
สรุปประเด็นสำคัญ
- S&P 500 และ Nasdaq เดินหน้าทุบสถิติสูงสุดใหม่ไม่หยุดตามหุ้นเทคโนโลยีสาย AI ที่ยังคงเป็นหัวจักรสำคัญในการปรับตัวขึ้น
- Dow Jones กลับมายืนเหนือระดับสูงสุดที่ 50,000 จุดอีกครั้งตามผลประกอบการของบริษัทต่างๆ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมายอดเยี่ยม
- เงินเฟ้อผู้บริโภค และผู้ผลิตของสหรัฐฯ ออกมาร้อนแรงกว่าที่คาด ตอกย้ำโอกาสว่า Fed อาจรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คิด
- เควิน วอร์ชได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาจับตาทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในยุคใหม่มากขึ้น
- การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกเฝ้าติดตาม ทั้งความคืบหน้าเรื่องการค้า ภาษีนำเข้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- ราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงผันผวนหนัก เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในความไม่แน่นอน
- Bitcoin ฟื้นกลับมายืนเหนือระดับ $80,000 อีกครั้ง หลังแรงซื้อระดับสถาบันและกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทุบสถิติใหม่ แม้เงินเฟ้อกลับมาพุ่ง
หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อในสัปดาห์นี้ โดยทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ต่างทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งคู่ โดยได้รับอิทธิพลหลักมาจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI อย่าง Nvidia, Micron และ Cisco ที่มีส่วนผลักดันให้ตลาดพุ่งขึ้นต่อ นื่องจากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ AI และเทคโนโลยี
Nasdaq 100 พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 29,676 จุดในวันพฤหัสบดี ด้าน S&P 500 ก็ทะลุระดับ 7,500 จุดได้เป็นครั้งแรก ส่วน Dow Jones ก็กลับมายืนเหนือระดับ 50,000 จุดอีกครั้งในรอบหลายเดือน สะท้อนว่าตลาดยังคงเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าจะรักษาความแข็งแกร่งได้ต่อไปในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ตลาดยังต้องจับตาคือเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายนของสหรัฐฯ ปรับขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทะยานขึ้นถึง 6% ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี ปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อมาจากราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาแกร่งกว่าที่คิดส่งผลให้ตลาดยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า Fed อาจยื้อเวลาในการลดอัตราดอกเบี้ยออกไป และมีแนวโน้มรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้นานกว่าที่คาดภายใต้การนำของว่าที่ประธาน Fed คนใหม่อย่างเควิน วอร์ช
ถึงแม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่กลับมองว่าเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งมากกว่าการอยู่ในช่วงภาวะชะลอตัวระยะใกล้
ตลาดหุ้นเอเชียเดินหน้าปรับขึ้นต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นเอเชียยังอยู่ในแดนบวกได้สบายในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 63,800 จุด ขณะที่ Kospi ของเกาหลีใต้เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ทะลุระดับ 8,000 จุดได้เป็นครั้งแรก
ด้านหุ้นของ Samsung ก็ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง หลังเซมิคอนดักเตอร์และ AI ยังเป็นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด คือการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ททรัมป์ และสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง โดยตลาดให้ความสนใจกับประเด็นด้านภาษีนำเข้า มาตรการควบคุมการใช้เทคโนโลยี ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก แม้จะไม่มีข้อมูลสำคัญประกาศออกมา แต่การที่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจเปิดโต๊ะคุยกันถือเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนกลงทุนทั่วโลก
ดัชนีดอลลาร์พุ่ง 1.2% หลังอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสเพิ่มสูง
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเกือบทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่คาด รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็ปรับตัวสูงขึ้นตาม โดยเงินเฟ้อที่สูงขึ้นคือปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนลดความเชื่อมั่นลงว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลงในระยะสั้น ถือเป็นข่าวดีให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำอย่างเยนญี่ปุ่น และยูโร
โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้น 1.2% สู่ระดับ 99.23 ภายในสัปดาห์เดียว ส่วนเยนของญี่ปุ่นยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นยิ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยห่างออกไปอีก ขณะที่นักลงทุนยังคงซื้อขายเงินยูโรด้วยความระมัดระวังตามความกังวลว่าเศรษฐกิจยุโรปจะอ่อนแอลงอีก รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหราชอาณาจักร และยุโรปเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน สกุลเงินที่มีผลโดยตรงกับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างดอลลาร์แคนาดาและดอลลาร์ออสเตรเลียยังคงผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่แกว่งหนักตลอดทั้งสัปดาห์
ทองร่วงแรงสู่ระดับ $4,500 หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
ทองคำ เผชิญความผันผวนอย่างหนักตลอดสัปดาห์ ถีงแม้ราคาจะเคยพุ่งขึ้นเหนือระดับ $4,700 ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนด้านภูมิศาสตร์ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่ก็มาได้รับผลกระทบจากหลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
ในขณะนี้ ตลาดยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสองสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน นั่นคือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังผลักดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงต่อ ซึ่งสร้างปัญหาต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนใดๆ อย่างทองคำ
ด้านราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูงตลอดทั้งสัปดาห์ หลังนักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ในอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซ และความต้องการพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด โดยน้ำมันดิบ เบรนท์ซื้อขายเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรลในบางช่วงของสัปดาห์ ขณะที่ความต้องการพลังงานยังคงทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อต่อไป
ขณะที่กลุ่มโลหะอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยราคาทองแดงทะยานเข้าใกล้ระดับสูงสุด เนื่องจากอยู่ในช่วงภาวะขาดแคลน และความต้องการในการใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ตัวเลข | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลาประกาศ [ไทย GMT+7] |
| วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม | รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจยุโรป | ยุโรป | 16:00: น. | |
| วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม | การเปลี่ยนแปลงจำนวนว่างงาน | สหราชอาณาจักร | 26.8K | 13:00: น. |
| วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | แคนาดา | 2.60% | 19:30: น. |
| วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม | ตัวเลขการจองบ้าน เดือนต่อเดือน | สหรัฐอเมริกา | 1.50% | 21:00: น. |
| วันพุธที่ 20 พฤษภาคม | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปี | สหราชอาณาจักร | 3.30% | 13:00: น. |
| วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม | การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา | สหรัฐอเมริกา | 01:00: น. | |
| วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม | อัตราการว่างงาน | ออสเตรเลีย | 4.30% | 08:30: น. |
| วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้น | สหราชอาณาจักร | 53.7 | 03:30: น. |
| วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้น | สหราชอาณาจักร | 52.7 | 03:30: น. |
| วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้น | สหรัฐอเมริกา | 54.5 | 20:45: น. |
| วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม | ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้น | สหรัฐอเมริกา | 51 | 20:45: น. |
| วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม | ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือน | สหราชอาณาจักร | 0.70% | 13:00: น. |
| วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม | ดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือน | แคนาดา | 0.70% | 19:30: น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ $110.352 ขณะที่ราคาล่าสุดเริ่มสะท้อนว่าแรงซื้อยังคงเข้ามาที่แนวรับระยะสั้น
ปัจจุบัน เส้นค่าเฉลี่ย MA5 และ MA10 กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาราคาปัจจุบัน ขณะที่เส้น MA20 ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ MA20 ได้ ช่วงขาขึ้นในระยะกลางยังถือว่าดำเนินต่อไปได้อยู่
ขณะที่แนวโน้มหลักยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยถ้าราคาทะลุระดับ $112.00 ได้มั่นคง ก็อาจเปิดทางให้ไปต่อได้ที่ $117.00 แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับแนวรับที่ $108.70 ก็อาจบ่งบอกถึงการปรับฐานสู่แนวรับที่ต่ำลงตรง $102.00 ได้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $110.00 – $110.48 | $112.85 – $113.00 | $117.88 – $118.30 |
| แนวรับ | $108.00 – $108.20 | $105.00 – $105.20 | $101.60 – $102.00 |
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
หลังจากเผชิญแรงขายหนัก แต่ก็ฟื้นตัวกลับมาด้วยความผันผวนก่อนหน้านี้ ตอนนี้ราคากำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐาน และมีโอกาสเข้าสู่ช่วงขาลงต่อ
แท่งเทียนล่าสุดปรากฏเป็นลักษณะ Bearish Engulfing หรือแท่งแดงขนาดใหญ่ ซึ่งยิ่งกดให้ราคาหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ถือเป็นการสะท้อนว่าแรงขายเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,759 ได้ ส่วนเส้น MA5 และ MA10 ก็เริ่มโค้งตัวลงเช่นกัน
โดยปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $4,566 ซึ่งต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ทั้งหมด สะท้อนว่ายังอยู่ช่วงแนวโน้มขาลง ด้านปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝั่งขายในช่วงล่าสุดก็สอดคล้องกับการที่ราคาปรับลง ซึ่งยืนยันถึงแรงขายที่เข้ามาต่อเนื่อง
ถ้าราคากลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ $4,650 ไม่ได้โดยเร็ว ก็มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ระดับ $4,400 ได้ หรือจะลงไปใกล้จุดต่ำสุดก่อนหน้าที่ $4,099 อีกครั้งก็มีโอกาสเกิดขึ้นสูง
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,775 – $4,790 | $4,824 – $4,840 | $4,939 – $4,950 |
| แนวรับ | $4,498 – $4,520 | $4,370 – $4,400 | $4,285 – $4,300 |
บทวิเคราะห์ Dow Jones ทางเทคนิค
กราฟรายวันของ Dow Jones สะท้อนการฟื้นตัวแบบ V-shape ได้สุดยอด ซึ่งได้ผลักดันให้ดัชนีกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ 50,000 จุดอีกครั้ง ถือเป็นการยืนยันว่าแรงซื้อยังคงเข้ามาคุมตลาดได้ต่อเนื่องในระยะต่อไป ปัจจุบัน ราคาซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมด สะท้อนว่าโมเมนตัมของตลาดยังอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้ล่าสุดจะมีการย่อตัวในระยะสั้นบ้าง
ในเชิงเทคนิค ตลาดยังคงเป็นไปแบบ เข้าเมื่อย่อ ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้น MA20 ได้ โดยเส้น MA20 ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ และยิ่งเพิ่มโอกาสให้ระยะกลางอยู่ในช่วงขาขึ้น ในทางกลับกัน แนวรับระดับแรกอยู่ที่ 49,500 จุดตามด้วยระดับถัดไปที่ 49,100 จุด และ 48,500 จุดตามลำดับ และถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเป็นสัญญาณว่าพลังขาขึ้นเริ่มอ่อนตัวลง และเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ต่ำลง
กราฟดัชนี Dow Jones รายวัน

| แนวต้าน | 50,200 – 50,240 | 50,473 – 50,500 | 50,700 – 50,250 |
| แนวรับ | 49,321 – 49,500 | 48,898 – 49,000 | 48,489 – 48,600 |
บทวิเคราะห์ Bitcoin ทางเทคนิค
Bitcoin ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นบนกราฟรายวัน แม้จะย่อลงบ้าง โดยราคายังคงซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน รวมถึงเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ สะท้อนว่าแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางยังดำเนินต่อไป การที่ Bitcoin ทรงตัวเหนือระดับจิตวิทยาสำคัญที่ $80,000 ได้ก็ถือว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดได้อยู่ แม้โมเมนตัมจะเริ่มชะลอตัวลงถ้าเทียบกับช่วงที่ปรับขึ้นแรงในเดือนเมษายนมาถึงต้นเดือนพฤษภาคม
เส้นค่าเฉลี่ยยังคลื่อนที่ในทิศทางบวก โดยเส้น MA5 อยู่เหนือ MA10 และทั้งสองเส้นยังอยู่เหนือ MA20 ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่มักสะท้อนแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง
ถ้า Bitcoin กลับขึ้นไป และปิดเหนือแนวต้านที่ $82,800 ได้ ก็อาจเปิดทางให้เกิดแรงซื้อรอบใหญ่ได้อีกครั้ง และมีโอกาสปรับขึ้นต่อสู่ระดับ $84,500–$85,000 ในทางกลับกัน แนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ $80,000–$80,700 ตามด้วยระดับถัดไปที่ $79,000–$79,400 โดยถ้าราคาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ก็อาจเกิดการปรับฐานที่ต่ำลงสู่ระดับ $77,500 หรือถึง $75,000 ได้
ตราบใดที่ Bitcoin ยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน และยังคงสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้นบนกราฟรายวัน แนวโน้มหลักยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาระดับ $80,000 อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าหลุดระดับดังกล่าวชัดเจน อาจส่งผลให้เปลี่ยนกลับมาเป็นช่วงขาลงในระยะสั้น และเพิ่มความผันผวนให้ตลาดคริปโตโดยรวม
กราฟ Bitcoin รายวัน

| แนวต้าน | $82,800 – $83,000 | $85,000 – $85,360 | $89,651 – $90,000 |
| แนวรับ | $78,800 – $79,000 | $76,243 – $76,450 | $75,000 – $75,230 |
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง