wp-emoji-styles => 
wp-block-library => /wp-includes/css/dist/block-library/style.min.css
classic-theme-styles => 
global-styles => 
wp-pagenavi => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/wp-pagenavi/pagenavi-css.css
addtoany => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.css
jquery => 
addtoany-core => https://static.addtoany.com/menu/page.js
addtoany-jquery => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.js
Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

น้ำมันร่วงใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้ว ส่วน Fed คงดอกเบี้ยไม่เปลี่ยน

June 19, 2026, 12:07

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. Fed รักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026
  2. ดัชนีดอลลาร์สหรัฐกลับมายืนเหนือระดับ 100.00 ได้หลังตลาดลดโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะลดลง
  3. ทองคำพุ่งในช่วงต้นสัปดาห์รับข่าวบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ก่อนพลิกกลับมาอ่อนตัวหลังการประชุมของ Fed
  4. การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงแรง หลังตลาดตัดความกังวลเรื่องสงครามออกไป
  5. Nikkei ของญี่ปุ่นและ Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ตามกระแสหุ้น AI ทั่วโลก
  6. SpaceX เผชิญช่วงผันผวนหนักหลังทะยานขึ้นเหนือ $225 ก่อนดิ่งลงสู่ $173

Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายเข้มงวดต่อ

Fed มีมติรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามที่คาดไว้ แต่ประเด็นสำคัญกลับเป็นแผนภาพ Dot Plot และแนวทางนโยบายในอนาคตที่เปลี่ยนไป โดยผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายคาดว่าอัตราดอกเบี้ยตอนสิ้นปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 3.8% ชี้ว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งในปีหน้ามากกว่าการลดดอกเบี้ยตามที่นักลงทุนจำนวนมากต้องการ

ด้านตลาดการเงินก็ตอบสนองต่อการประกาศอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทะยานขึ้นยืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 100.00 อีกครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แต่ส่งผลให้ทองคำต้องเผชิญแรงกดดันจนร่วงต่ำกว่า $4,200 หลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์ ส่วนดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ต่างเผชิญแรงขายตามการประกาศดังกล่าว

แม้ปัญหาด้านเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง แต่ผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายกลับไม่มีท่าทีปรับลดอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด

ด้านตลาดหุ้น SpaceX ทะยานขึ้นเหนือ $225 ในระหว่างสัปดาห์ตามกระแสความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI ดาวเทียม และเสรษฐกิจอวกาศของบริษัท อย่างไรก็ตาม แรงขายทำกำไรและความผันผวนในตลาดโดยรวมได้กดให้ราคาหุ้นย่อหนักจนปิดสัปดาห์ที่ $173 แทน

ข้อตกลงสันติภาพจบปัญหาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน

อีกหนึ่งสถานการณ์สำคัญในสัปดาห์นี้ คือการลงนามในข้อตกลงสันติภาพของสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการยุติความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียลง พร้อมเปิดโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง โดยข้อตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการหยุดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน รวมถึงการเปิดให้หนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกกลับมาใช้งานเป็นปกติ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเริ่มตัดปัญหาสงครามและน้ำมันออกไป โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้ร่วงลงสู่ $77 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI อ่อนตัวลงสู่ระดับ $70 กลางๆ ต่อบาร์เรล โดยระดับนี้ถือเป็นระดับที่เคยซื้อขายมาก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้น และราตาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงราว 9-10%

ด้านทองคำ แม้ในช่วงแรกจะได้ประโยชน์จากการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ และโอกาสที่สถานการณ์ทางการเงินอาจผ่อนคลายลง แต่การที่ Fed บังคับใช้นโยบายที่เข้มงวดก็เข้ามาเปลี่ยนทิศทางของตลาดอย่างรวดเร็ว โดยการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ได้ลดความน่าสนใจของทองคำลงไป เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีการจ่ายผลตอบแทนใดๆ

ตลาดหุ้นเอเชียเดินหน้าทุบสถิติใหม่ต่อ

ด้านหุ้นญี่ปุ่นสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ชัดเจน โดย Nikkei 225 ทะยานขึ้นเหนือระดับ 71,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางของประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของหุ้นทั่วโลก

ขณะเดียวกัน KOSPI ของเกาหลีใต้ก็พุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่จนทะลุระดับ 9,000 จุดได้เป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ยังเป็นกลุ่มที่ดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนเป็นหลัก


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย]
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีแคนาดา2.50%19:30:00 น.
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นยุโรป51.603:00:00 น.
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการเบื้องต้นยุโรป46.403:00:00 น.
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นสหราชอาณาจักร53.903:30:00 น.
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการเบื้องต้นสหราชอาณาจักร47.903:30:00 น.
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้นสหรัฐอเมริกา55.120:45:00 น.
วันอังคารที่ 23 มิถุนายนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการเบื้องต้นสหรัฐอเมริกา50.920:45:00 น.
วันพุธที่ 24 มิถุนายนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีออสเตรเลีย4.20%08:30:00 น.
วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายนอัตราการว่างงานออสเตรเลีย4.50%08:30:00 น.
วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายนดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน เดือนต่อเดือนสหรัฐอเมริกา0.20%19:30:00 น.
วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายนผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ไตรมาสสุดท้ายสหรัฐอเมริกา1.60%19:30:00 น.
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเขตโตเกียว ปีต่อปีญี่ปุ่น1.30%06:30:00 น.

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำยังอยู่ในช่วงขาลงต่อหลังหลุดระดับ $4,200 ลงไป โดยราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมดทั้ง เส้น MA5 และ เส้น MA10 ที่อยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 ยังเดินหน้าสู่ทิศทางขาลง การเคลื่อนตัวในลักษณะนี้เป็นการยืนยันว่าโมเมนตัมยังอยู่ในขาลงอย่างสมบูรณ์

โดยภาพรวมของตลาดได้ร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่ถูกกดลงมาจากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ระดับ $5,600 และหลังจากนั้นทองคำก็ได้สร้างจุดสูงที่ต่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Lows) ไม่หยุด และถึงแม้จะพยายามฟื้นตัวขึ้นก็จะต้องเผชิญแรงขายบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยกดลงต่อทุกครั้ง โดยการดีดตัวขึ้นล่าสุดจากแนวรับที่ระดับ $4,023 ก็ไม่สามารถดึงดูดแรงซื้อได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดเผชิญแรงขายระลอกใหม่อีกครั้ง

ด้านแนวรับหลักยังอยู่ที่ระดับ $4,020–$4,050 ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับนี้ชัดเจน ก็อาจเผชิญช่วงขาลงที่หนักขึ้น และอาจเปิดทางให้ราคาร่วงไปสู่ระดับจิตวิทยาที่ $4,000 ส่วนแนวต้านจะอยู่ที่ระดับ $4,250 ตามด้วยระดับถัดไปที่อยู่ใกล้เส้น MA20 ตรง $4,355 ซึ่งราคาจำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับดังกล่าวให้มั่นคงถึงจะเริ่มเป็นสัญญาณว่าช่วงขาลงได้หายไปบ้างแล้ว แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้นก็คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลง โดยมีฝั่งขายคุมตลาดได้ต่อไป

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,250 – $4,275$4,355 – $4,370$4,410 – $4,425
แนวรับ$4,020 – $4,050$3,934 – $3,950$3,886 – $3,900


บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาลง แม้ล่าสุดจะฟื้นตัวได้บ้างจากระดับต่ำก็ตาม โดย เส้น MA5 ยังอยู่ต่ำกว่า เส้น MA10 และทั้งสองเส้นก็อยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 มาก ชี้ชัดว่าความแข็งแกร่งยังอยู่ที่ฝั่งขาลงชัดเจน

ตลาดน้ำมันยังเป็นปัญหาต่อไปหลังการขนส่งน้ำมันโลกกลับมาดีขึ้นตามการที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพกันได้ รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $82–$83 ก่อนจะเผชิญระดับสำคัญตรงเส้น MA20 ที่ $91.90 ส่วนแนวรับสำคัญจะอยู่ที่จุดต่ำล่าสุดตรง $77.80 และถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ชัดเจน ก็อาจเป็นการยืนยันถึงช่วงขาลงที่หนักขึ้น และร่วงต่อไปที่ระดับ $75.00 ได้

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$82.00 – $82.15$85.72 – $85.90$88.84 – $89.00
แนวรับ$76.36 – $76.50$73.60 – $73.75$71.50 – $71.75


บทวิเคราะห์ Nasdaq 100 ทางเทคนิค

Nasdaq 100 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ล่าสุดจะย่อตัวลงตามผลการประชุมของ Fed ก็ตาม โดยดัชนียังซื้อขายอยู่เหนือเส้น MA20 ได้สบาย ขณะที่เส้นระยะสั้นก็ยังอยู่เหนือเส้นระยะยาวได้ สะท้อนว่าช่วงขาขึ้นยังดำเนินต่อไปได้

โดยระดับ 30,800 จุดยังทำหน้าเป็นแนวต้านสำคัญที่ตลาดต้องจับตา โดยถ้าทะลุผ่านระดับนี้ได้ชัดเจน ก็อาจเป็นสัญญาณถึงการเดินหน้าต่อของช่วงขาขึ้นรอบใหม่ และอาจเปิดทางสู่ระดับ 31,500 จุดได้ ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ระดับ 29,900–30,000 จุดตามด้วยเส้น MA20 ตรง 29,940 จุด ตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือแนวรับนี้ได้ ภาพรวมระยะยาวก็ยังอยู่กับฝั่งขาขึ้นค่อ แม้ว่าตลาดอาจเผชิญความผันผวนจากการปรับนโยบายการเงินบ้างก็ตาม

กราฟดัชนี Nasdaq 100 รายวัน

แนวต้าน30,600 – 30,65730,800 – 30,82431,500 – 31,527
แนวรับ29,629 – 29,70029,233 – 29,35028,550 – 28,670


บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค

EURUSD ยังอยู่ในช่วงขาลงหลังหลุดระดับ 1.1450 จนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม โดยราคาได้ทะลุลงต่ำกว่าเส้น MA5, MA10 และ MA20 เป็นที่เรียบร้อย พร้อมเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง โดยมีเส้นระยะสั้นได้ตัดลงต่ำกว่าเส้นระยะยาว สะท้อนว่าช่วงขาลงกำลังเร่งตัวขึ้น และฝั่งผู้ขายยังคุมตลาดได้ต่อไป

การถูกกดลงจากแนวต้านที่ระดับ 1.1750–1.1800 ได้ก่อให้เกิดจุดสูงที่ต่ำลง (Lower High) หนักในระยะกลาง และนับแต่นั้นเป็นต้นมา คู่เงินนี้ก็ได้สร้างจุดสูงที่ต่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Lows) ต่อเนื่อง สะท้อนถึงช่วงขาลงที่ยังดำเนินต่อไป ขณะที่แรงขายในรอบล่าสุดก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างหนัก บ่งบอกว่านักลงทุนได้ปรับพอร์ตมากกว่าการทำกำไรแล้ว

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ตรงระดับจิตวิทยาที่ 1.1400 ซึ่งใกล้กับจุดต่ำเดิมในเดือนมีนาคมที่ 1.1410 หากราคาหลุดระดับนี้อย่างชัดเจน ก็อาจเปิดทางให้ร่วงต่อไปที่ระดับ 1.1300 ได้ ในทางกลับกัน ถ้ามีการดีดขึ้น แนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ 1.1500 ตามด้วยระดับ 1.1580 และเส้น MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงตรง 1.1575 ตราบใดที่คู่เงินนี้ยังซื้อขายต่ำกว่าแนวต้านดังกล่าว ก็คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่อไป

กราฟ EURUSD รายวัน

แนวต้าน1.1505 – 1.15141.1620 – 1.16451.1685 – 1.1700
แนวรับ1.1400 – 1.14121.1349 – 1.13601.1208 – 1.1215

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service