wp-emoji-styles => 
wp-block-library => /wp-includes/css/dist/block-library/style.min.css
classic-theme-styles => 
global-styles => 
wp-pagenavi => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/wp-pagenavi/pagenavi-css.css
addtoany => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.css
jquery => 
addtoany-core => https://static.addtoany.com/menu/page.js
addtoany-jquery => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.js
Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

Fed แต่งตั้งประธานคนใหม่ มาพร้อมเงินเฟ้อที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น และ Dow Jones ที่กลับมาเหนือ 50,000 จุดอีกครั้ง

May 15, 2026, 12:24

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. S&P 500 และ Nasdaq เดินหน้าทุบสถิติสูงสุดใหม่ไม่หยุดตามหุ้นเทคโนโลยีสาย AI ที่ยังคงเป็นหัวจักรสำคัญในการปรับตัวขึ้น
  2. Dow Jones กลับมายืนเหนือระดับสูงสุดที่ 50,000 จุดอีกครั้งตามผลประกอบการของบริษัทต่างๆ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมายอดเยี่ยม
  3. เงินเฟ้อผู้บริโภค และผู้ผลิตของสหรัฐฯ ออกมาร้อนแรงกว่าที่คาด ตอกย้ำโอกาสว่า Fed อาจรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คิด
  4. เควิน วอร์ชได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาจับตาทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในยุคใหม่มากขึ้น
  5. การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกเฝ้าติดตาม ทั้งความคืบหน้าเรื่องการค้า ภาษีนำเข้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
  6. ราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงผันผวนหนัก เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในความไม่แน่นอน
  7. Bitcoin ฟื้นกลับมายืนเหนือระดับ $80,000 อีกครั้ง หลังแรงซื้อระดับสถาบันและกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักใหม่


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทุบสถิติใหม่ แม้เงินเฟ้อกลับมาพุ่ง

หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อในสัปดาห์นี้ โดยทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ต่างทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งคู่ โดยได้รับอิทธิพลหลักมาจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI อย่าง Nvidia, Micron และ Cisco ที่มีส่วนผลักดันให้ตลาดพุ่งขึ้นต่อ นื่องจากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ AI และเทคโนโลยี

Nasdaq 100 พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 29,676 จุดในวันพฤหัสบดี ด้าน S&P 500 ก็ทะลุระดับ 7,500 จุดได้เป็นครั้งแรก ส่วน Dow Jones ก็กลับมายืนเหนือระดับ 50,000 จุดอีกครั้งในรอบหลายเดือน สะท้อนว่าตลาดยังคงเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าจะรักษาความแข็งแกร่งได้ต่อไปในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ตลาดยังต้องจับตาคือเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายนของสหรัฐฯ ปรับขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทะยานขึ้นถึง 6% ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี ปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อมาจากราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาแกร่งกว่าที่คิดส่งผลให้ตลาดยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า Fed อาจยื้อเวลาในการลดอัตราดอกเบี้ยออกไป และมีแนวโน้มรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้นานกว่าที่คาดภายใต้การนำของว่าที่ประธาน Fed คนใหม่อย่างเควิน วอร์ช

ถึงแม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่กลับมองว่าเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งมากกว่าการอยู่ในช่วงภาวะชะลอตัวระยะใกล้

ตลาดหุ้นเอเชียเดินหน้าปรับขึ้นต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นเอเชียยังอยู่ในแดนบวกได้สบายในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 63,800 จุด ขณะที่ Kospi ของเกาหลีใต้เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ทะลุระดับ 8,000 จุดได้เป็นครั้งแรก

ด้านหุ้นของ Samsung ก็ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง หลังเซมิคอนดักเตอร์และ AI ยังเป็นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด คือการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ททรัมป์ และสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง โดยตลาดให้ความสนใจกับประเด็นด้านภาษีนำเข้า มาตรการควบคุมการใช้เทคโนโลยี ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก แม้จะไม่มีข้อมูลสำคัญประกาศออกมา แต่การที่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจเปิดโต๊ะคุยกันถือเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนกลงทุนทั่วโลก

ดัชนีดอลลาร์พุ่ง 1.2% หลังอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสเพิ่มสูง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเกือบทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่คาด รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็ปรับตัวสูงขึ้นตาม โดยเงินเฟ้อที่สูงขึ้นคือปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนลดความเชื่อมั่นลงว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลงในระยะสั้น ถือเป็นข่าวดีให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำอย่างเยนญี่ปุ่น และยูโร

โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้น 1.2% สู่ระดับ 99.23 ภายในสัปดาห์เดียว ส่วนเยนของญี่ปุ่นยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นยิ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยห่างออกไปอีก ขณะที่นักลงทุนยังคงซื้อขายเงินยูโรด้วยความระมัดระวังตามความกังวลว่าเศรษฐกิจยุโรปจะอ่อนแอลงอีก รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหราชอาณาจักร และยุโรปเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน สกุลเงินที่มีผลโดยตรงกับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างดอลลาร์แคนาดาและดอลลาร์ออสเตรเลียยังคงผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่แกว่งหนักตลอดทั้งสัปดาห์

ทองร่วงแรงสู่ระดับ $4,500 หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

ทองคำ เผชิญความผันผวนอย่างหนักตลอดสัปดาห์ ถีงแม้ราคาจะเคยพุ่งขึ้นเหนือระดับ $4,700 ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนด้านภูมิศาสตร์ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่ก็มาได้รับผลกระทบจากหลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะนี้ ตลาดยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสองสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน นั่นคือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังผลักดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงต่อ ซึ่งสร้างปัญหาต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนใดๆ อย่างทองคำ

ด้านราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูงตลอดทั้งสัปดาห์ หลังนักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ในอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซ และความต้องการพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด โดยน้ำมันดิบ เบรนท์ซื้อขายเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรลในบางช่วงของสัปดาห์ ขณะที่ความต้องการพลังงานยังคงทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อต่อไป

ขณะที่กลุ่มโลหะอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยราคาทองแดงทะยานเข้าใกล้ระดับสูงสุด เนื่องจากอยู่ในช่วงภาวะขาดแคลน และความต้องการในการใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ตัวเลขประเทศก่อนหน้าเวลาประกาศ [ไทย GMT+7]
วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจยุโรปยุโรป16:00: น.
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคมการเปลี่ยนแปลงจำนวนว่างงานสหราชอาณาจักร26.8K13:00: น.
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีแคนาดา2.60%19:30: น.
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคมตัวเลขการจองบ้าน เดือนต่อเดือนสหรัฐอเมริกา1.50%21:00: น.
วันพุธที่ 20 พฤษภาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีสหราชอาณาจักร3.30%13:00: น.
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา01:00: น.
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมอัตราการว่างงานออสเตรเลีย4.30%08:30: น.
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นสหราชอาณาจักร53.703:30: น.
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นสหราชอาณาจักร52.703:30: น.
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นสหรัฐอเมริกา54.5
20:45: น.
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นสหรัฐอเมริกา5120:45: น.
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือนสหราชอาณาจักร0.70%13:00: น.
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือนแคนาดา0.70%19:30: น.

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ $110.352 ขณะที่ราคาล่าสุดเริ่มสะท้อนว่าแรงซื้อยังคงเข้ามาที่แนวรับระยะสั้น

ปัจจุบัน เส้นค่าเฉลี่ย MA5 และ MA10 กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาราคาปัจจุบัน ขณะที่เส้น MA20 ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ MA20 ได้ ช่วงขาขึ้นในระยะกลางยังถือว่าดำเนินต่อไปได้อยู่

ขณะที่แนวโน้มหลักยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยถ้าราคาทะลุระดับ $112.00 ได้มั่นคง ก็อาจเปิดทางให้ไปต่อได้ที่ $117.00 แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับแนวรับที่ $108.70 ก็อาจบ่งบอกถึงการปรับฐานสู่แนวรับที่ต่ำลงตรง $102.00 ได้

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$110.00 – $110.48$112.85 – $113.00$117.88 – $118.30
แนวรับ$108.00 – $108.20$105.00 – $105.20$101.60 – $102.00

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

หลังจากเผชิญแรงขายหนัก แต่ก็ฟื้นตัวกลับมาด้วยความผันผวนก่อนหน้านี้ ตอนนี้ราคากำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐาน และมีโอกาสเข้าสู่ช่วงขาลงต่อ

แท่งเทียนล่าสุดปรากฏเป็นลักษณะ Bearish Engulfing หรือแท่งแดงขนาดใหญ่ ซึ่งยิ่งกดให้ราคาหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ถือเป็นการสะท้อนว่าแรงขายเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,759 ได้ ส่วนเส้น MA5 และ MA10 ก็เริ่มโค้งตัวลงเช่นกัน

โดยปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $4,566 ซึ่งต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ทั้งหมด สะท้อนว่ายังอยู่ช่วงแนวโน้มขาลง ด้านปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝั่งขายในช่วงล่าสุดก็สอดคล้องกับการที่ราคาปรับลง ซึ่งยืนยันถึงแรงขายที่เข้ามาต่อเนื่อง

ถ้าราคากลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ $4,650 ไม่ได้โดยเร็ว ก็มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ระดับ $4,400 ได้ หรือจะลงไปใกล้จุดต่ำสุดก่อนหน้าที่ $4,099 อีกครั้งก็มีโอกาสเกิดขึ้นสูง

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,775 – $4,790$4,824 – $4,840$4,939 – $4,950
แนวรับ$4,498 – $4,520$4,370 – $4,400$4,285 – $4,300

บทวิเคราะห์ Dow Jones ทางเทคนิค

กราฟรายวันของ Dow Jones สะท้อนการฟื้นตัวแบบ V-shape ได้สุดยอด ซึ่งได้ผลักดันให้ดัชนีกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ 50,000 จุดอีกครั้ง ถือเป็นการยืนยันว่าแรงซื้อยังคงเข้ามาคุมตลาดได้ต่อเนื่องในระยะต่อไป ปัจจุบัน ราคาซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมด สะท้อนว่าโมเมนตัมของตลาดยังอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้ล่าสุดจะมีการย่อตัวในระยะสั้นบ้าง

ในเชิงเทคนิค ตลาดยังคงเป็นไปแบบ เข้าเมื่อย่อ ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้น MA20 ได้ โดยเส้น MA20 ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ และยิ่งเพิ่มโอกาสให้ระยะกลางอยู่ในช่วงขาขึ้น ในทางกลับกัน แนวรับระดับแรกอยู่ที่ 49,500 จุดตามด้วยระดับถัดไปที่ 49,100 จุด และ 48,500 จุดตามลำดับ และถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเป็นสัญญาณว่าพลังขาขึ้นเริ่มอ่อนตัวลง และเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ต่ำลง

กราฟดัชนี Dow Jones รายวัน

แนวต้าน50,200 – 50,24050,473 – 50,50050,700 – 50,250
แนวรับ49,321 – 49,50048,898 – 49,00048,489 – 48,600

บทวิเคราะห์ Bitcoin ทางเทคนิค

Bitcoin ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นบนกราฟรายวัน แม้จะย่อลงบ้าง โดยราคายังคงซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน รวมถึงเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ สะท้อนว่าแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางยังดำเนินต่อไป การที่ Bitcoin ทรงตัวเหนือระดับจิตวิทยาสำคัญที่ $80,000 ได้ก็ถือว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดได้อยู่ แม้โมเมนตัมจะเริ่มชะลอตัวลงถ้าเทียบกับช่วงที่ปรับขึ้นแรงในเดือนเมษายนมาถึงต้นเดือนพฤษภาคม

เส้นค่าเฉลี่ยยังคลื่อนที่ในทิศทางบวก โดยเส้น MA5 อยู่เหนือ MA10 และทั้งสองเส้นยังอยู่เหนือ MA20 ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่มักสะท้อนแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง

ถ้า Bitcoin กลับขึ้นไป และปิดเหนือแนวต้านที่ $82,800 ได้ ก็อาจเปิดทางให้เกิดแรงซื้อรอบใหญ่ได้อีกครั้ง และมีโอกาสปรับขึ้นต่อสู่ระดับ $84,500–$85,000 ในทางกลับกัน แนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ $80,000–$80,700 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $79,000–$79,400 โดยถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเกิดการปรับฐานที่ต่ำลงสู่ระดับ $77,500 หรือถึง $75,000 ได้

ตราบใดที่ Bitcoin ยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน และยังคงสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้นบนกราฟรายวัน แนวโน้มหลักยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาระดับ $80,000 อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าหลุดระดับดังกล่าวชัดเจน อาจส่งผลให้เปลี่ยนกลับมาเป็นช่วงขาลงในระยะสั้น และเพิ่มความผันผวนให้ตลาดคริปโตโดยรวม

กราฟ Bitcoin รายวัน

แนวต้าน$82,800 – $83,000$85,000 – $85,360$89,651 – $90,000
แนวรับ$78,800 – $79,000$76,243 – $76,450$75,000 – $75,230

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service