Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

สงครามที่ผ่อนคลายลงกดราคาน้ำมันร่วง ด้านทองพุ่งขึ้นหลังข้อมูลจ้างงานออกมาต่ำ

August 7, 2026, 12:20
สงครามที่ผ่อนคลายลงกดราคาน้ำมันร่วง ด้านทองพุ่งขึ้นหลังข้อมูลจ้างงานออกมาต่ำ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ราคาน้ำมันร่วงหลังสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณคลี่คลาย ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์ร่วงจาก $80 สู่ช่วง $70 กลางๆ
  • ADP เผยภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงานขึ้นเพียง 44,000 ตําแหน่งในเดือนกรกฎาคม ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 75,000 ตำแหน่ง และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ช่วงชะลอตัว
  • ทองคำพุ่งทะลุ $4,300 ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์นับตั้งแต่เดือนมกราคม เนื่องจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง รวมถึงดอลลาร์ที่อ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลงล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้โลหะมีค่าที่ไม่จ่ายผลตอบแทนใดๆ พุ่งขึ้น
  • S&P 500 และ Dow Jones ทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดย Dow Jones ทะลุระดับ 54,000 จุดได้เป็นครั้งแรก
  • หุ้น Palantir พุ่งกว่า 30% หลังผลประกอบการออกมาแข็งแกร่งถล่มทลาย พร้อมดันเป้าหมายในอนาคตสูงขึ้น

ราคาน้ำมันร่วงหลังช่องแคบฮอร์มุซมีหวังกลับมาเปิดใช้งาน

ตลาดเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่โดยมีประเด็นอยู่ที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สถานการณ์กลับพลิกมาดีขึ้น โดยราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นในช่วงสัปดาห์หนึ่ง ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงกว่า 4% หลุดต่ำกว่า $80 ต่อบาร์เรล โดยน้ำมันยังร่วงลงต่อในช่วงกลางสัปดาห์ หลังการเจรจาทางการทูตเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น กดให้น้ำมันดิบเบรนท์ร่วงต่ำกว่า $79 ส่วน WTI ก็อ่อนตัวลงสู่ $75 เช่นกัน นับเป็นการร่วงลงรวมกันมากกว่า 10% ในช่วงสองวันก่อนหน้า

ในวันพุธและวันพฤหัส ความรุนแรงก็ยิ่งคลี่คลายลงไปอีก ขณะเดียวกัน การที่กลุ่ม OPEC+ มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นเดือนที่ 6 ติดกันยังลดปัญหาการขนส่งน้ำมันได้อีก

ADP NFP ออกมาต่ำกว่าคาด ทองทะลุ $4,300

รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาในวันพุธชี้ชัดว่าการจ้างงานเริ่มชะลอตัว โดยการจ้างงานภาคเอกชนในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเพียง 44,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน และต่ำกว่าที่ Dow Jones คาดไว้ที่ 75,000 ตำแหน่งอย่างมาก ขณะเดียวกัน ตัวเลขเดือนในเดือนมิถุนายนก็ถูกปรับลดลงเหลือ 95,000 ตำแหน่งอีกด้วย

ก่อนเข้าสู่สัปดาห์นี้ ตลาดยังให้โอกาสเกินกว่าครึ่งที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในการประชุม FOMC เดือนกันยายน โดยในวันจันทร์ ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ได้ประเมินว่ามีโอกาสสูงถึง 61.9% ที่จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น

โดยข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาต่ำกว่าคาดได้ลดความเชื่อมั่นว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนให้คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลงก็ตาม ในวันพฤหัส ตลาดก็ยังคงให้โอกาสราว 57% ที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาต่ำก็ทำให้เจ้าหน้าที่ Fed ที่ยืนกรานจะใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อก็หาเหตุผลมาสนับสนุนได้น้อยลง

ด้านทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ตอบรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ชัดเจนที่สุด โดยราคาได้เปิดสัปดาห์ที่ระดับ $4,051 ก่อนจะปรับตัวขึ้นได้เรื่อยๆ ตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง รวมถึงดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายผลตอบแทนใดๆ โดยในวันพฤหัสบดี ทองคำก็ได้พุ่งขึ้นสู่ $4,307 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 4% และมีแนวโน้มทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์นับตั้งแต่เดือนมกราคม

Dow Jones และ S&P 500 ทุบสถิติใหม่

ถือเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โชว์ผลงานได้แข็งแกร่งที่สุด โดยก่อนหน้านี้ S&P 500 และ Nasdaq เผชิญปัญหามาเกือบตลอดในเดือนกรกฎาคม แต่หลังจากที่ลงไปแตะจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม Nasdaq ก็พุ่งกลับขึ้นมาเกือบ 9% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม

ในวันจันทร์ Dow Jones ก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มูลค่าตลาดของ Amazon ก็พุ่งทะลุเกิน 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะหนึ่ง ส่วนวันอังคารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดย Dow Jones พุ่งขึ้นมากกว่า 900 จุด และปิดเหนือระดับ 54,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ออกมาที่แข็งแกร่ง รวมถึงการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยี และโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า (10–14 สิงหาคม)

ในสัปดาห์หน้า ความสนใจจะกลับมาอยู่ที่ข้อมูลเงินเฟ้อแทนข้อมูลการจ้างงาน ซึ่งมีโอกาสเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางการลงทุนสูง ด้านดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมมีกำหนดประกาศในวันพุธที่ 12 สิงหาคม ตามด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสที่ 13 สิงหาคม โดยข้อมูลทั้งสองชุดจะถูกประกาศก่อนการประชุม FOMC เดือนกันยายน และถือว่าเป็นกุุญแจสำคัญ เนื่องจากคณะกรรมการ Fed ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หาก CPI ออกมาต่ำกว่าคาด ก็ยิ่งกลายเป็นข้อมูลสมทบว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงชะลอตัวร่วมกับ ADP และข้อมูลการจ้างงานต่างๆ ซึ่งอาจดันให้ราคาทองคำปรับขึ้นอีก และกดให้ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงต่อ ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ Fed ยืนกรานใช้มาตรการเข้มงวดต่อ และอาจทำให้ตลาดต้องเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้สินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยกลับมาผันผวนอีกครั้ง

ส่วนสถานการณ์สงคราม ข้อตกลงในการเดินเรือระหว่างอิหร่านและโอมานยังคงเป็นข้อตกลงชั่วคราวเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่เหตุผลหลักในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่อย่างใด ดังนั้น หากข้อตกลงดังกล่าวเกิดปัญหาขึ้น หรือเกิดเหตุโจมตีครั้งใหม่ของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง รวมถึงการที่สหรัฐฯ และอิหร่านหยุดการเจรจาลง ก็อาจดันให้ราคาน้ำมันดีดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกระตุ้นปัญหาเงินเฟ้อที่เคยกดดันราคาทองคำ และลดโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลงอย่างที่เคยเป็นมา

ด้านตลาดหุ้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า Nasdaq และ S&P 500 จะเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ต่อหรือไม่ในฤดูกาลที่ตลาดหุ้นมักมีแนวโน้มอ่อนแอ


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
อังคารที่ 11 สิงหาคมผลการปรับอัตราดอกเบี้ยออสเตรเลีย4.35%11:30 น.
อังคารที่ 11 สิงหาคมยอดขายบ้านมือสองสหรัฐอเมริกา4.09M21:00 น.
พุธที่ 12 สิงหาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีสหรัฐอเมริกา3.50%19:30 น.
พฤหัสที่ 13 สิงหาคมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือนสหราชอาณาจักร0.1%13:00 น.
พฤหัสที่ 13 สิงหาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐอเมริกา19:30 น.
พฤหัสที่ 13 สิงหาคมดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต่อเดือนสหรัฐอเมริกา-0.3%19:30 น.
ศุกร์ที่ 14 สิงหาคมดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือนสหรัฐอเมริกา0.2%19:30 น.


บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง หลังสร้างฐานได้ที่ระดับ $3,943 ในระยะกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณยุติการปรับฐานต่ำลงมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยการทะลุขึ้นเหนือเส้น MA20 และยืนเหนือเส้น MA5 และ MA10 ได้สบายๆ สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังกลับมา ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยก็เริ่มพุ่งสู่ทิศทางขาขึ้น บ่งบอกว่าช่วงขาขึ้นเริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม หลังราคาปรับตัวขึ้นสู่ระดับ $4,300 ก็ต้องเผชิญแนวต้านสำคัญต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับหลักในช่วงปรับฐานลง จึงมีโอกาสที่จะเกิดแรงขายทำกำไร หรือเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้นได้ก่อนจะปรับตัวขึ้นในระยะถัดไป

ในภาพรวม แนวโน้มระยะกลางก็ยังเป็นขาขึ้นอยู่ ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือเส้น MA20 ที่อยู่ตรงระดับ $4,080–$4,100 ในขณะนี้

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,384 – $4,395$4,434 – $4,450$4,595 – $4,600
แนวรับ$4,173 – $4,190$4,075 – $4,090$3,942 – $3,950

บทวิเคราะห์ Dow Jones ทางเทคนิค

ดัชนี Dow Jones ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นระยะยาวชัดเจน โดยราคายังคงสร้างจุดสูงที่สูงขึ้น (Higher Highs) และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher Lows) ได้ต่อเนื่อง ล่าสุดดัชนีก็ปรับตัวขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 54,800 จุดได้ ถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดได้อยู่หมัด

แม้แท่งเทียนล่าสุดจะเริ่มแสดงสัญญาณยักแย่ยักยันตรงจุดสูงสุดใหม่ แต่เส้นค่าเฉลี่ยก็ยังเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้ โดยมีเส้น MA5 ที่อยู่เหนือ MA10 และทั้งสองเส้นก็ยังอยู่ห่างไกลเหนือเส้น MA20 ที่พุ่งสู่ทิศทางขาขึ้น สะท้อนว่าการอ่อนตัวในระยะนี้มีแนวโน้มเป็นเพียงการพักฐานมากกว่าการกลับตัวลง

โดยรวมคาดว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อ ตราบใดที่ดัชนียังอยู่เหนือระดับ 53,500 จุด ได้ แต่ถ้าทะลุเหนือ 54,800 จุดได้มั่นคง ก็อาจตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของช่วงขาขึ้นในภาพรวมได้

กราฟ Dow Jones รายวัน

แนวต้าน54,700 – 54,73055,000 – 55,02055,140 – 55,150
แนวรับ53,373 – 53,39052,305 – 52,32051,510 – 51,520

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงเผชิญปัญหาหนัก หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $90.00 ได้อย่างมั่นคง และถึงแม้ว่าราคาจะเคยฟื้นตัวจากจุดต่ำในเดือนมิถุนายน แต่การอ่อนตัวล่าสุดสะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มแผ่วลงอีกครั้ง

ปัจจุบันราคาได้ร่วงลงต่ำกว่าเส้น MA5 และ MA10 ขณะที่เส้น MA20 ก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขาลงไม่หยุด สะท้อนว่ายังอยู่ในช่วงขาลงในภาพรวม นอกจากนี้ แท่งเทียนล่าสุดก็ยังแสดงให้เห็นถึงการถูกกดลงจากระดับ $90.00 อยู่ตลอด เป็นการตอกย้ำว่าระดับดังกล่าวคือแนวต้านสำคัญในขณะนี้

โดยรวมคาดว่ายังอยู่ในช่วงทรงตัวถึงขาลง ตราบใดที่ราคายังอยู่ต่ำกว่า $90.00 โดยถ้ายิ่งหลุดต่ำกว่า $82.00 ลงไปชัดเจน ก็อาจทำให้ช่วงขาลงยิ่งแข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้ากลับขึ้นไปยืนเหนือ $90.00 ได้ ก็อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงการกลับตัวขึ้นได้

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$90.00 – $90.20$91.64 – $91.75$93.80 – $93.90
แนวรับ$86.33 – $86.50$82.90 – $83.00$81.50 – $81.60

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDJPY ทางเทคนิค

USD/JPY ประสบปัญหาเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างหนัก หลังขึ้นไปแตะจุดสูงที่ระดับ 164.00 ก่อนร่วงทะลุต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้ง 3 เส้นภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยการเผชิญแรงขายครั้งนี้สะท้อนถึงการอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญของช่วงขาขึ้น บ่งบอกว่าแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวเริ่มสูญเสียโมเมนตัมไป

โดยคู่เงินนี้อยู่ในช่วงพยายามสร้างฐานที่ระดับ 158.00 ให้ได้ และเริ่มฟื้นตัวได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ราคาก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง สะท้อนว่าฝั่งขายยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบ และถึงจะฟื้นตัวขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยได้ก็มีแนวโน้มเผชิญแรงขายอีกครั้ง ถ้าฝั่งซื้อยังดันราคากลับขึ้นไปไม่สูงพอ

โดยรวมคาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่ำกว่า 159.70 และถ้าหลุดต่ำกว่า 158.00 ก็มีโอกาสร่วงลงไปที่ 154.50 ได้ แต่ถ้ากลับขึ้นไปยืนเหนือ 159.70 ได้ ก็อาจทำให้สถานการณ์ในระยะสั้นดีขึ้นได้

กราฟ USDJPY รายวัน

แนวต้าน158.90 – 159.00159.63 – 159.80160.53 – 160.70
แนวรับ157.90 – 158.00156.92 – 157.00155.50 – 155.70

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service