ตลาดผันผวนตลอดสัปดาห์ ด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบ

สรุปประเด็นสำคัญ
- ตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาดได้เพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์เสี่ยง
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในช่วงแรกจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน
- ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางได้ดันให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น ทำให้ปัญหาเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงทั่วโลก
- ราคาทองคำร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นตาม
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อหนุนค่าเงินยูโร แต่ก็เพิ่มปัญหาให้กับตลาดหุ้นยุโรปเช่นกัน
- หุ้นสายเทคโนโลยีและ AI ยังอยู่ในช่วงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนเริมไม่แน่ใจว่ามูลค่าหุ้นในปัจจุบันจะยังยั่งยืนอยู่หรือไม่
- การประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเป็นตัวกำหนดตลาดหุ้น ราคาทองคำ ค่าเงิน และคริปโตที่สำคัญที่สุด
เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ก็ยังแสดงถึงปัญหาเงินเฟ้อในทั่วทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น คือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และปัญหาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั่นเอง
ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาด และยิ่งไปกว่านั้น อาจต้องปรับขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปีด้วย โดยแนวทางการลงทุนในปัจจุบันก็ถือว่าสอดคล้องกับโอกาสที่จะมีการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งถือเป็นการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อต้นปีที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากกว่า
โดยสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อทองคำที่ปรับตัวลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ $4,100 และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ยิ่งทำให้การถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำลดความน่าสนใจลงไป โดยมีนักลงทุนจำนวนมากหันไปลงทุนในตราสารหนี้ที่สร้างผลตอบแทนจากดอกเบี้ยแทน
หุ้นสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายก่อนหน้า
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนหนักตลอดสัปดาห์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ก็เผชิญแรงขายหลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประกาศออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ แม้จะอยู่ในช่่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่่ในระดับสูงขึ้น แต่ถึงแม้ข้อมูลการจ้างงานจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม นักลงทุนกลับลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
โดยหุ้นสายเทคโนโลยี โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และ AI เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีผลกระทบต่อหุ้นทีมีโอกาสเติบโตในอนาคต ด้าน ดัชนี Dow Jones ปรับลงหนักสุดครั้งหนึ่งในปีนี้ โดยร่วงเกือบ 1,000 จุดในช่วงเวลาซื้อขายในวันพุธ สวนดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ต่างร่วงแรงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนก็ถือวากลับมาดีขึ้นในวันพฤหัสบดี หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าแผนปฏิบัติการโจมตีใส่อิหร่านได้ถูกระงับไว้ และส่งสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายกำลังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงกันได้ในอนาคต การเผยข้อมูลดังกล่าวก็ช่วยลดความกังวลถึงปัญหาทีอาจลุกลามในตะวันออกกลางลงไป และช่วยให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวได้ รวมถึงเพิ่มความเชื่่อมั่นให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงใหม
อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังเห็นการเปลี่ยนแนวทางการลงทุนตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งการเปลี่ยนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ไปลงทุนในธุรกิจที่มีความผันผวนน้อยกว่า เช่นสาธารณสุข การเงิน และพลังงานแทน
ECB ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.25% สกัดปัญหาเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นในการประชุมสัปดาห์นี้ สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงทั่วยุโรป
การตัดสินใจดังกล่าวช่วยหนุนค่าเงินยูโรในช่วงแรก โดยคู่สกุลเงิน EUR/USD ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยของยุโรปและสหรัฐฯ มีส่วนต่างน้อยลง อย่างไรก็ตาม เงินยูโรก็ยังแข็งค่าขึ้นไมได้มากนัก หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาสูงกว่าคาดได้เพิ่มโอกาสให้ Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะต่อไป
ด้านตลาดหุ้นยุโรปมีการตอบสนองต่อนโยบายของ ECB ไม่ดีนัก เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ได้ โดยกลุ่่มที่มีปัญหามากที่สุดคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย อย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
ในระยะต่อไป ECB ก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมา แม้อัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่เหนือเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่สัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปอาจทำให้ธนาคารปรับดอกเบี้ยขึ้นได้ไม่สูงนัก โดยนักลงทุนจะต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานให้ใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายของ ECB ได้
น้ำมันผันผวน ส่วนทองยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นไปเหนือ $93 ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นเหนือ $90 ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลถึงปัญหาการขนส่่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แม้กลุ่ม OPEC+ จะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว แต่สงครามยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางราคาเป็นหลักตลอดทั้งสัปดาห์
ด้านทองคำได้เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม แม้โดยปกติแล้วทองคำมักได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอนในลักษณะนี้ แต่ปัจจุบันก็ยังเผชิญปัญหาอยู่ เนื่องจากนักลงทุนได้ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมากกว่า โดยราคาได้ร่วงต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ $4,100 และร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2025
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT+7] |
| วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน | ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์ก | สหรัฐอเมริกา | 19.6 | 19:30:00 น. |
| วันอังคารที่ 16 มิถุนายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | ญี่ปุ่น | <0.75% | ยังไม่แน่นอน |
| วันอังคารที่ 16 มิถุนายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | ออสเตรเลีย | 4.35% | 11:30:00 น. |
| วันพุธที่ 17 มิถุนายน | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | สหราชอาณาจักร | 2.80% | 13:00:00 น. |
| วันพุธที่ 17 มิถุนายน | ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือน | สหรัฐอเมริกา | 0.50% | 19:30:00 น. |
| วันพุธที่ 17 มิถุนายน | อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ | สหรัฐอเมริกา | 3.75% | 01:00:00 น. |
| วันพฤหัสที่ 18 มิถุนายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | สวิตเซอร์แลนด์ | 0.00% | 14:30:00 น. |
| วันพฤหัสที่ 18 มิถุนายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | สหราชอาณาจักร | 3.75% | 18:00:00 น. |
| วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน | ดัชนียอดค้าปลีก | สหราชอาณาจักร | -1.30% | 13:00:00 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
แนวโน้มระยะสั้นของทองคำยังอยู่ในช่วงขาลงต่อ เนื่องจากราคาได้สร้างจุดสูงที่ต่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Lows) ต่อเนื่อง ถือเป็นการยืนยันถึงช่วงขาลงชัดเจน
ด้านแนวต้านระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ $4,250–$4,300 ตามด้วยเส้น MA20 ที่ระดับ $4,425 โดยราคาจะต้องยืนเหนือระดับดังกล่าวให้มั่นคงถึงจะพลิกสถานกาณ์ในระยะกลางให้กลับมาดีขึ้นได้ ด้านแนวรับจะอยู่ที่ $4,023 หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายระลอกใหม่ให้ร่วงลงไปที่ระดับ $3,900 หรือต่ำกว่านั้นได้
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาก็ยังอยู่ในช่วงขาลงในระยะสั้นถึงระยะกลาง และแรงขายยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบ ขณะที่ราคาก็ยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยหลักหลายเส้นในขณะนี้
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,329 – $4,350 | $4,500 – $4,520 | $4,600 – $4,620 |
| แนวรับ | $4,025 – $4,060 | $3,888 – $3,920 | $3,760 – $3,800 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้เปลี่ยนจากช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งเป็นช่วงขาลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็ยืนยันถึงการร่วงลงเช่นกัน โดยเส้น MA5 ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น MA10 และทั้งสองเส้นก็อยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 การเคลื่อนตัวในลักษณะนี้มักสะท้อนถึงช่วงขาลงที่ยังดำเนินต่อไป นอกจากนี้ ราคายังถูกกดลงทุกครั้งที่พยายามฟื้นตัวขึ้นไปใกล้เส้นค่าเฉลี่ย
ด้านแนวรับในขณะนี้จะอยู่ที่ $89.00 ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยา หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ชัดเจน ก็มีโอกาสร่วงต่อสู่ระดับ $87.00 หรือต่ำได้ถึง $85.00 ด้านแนวต้านจะอยู่ที่ระดับ $92.50–$93.00 ตามด้วย $95.00 และถัดไปที่ $98.50 ตามลำดับ
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $92.30 – $92.50 | $95.00 – $95.20 | $98.50 – $98.70 |
| แนวรับ | $89.00 – $89.20 | $87.00 – $87.15 | $84.80 – $85.00 |
บทวิเคราะห์ Nasdaq 100 ทางเทคนิค
NASDAQ ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับการย่อตัวรุนแรงในหลายช่วงที่ผ่านมา โดยหลังร่วงไปแตะจุดต่ำที่ 22,800 จุดในเดือนมีนาคม ดัชนีก็ได้ปรับตัวขึ้นแรงจนทำสถิติสูงสุดที่ระดับ 30,795 จุด แม้การปรับตัวลงล่าสุดจะขัดขวางช่วงขาขึ้นได้ แต่ตลาดก็ยังเข้าทางฝั่งซื้ออยู่ เนื่องจากดัชนียังอยู่สูงกว่าระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคมมาก
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค การปรับฐานล่าสุดได้กดให้ราคาร่วงต่ำกว่าเส้น MA5 และ MA10 ส่วนเส้น MA20 เริ่มเคลื่อนไหวทรงตัวหลังปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นได้ชะลอตัวลงมาก และตลาดได้เข้าสู่ช่วงพักฐานเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม การที่แรงซื้อกลับเข้ามาใกล้ระดับ 29,000 จุดแสดงให้เห็นว่ายังคงมีความต้องการรองรับเมื่อราคาอ่อนตัวลง
ด้านแนวรับสำคัญจะอยู่ที่ระดับ 29,150–29,200 จุด ตามด้วยระดับที่สูงขึ้นตรง 28,500 จุด ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือระดับดังกล่าวได้ ช่่วงขาขึ้นก็ยังคงดำเนินต่่อไป ส่วนแนวต้านจะอยู่ที่ระดับ 29,700–29,800 จุด ตามด้วยระดับจิตวิทยาที่ 30,000 จุด และสุดท้ายคือจุดสูงล่าสุดที่ 30,795
กราฟดัชนี Nasdaq 100 รายวัน

| แนวต้าน | 30,037 – 30,225 | 30,565 – 30,612 | 30,741 – 30,800 |
| แนวรับ | 28,209 – 28,400 | 27,614 – 27,720 | 27,295 – 27,330 |
บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค
EUR/USD ยังอยู่ในช่วงปรับฐานในระยะกลาง หลังยืนเหนือระดับ 1.2000 ที่ไปถึงเมื่อต้นปีที่ผ่านมาไว้ไม่ได้ โดยคู่สกุลเงินนี้ก็ได้สร้างจุดสูงที่ต่่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำที่ต่่ำลง (Lower Lows) ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นลักษณะของช่วงขาลงชัดเจน
ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็สะท้อนถึงโมเมนตัมที่อ่อนลงเช่นกัน โดยราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้น MA10 วัน และ MA20 ขณะที่เส้น MA20 ก็เริ่มเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง สะท้อนว่าฝั่งขายยังคุมตลาดได้ในปัจจุบัน ทำให้ช่วงขาขึ้นยังไปได้ไม่สูงนัก
ด้านแนวรับที่สำคัญที่สุดจะอยู่ที่ระดับ 1.1540–1.1500 ถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจร่วงต่อไปถึงระดับต่ำสุดของเดือนมีนาคมที่ 1.1410 และอาจเร่งให้เกิดช่วงขาลงที่หนักขึ้นได้ ส่วนแนวต้านจะอยู่ที่ 1.1600 ตามด้วย 1.1650 และ 1.1750 ตามลำดับ
กราฟ EURUSD รายวัน

| แนวต้าน | 1.1643 – 1.1660 | 1.1730 – 1.1745 | 1.1788 – 1.1800 |
| แนวรับ | 1.1502 – 1.1510 | 1.1430 – 1.1445 | 1.1398 – 1.1400 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง