wp-emoji-styles => 
wp-block-library => /wp-includes/css/dist/block-library/style.min.css
classic-theme-styles => 
global-styles => 
wp-pagenavi => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/wp-pagenavi/pagenavi-css.css
addtoany => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.css
jquery => 
addtoany-core => https://static.addtoany.com/menu/page.js
addtoany-jquery => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.js
Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

Dow Jones ทะยานสู่สถิติสูงสุดใหม่ ด้าน S&P 500 เริ่มร่วงจากจุดสูงล่าสุด ส่วนบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า $63,000

June 5, 2026, 11:18

Weekly Recap and Forecast: Dow Jones surges to a new record level as the S&P500 retreats from recent highs. Bitcoin falls below $63,000

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. Dow Jones โชว์ผลงานโดดเด่นเหนือใคร หลังนักลงทุนเริ่มหมุนเงินออกจากหุ้นเติบโต แล้วนำไปลงทุนในสายธุรกิจดั้งเดิมมากขึ้น
  2. การปรับตัวขึ้นของหุ้นตามกระแส AI กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหม่ หลังผลประกอบการของ Broadcom จุดประเด็นความกังวลถึงมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่อาจจะอยู่ในช่วงร้อนแรงเกินในขณะนี้
  3. แม้ตลาดหุ้นเอเชียจะมีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ก็เริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัวลงหลังทุบสถิติใหม่ไม่หยุด
  4. สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดน้ำมันและทองคำในระยะสั้น
  5. ตลาดคริปโตยังอยู่ในช่วงผันผวนหนักตามกระแสการลงทุนในกองทุน ETF และการใช้เลเวอเรจในตลาด ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลยังเหวี่ยงแรง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: Dow Jones ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ด้านหุ้นเทคฯ เริ่มพักตัว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โชว์ผลงานทั้งดีและแย่สลับกันตลอดทั้งสัปดาห์ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ทะยานขึ้นทุบสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 51,600 จุดตามการเติบโตของหุ้นกลุ่มการเงิน สุขภาพ และอุตสาหกรรม โดยนักลงทุนเริ่มนำเงินออกจากหุ้นสายเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตสูงไปลงทุนในหุ้นป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น ตามการวิเคราะห์ภาพรวมของเศรษฐกิจ รวมถึงความกังวลว่ามูลค่าของหุ้น AI อาจอยู่ในระดับร้อนแรงเกินในขณะนี้

ขณะเดียวกัน S&P 500 และ Nasdaq ต่างอ่อนตัวลงจากจุดสูงล่าสุด โดยมีสาเหตุมาจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลัง Broadcom เผยผลประกอบการได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยหุ้นของ Broadcom ร่วงลงมากกว่า 12% จุดชนวนให้หุ้นสายเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ต้องเผชิญแรงเทขายในวงกว้าง และยังมาพร้อมกับความน่ากังวลว่าการปรับตัวขึ้นตามกระแส AI จะยังเดินหน้าต่อได้เร็วเท่าเดิมเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ ในช่วงปลายสัปดาห์ S&P 500 ซื้อขายอยู่ที่่ 7,545 จุด ส่วน Nasdaq ปรับตัวลง แม้ภาคส่วนอื่นยังแข็งแกร่งก็ตาม

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันและทองคำผันผวนตามข่าวสถานการณ์ที่อิหร่าน

ราคาน้ำมันและทองคำยังผันผวนหนัก เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินสถานการณ์เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงภาพรวมของความขัดแย้งในตะวันออกกลางเช่นกัน

ในช่วงแรก ราคาน้ำมันดิบก็ได้ปรับขึ้นตามความกังวลว่าความตึงเครียดอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ต่อมาก็เริ่มมีรายงานว่าความคืบหน้าในการเจรจาสามารถลดระดับความตึงเครียดลงได้ ส่งผลให้แรงซื้อเริ่มชะลอลง ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อไม่ได้

ด้านทองคำก็เผชิญความผันผวนแบบเดียวกัน โดยปรับขึ้นทุกครั้งถ้าสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น แต่จะถูกกดลงทันทีเมื่อเริ่มมีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาทางการทูต และในช่วงปลายสัปดาห์ ราคาทองคำก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้ เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน รวมถึงดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงก็ช่วยดันราคาทองคำเช่นกัน

ตลาดคริปโต: บิตคอยน์และอีเธอเรียมร่วงหนักก่อนเกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่

ตลาดคริปโตเผชิญหนึ่งในสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในปี 2026 โดยบิตคอยน์ร่วงหลุดระดับสำคัญที่ $62,000 ส่วนอีเธอเรียมก็เผชิญปัญหาหนักเช่นกันจนร่วงลงไปที่ระดับ $1,700 โดยมีนักลงทุนมากมายถูกล้างพอร์ตทั่วตลาดคริปโตหลังเปิดสถานะซื้อ (Long) โดยใช้เลเวอเรจมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ราคาก็ร่วงลงอย่างรวดเร็วจนก่อให้เกิดการบังคับขายขึ้น

โดยการร่วงครั้งนี้เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เช่นกัน แต่่ที่สำคัญคือการประกาศจาก Strategy ว่าบริษัทได้ขายบิตคอยน์จำนวน 32 เหรียญออกไปในช่วงวันที่ 26–31 พฤษภาคม แม้มูลค่าการขายจะไม่ได้เยอะมากนัก แต่ข่าวดังกล่าวกลับส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และยังทำให้นักลงทุนระดับสถาบันลดความเชื่อมั่นในตัวบิตคอยน์ลงไป

บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า (8–12 มิถุนายน 2026)

ในระยะถัดไป นักลงทุนต้องจับตา 3 ประเด็นสำคัญเป็นหลัก

ประเด็นแรกคือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้ง CPI และ PPI ที่ใกล้จะประกาศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า Fed จะเดินไปในทิศทางไหนต่อ โดยถ้าเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงลง ก็อาจเพิ่มโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ย และกลับมาสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

ประเด็นที่สองคือหุ้นสายเทคโนโลยีที่่นักลงทุนต้องปรับแผนใหม่ หลังผลประกอบการของ Broadcom ประกาศออกมาได้น่าผิดหวัง โดยนักลงทุนต้องรอว่าผลการลงทุนใน AI ของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ทั่ววงการจะยังออกมาดีหรือไม่ เพื่อดันให้ Nasdaq เดินหน้าสู่สถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง

ประเด็นสุดท้ายคือสถานการณ์ที่อิหร่านยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและทองคำ รวมถึงบรรยากาศการลงทุนโดยรวมต่อไป โดยถ้าเริ่มเห็นสัญญาณว่าระดับความตึงเครียดจะลดลง ก็จะเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์ปลอดภัย และกลับมาเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นได้ ในทางกลับกัน หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ตลาดก็อาจเผชิญความผันผวนรอบใหม่ได้

สำหรับตลาดคริปโต การที่บิตคอยน์กลับขึ้นไปเหนือระดับ $62,000 ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก แต่ถ้ารักษาระดับดังกล่าวไว้ไม่่ได้ ก็อาจนำไปสู่การล้างพอร์ตครั้งใหมได้ และถ้ากระแสการลงทุนในกองทุน ETF เริ่มกลับมาทรงตัว ก็อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและดึงฝั่งซื้อให้กลับเข้าสู่ตลาดคริปโตได้อีกครั้ง


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT+7]
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ไตรมาสสุดท้ายญี่ปุ่น0.50%06:50 น.
วันอังคารที่ 9 มิถุนายนยอดขายบ้านมือสองสหรัฐอเมริกา4.02M21:00 น.
วันพุธที่ 10 มิถุนายนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)สหรัฐอเมริกา3.80%19:30 น.
วันพุธที่ 10 มิถุนายนผลการปรับอัตราดอกเบี้ยแคนาดา2.25%20:45 น.
วันพฤหัสที่ 11 มิถุนายนผลการปรับอัตราดอกเบี้ยยุโรป2.15%19:15 น.
วันพฤหัสที่ 11 มิถุนายนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)สหรัฐอเมริกา6.00%19:30 น.
วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือนสหราชอาณาจักร0.30%13:00 น.

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำยังอยู่ในช่วงขาลงในกรอบระยะกลาง โดยล่าสุดซื้อขายอยู่แถว $4,450–$4,500 บ่งบอกว่าตลาดมีโอกาสเข้าสู่ช่วงพักตัวแล้ว

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยยังแสดงถึงสัญญาณขาลงต่อเนื่อง เนื่องจากราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้น MA20 ที่ระดับ $4,544 ส่วนเส้น MA5 และ MA10 ก็ยังหันหัวลงอยู่ และถึงแม้จะพยายามดีดขึ้นเป็นระยะ แต่ก็ยังดันให้ราคายืนเหนือแนวต้านสำคัญไม่ได้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงช่วงขาลงในเวลานี้ชัดเจน

ด้านพฤติกรรมราคา ระดับ $4,430–$4,450 ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นระดับที่ช่วยชะลอไม่ให้ราคาร่วงลงไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ฝั่งซื้อก็ยังไม่สามารถแสดงพลังมากพอจะดันให้ราคาเข้าสู่แนวต้านหลักที่ระดับ $4,550–$4,620 ได้

หากราคาทะลุกรอบดังกล่าวขึ้นไปได้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าทองสามารถกลับตัวขึ้นได้แล้ว ในทางกลับกัน ถ้าราคาร่วงต่ำกว่า $4,430 ก็มีโอกาสที่จะเห็นแรงขายระลอกใหม่จนกดให้ร่วงต่อไปที่ $4,300 และอาจต่ำถึงจุดต่ำสำคัญที่ $4,099 ได้ ในขณะนี้คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่อ โดยการเคลื่อนไหวในกรอบแคบล่าสุดก็มีลักษณะเป็นเพียงการพักฐานภายในช่วงขาลงเท่่านั้น

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,484 – $4,500$4,540 – $4,550$4,585 – $4,560
แนวรับ$4,420 – $4,435$4,390 – $4,405$4,350 – $4,363

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบเบรนท์ยังคงเผชิญปัญหาในกราฟรายวัน แม้ในช่วงล่าสุดจะพยายามทรงตัวให้ได้ก็ตาม โดยการอ่อนตัวลงสู่ช่วง $90 กลางๆ ก็ยิ่งสะท้อนความกังวลถึงความต้องการพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลายลงแล้วบางส่วนที่เคยเป็นปัจจัยดันราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้า

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยยังแสดงถึงช่วงขาลงชัดเจน โดยเส้น MA20 ยังอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน ขณะที่เส้น MA5 และ MA10 ยังหันหัวลงต่อเนื่อง และถึงแม้ราคาจะเริ่มดีดขึ้นจากจุดต่ำได้ แต่ก็ยังขึ้นได้ไม่สูงนัก และต้องเผชิญแรงขายทุกครั้งที่ดีดขึ้น สะท้อนว่าแนวโน้มของตลาดยังอยู่ในช่วงขาลง

ระดับ $95–$97 ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ซึ่งเป็นจุดที่แรงซื้อกลับเข้ามาช่วยพยุงราคาในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากน้ำมันดิบเบรนท์อยากจะพลิกสถานการณ์ให้้ได้ ก็ต้องดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ $100–$102 พร้อมกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่เคลื่อนตัวลงให้ได้เสียก่อน จนกว่าจะถึงตอนนั้น ตลาดก็มีแนวโน้มเผชิญแรงขายได้ตลอด และถ้าหลุดจุดต่ำล่าสุดลงไป ก็อาจเปิดทางให้ลงไปต่อได้ที่ $92 หรือต่ำถึงแนวรับสำคัญที่ $88 ได้ ในภาพรวม น้ำมันดิบเบรนท์ยังคงอยู่ในช่วงปรับฐานขาลงในกราฟรายวัน แม้ช่วงหลังแรงขายจะเริ่มชะลอตัวลงบ้างก็ตาม

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$101.00 – $101.30$103.60 – $103.75$105.00 – $105.20
แนวรับ$96.58 – $96.70$95.00 – $95.20$88.20 – $88.35

บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค

EURUSD ยังอยู่ในช่วงพักฐานหลังรักษาโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่เคยดันให้ราคาไปแตะระดับสูงสุดที่ 1.184 ในเดือนเมษายนไว้ไม่ได้ โดยหลังจากการปรับตัวขึ้นครั้งนั้น คู่เงินก็เริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐาน และสร้างจุดสูงที่ต่ำลงต่อเนื่อง ก่อนค่อย ๆ อ่อนตัวลงสู่ระดับ 1.1600 ในที่สุด

โดยคู่เงินได้เคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นทั้ง MA5 และ MA10 แต่ทั้งสองเส้นยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 เล็กน้อย โดยการแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงหลังก็ได้สะท้อนว่าตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามากำหนดทิศทางต่อไปอยู่

ด้านพฤติกรรมราคา ระดับ 1.1600–1.1630 ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญที่ฝั่งซื้อปกป้องไว้ไม่ให้ราคาร่วงต่ำกว่านี้ได้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในภาพรวมจะดูดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อราคาสามารถทะลุเส้น MA20 ขึ้นไป รวมถึงทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1.1680–1.1700 ได้สำเร็จ และถ้าทะลุได้ก็อาจเปิดทางให้ขึ้นไปที่ระดับ 1.1760 หรือกลับไปที่จุดสูงเดิมของเดือนเมษายนที่ 1.1848 ได้

ในทางกลับกัน ถ้าร่่วงต่ำกว่า 1.1600 ก็อาจกดให้ไปที่ 1.1550 รวมถึงจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคมได้เช่นกัน ในภาพรวม ราคายังถือว่าไม่ได้เสียเปรียบมากนัก แต่ก็ต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญให้ได้ เพื่อฟื้้นการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้นอีกครั้ง

กราฟ EURUSD รายวัน

แนวต้าน1.1686 – 1.17001.1788 – 1.18001.1840 – 1.1850
แนวรับ1.1565 – 1.15761.1483 – 1.15001.1408 – 1.1420

บทวิเคราะห์ Dow Jones ทางเทคนิค

ดัชนี Dow Jones ยังคงเป็นหนึ่งในดัชนีหลักที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดโลก โดยรักษาช่วงขาขึ้นได้อย่างดี และตอนนี้ก็ได้ซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการปรับตัวขึ้นล่าสุดสู่ระดับ 51,747 จุดได้นั้น ก็ยิ่งตอกย้ำว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็แสดงถึงช่วงขาขึ้นเช่นกัน โดยเส้น MA5 ยังอยู่เหนือเส้น MA10 และทั้งสองเส้นก็อยู่เหนือกว่าการพุ่งขึ้้นของเส้น MA20 ได้สบายๆ การเคลื่อนตัวในลักษณะนี้มักสะท้อนถึงช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมดได้อย่างมั่นคง ชี้ชัดว่านักลงทุนยังเชื่อมั่น แม้จะมีจังหวะพักตัวเป็นระยะก็ตาม

ในส่วนของแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 51,300 จุด ตามด้วยระดับ 50,800–50,500 จุดซึ่งเป็นจุดที่เส้นค่าเฉลี่ยหลายเส้นเริ่มบรรจบกัน ตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ช่วงขาขึ้นก็ยังคงดำเนินต่อไป และถ้ายิ่งทะลุแนวต้านที่ระดับ 51,750 จุดได้ ก็อาจเดินหน้าสู่ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ระดับ 52,000 จุด หรือแม้แต่จุดที่สูงกว่านั้นได้อีก

กราฟดัชนี Dow Jones รายวัน

แนวต้าน51,800 – 51,82052,000 52,06052,200 – 52,210
แนวรับ51,030 – 51,04750,320 – 50,35549,498 – 49,510

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service