
สรุปประเด็นสำคัญ
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ Core CPI ชะลอลงสู่ 2.5% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ทั้งหมด
- ตลาดลดโอกาสลงอย่างมากที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายน โดยล่าสุดให้โอกาสอยู่ที่ราว 35% เท่านั้น
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดใหม่ หลังนักลงทุนลดโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้น โดย S&P 500 ได้ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ส่วนเทคโนโลยีก็เป็นสายที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุด
- ทองคำพุ่งทะลุเหนือ $4,400 ได้ตามเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ผนวกกับโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นก็มีน้อยเช่นกัน
- ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดันราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นราว 5% ในสัปดาห์นี้
- ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยสัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบ 2 เดือน
โดยรวมแล้ว ตลาดการเงินก็กลับมาปรับตัวดีขึ้นตลอดสัปดาห์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงได้ลดโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นและทองคำปรับตัวขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาอีกครั้ง รวมถึงสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซก็เป็นปัจจัยที่ดันให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง และกดความเชื่อมั่นในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ด้านตลาดหุ้นเอเชียกลับทำผลงานได้โดดเด่นที่สุด โดยยังฟื้นตัวขึ้นต่อได้หลังหุ้นเทคฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ส่งผลต่อดอกเบี้ยของ Fed
ปัจจัยที่ตลาดจับตามองมากที่สุดในสัปดาห์นี้ คือการเปิดเผยตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคม โดยเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยลดลงจาก 3.5% ในเดือนมิถุนายน ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่ Core CPI ปรับตัวขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยลดลงจาก 2.6% ในเดือนก่อน และถึงแม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะยังอยู่เหนือกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2% ก็ตาม แต่ก็สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นแต่อย่างใด
ต่อมาในวันพฤหัส ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเดือนกรกฎาคมก็ยิ่งส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน ถึงแม้มีการคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ก็ตาม ส่วนเงินเฟ้อ PPI รายปีก็ชะลอตัวลงหนักจาก 5.5% เหลือ 4.7% และเมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกับข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาต่ำในสัปดาห์ก่อน ก็ยิ่งลดโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนลงไปอีก
โดยตลาดได้ลดโอกาสลงเหลือเพียง 35% ในวันศุกร์ ซึ่งลดลงอย่างหนักจาก 55% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังให้โอกาสที่จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนตุลาคมหรือธันวาคมมากกว่า
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นตลอดสัปดาห์
ด้านข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงกลับมาดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยโอกาสที่ลดลงในการปรับดอกเบี้ยขึ้นนั้นได้กดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ให้ต่ำลง และเปิดทางให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นเติบโตปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดย S&P 500 ได้ทุบสถิติสูงสุดใหม่ในวันพฤหัส หลังทะลุระดับ 7,800 จุดได้เป็นครั้งแรก ส่วน Nasdaq กลับมายืนเหนือระดับ 30,000 จุดได้อีกครั้ง
ประเด็นสำคัญของตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้คือเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงนั้นชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ ขณะที่นโยบายการเงินก็มีแนวโน้มผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องเผชิญปัญหาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากปัญหาราคาพลังงานที่ยืดเยื้ออาจผลักดันให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว และทำให้ Fed จำเป็นต้องดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อไป
ทองพุ่งขึ้นรับโอกาสขึ้นดอกเบี้ยที่ต่ำลง
ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง โดยทั้งข้อมูลการจ้างงานในเดือนกรกฎาคมที่ออกมาต่ำ รวมถึงเงินเฟ้อที่ลดลงส่งผลให้ตลาดลดโอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นโอกาสในการถือสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายผลตอบแทนใดๆ อย่างโลหะมีค่า
โดยทองคำได้พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงแรกจนทะลุระดับ $4,400 และขึ้นไปแตะ $4,450 ได้ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาร่วงกลับไปที่ระดับ $4,350 อีกครั้ง
โดยทิศทางของทองคำในช่วงนี้ยังขึ้นอยู่กับสองปัจจัยที่มีผลตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเป็นหลัก ทั้งโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นนั้นลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อทองคำ ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและสงครามก็อาจจุดชนวนให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เข้าทางดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เช่นกัน
บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า
ตลาดกำลังเข้าสู่สัปดาห์ใหม่ด้วยบรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น แต่ยังมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยคำถามที่สำคัญที่สุดคือ ตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงกับตลาดแรงงานที่อ่อนแอจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ Fed ยังรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในเดือนกันยายนหรือไม่? แม้การคาดการณ์ในปัจจุบันจะชี้ว่าโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ Fed ก็ยังต้องจัดการกับเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าเป้าหมายก่อน
ส่วนทองคำ แนวต้านที่ $4,400 ยังถือเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญอยู่ โดยถ้ากลับขึ้นไปยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง ก็อาจเปิดทางให้ราคากลับขึ้นไปที่ระดับ$4,450–$4,500 อีกครั้ง แต่ถ้ายังทะลุขึ้นไม่ได้ ก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรจนกดให้ราคาร่วงไปที่ระดับ $4,350 หรือต่ำกว่านั้นได้เช่นกัน
ด้านตลาดน้ำมัน สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาอยู่ โดยถ้ามีการเปิดช่องแคบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ก็อาจกดให้ราคาน้ำมันร่วงลงได้ ในทางกลับกัน ถ้ายังเกิดการโจมตีต่อ รวมถึงการคว่ำบาตร หรือการปิดเส้นทางเดินเรือ ก็อาจดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างหนัก พร้อมจุดชนวนให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้งทั่วโลก
สำหรับตลาดหุ้นก็คาดว่ายังเป็นบวกต่อ ตราบใดที่เงินเฟ้อยังชะลอตัวลง และผลประกอบการด้าน AI ยังออกมาแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม หุ้นเทคฯ เอเชียที่ฟื้นตัวอย่างร้อนแรง และ S&P 500 ที่ทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง มูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นประกอบกับความเสี่ยงจากสงครามก็อาจดันให้ตลาดเข้าสู่ช่วงพักฐานได้
โดยรวมแล้ว ตลาดในสัปดาห์หน้าก็มีแนวโน้มถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงและโอกาสน้อยลงที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้น รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และกระแสการลงทุนในหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยปัญหาสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในปัจจุบัน คือการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอีกครั้ง เพราะอาจพลิกปัญหาเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ซึ่งเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงถือเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในสัปดาห์นี้อย่างแท้จริง
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT +7] |
| Monday, 17 August วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม | ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รายไตรมาส | ญี่ปุ่น | 0.5% | 06:50 น. |
| Monday, 17 August วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ตามค่ามัธยฐาน | แคนาดา | 1.9% | 19:30 น. |
| Tuesday, 18 August วันอังคารที่ 18 สิงหาคม | การเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้ว่างงาน | สหราช อาณาจักร | 6.7K | 13:00 น. |
| Wednesday, 19 August วันพุธที่ 19 สิงหาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) รายปี | สหราช อาณาจักร | 2.6% | 13:00 น. |
| Wednesday, 19 August วันพุธที่ 19 สิงหาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) รายปี | ยุโรป | 2.9% | 16:00 น. |
| Wednesday, 19 August วันพุธที่ 19 สิงหาคม | การประชุมของ Fed | สหรัฐ อเมริกา | 01:00 น. | |
| Thursday, 20 August วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม | อัตราการว่างงาน | ออสเตรเลีย | 4.40% | 20:30 น. |
| Thursday, 20 August วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม | จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน | สหรัฐ อเมริกา | 19:30 น. | |
| Friday, 21 August วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการ ผลิตเบื้องต้น | สหรัฐ อเมริกา | 53.9 | 20:45 น. |
| Friday, 21 August วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการ บริการเบื้องต้น | สหรัฐ อเมริกา | 54.6 | 20:45 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
กราฟรายวันของน้ำมันดิบเบรนท์แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ราคาได้เข้าสู่ช่วงขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างทั้งจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Lows) และจุดสูงที่ต่ำลง (Lower Highs) ก่อนจะร่วงไปแตะจุดต่ำสำคัญที่ระดับ $69.90 ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม จากนั้นราคาก็พุ่งขึ้นทะลุเส้นค่าเฉลี่ยที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงได้สำเร็จ ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นในช่วงกลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม
ปัจจุบัน ราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $88.75 และกำลังเข้าสู่ช่วงพักฐานใกล้กับเส้น MA5 และ MA20 และยังคงยืนเหนือเส้น MA10 ได้ ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยก็เริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นได้เข้าสู่ช่วงพักตัว เนื่องจากราคาได้พุ่งขึ้นแรงก่อนหน้า ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ระดับ $87.00 ซึ่งเป็นระดับใกล้กับเส้น MA10 ส่วนแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่จุดสูงล่าสุดตรง $95.00
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $92.34 – $92.50 | $95.30 – $95.46 | $97.10 – $97.20 |
| แนวรับ | $82.45 – $82.60 | $79.88 – $80.00 | $77.30 – $77.50 |
บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD ทางเทคนิค
กราฟรายวันของ EURUSD ชี้ให้เห็นถึงการพักตัวในกรอบแคบมาเป็นเวลานานที่ระดับ 1.1300 ก่อนที่ฝั่งซื้อจะเข้ามาดันราคาให้ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้คู่เงินนี้สร้างทั้งจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และ จุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ได้ต่อเนื่อง
ปัจจุบัน EURUSD ซื้อขายอยู่ที่ 1.1543 และยังคงยืนเหนือเส้น MA20 ได้ชัดเจน ขณะที่ เส้น MA5 และ MA10 ที่เป็นเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นก็เริ่มเกาะกลุ่มใต้ราคาปัจจุบันอย่างเหนียวแน่น ทำให้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในระยะสั้นไปโดยปริยาย ปัจจุบัน ราคาอยู่ในช่วงพักตัวในกรอบแคบหลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงเก็บกำไรจากการปรับตัวขึ้นที่ผ่านมา แต่ถ้าทะลุเหนือแนวต้านที่ 1.1586 ขึ้นไปอีก ก็อาจเปิดทางให้ไปต่อที่ 1.1740 ได้ ในขณะที่ถ้าหลุดต่ำกว่า 1.1530 ก็อาจร่วงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 1.1480 ซึ่งเป็นระดับที่อยู่ใกล้กับเส้น MA20 ได้
กราฟ EURUSD รายวัน

| แนวต้าน | 1.1580 – 1.1591 | 1.1623 – 1.1640 | 1.1678 – 1.1685 |
| แนวรับ | 1.1487 – 1.1500 | 1.1460 – 1.1470 | 1.1386 – 1.1400 |
บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค
กราฟรายวันของ S&P 500 สะท้อนให้เห็นว่าดัชนียังคงรักษาช่วงขาขึ้นได้ หลังเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งเส้นระยะสั้นและระยะกลางได้อย่างแข็งแกร่ง
ปัจจุบัน S&P 500 เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 7,800 จุด และยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นชัดเจน โดยราคายังยืนเหนือเส้น MA5 MA10 และ MA20 ได้ทั้งหมด ขณะที่การเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นของเส้นทั้งสามก็ถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังไม่หายไปไหน ส่วนปริมาณการซื้อขายที่เริ่มทรงตัวหลังเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ก็สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงเก็บกำไรใกล้ระดับสูงสุด ด้านแนวรับสำคัญจะอยู่ใกล้กับเส้น MA10 ที่ 7,745 จุด ส่วนแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่จุดสูงสุดที่ระดับ 7,825 จุด
กราฟ S&P 500 รายวัน

| แนวต้าน | 7,825 – 7,840 | 7,890 – 7,900 | 7,950 – 7,966 |
| แนวรับ | 7,700 – 7,705 | 7,638 – 7,645 | 7,500 – 7,510 |
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
กราฟรายวันของทองคำแสดงให้เห็นว่าราคาได้สร้างจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะเร่งตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม และทะลุแนวต้านสำคัญได้หลายระดับ
โดยปัจจุบันทองคำซื้อขายอยู่ที่ระดับ $4,334 หลังย่อตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงล่าสุดที่ระดับ $4,400 แต่ถึงแม้ราคาจะย่อตัวลง ราคาก็ยังประคองตัวเหนือเส้น MA10 และ MA20 ได้ โดยมีเส้น MA5 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านระยะสั้นเหนือราคาปัจจุบัน ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับ $4,280 ได้ การเบรกเอาต์ขึ้นล่าสุดก็ยังไม่หายไปไหน และมีโอกาสจะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ $4,400–$4,540 ได้อีกครั้ง
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,449 – $4,457 | $4,522 – $4,540 | $4,597 – $4,612 |
| แนวรับ | $4,286 – $4,300 | $4,200 – $4,219 | $4,127 – $4,135 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง