช่วงนี้ โมเมนตัมของตลาดยังให้น้ำหนักไปทางการเดินหน้าต่อมากกว่าการกลับตัวลง

ในภาพรวม ดัชนี S&P 500 ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งบนกราฟรายวัน และในเวลานี้ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจนปรากฏออกมา

กราฟดัชนี S&P 500 รายวัน

แนวต้าน7,385 – 7,4007,425 – 7,4307,485 – 7,500
แนวรับ7,218 – 7,2257,095 – 7,1006,988 – 7,000

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service