Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

หุ้น AI เผชิญปัญหาใหม่หลังราคาน้ำมันพุ่ง ส่วนทองร่วงหลุด $4,100

October 23, 2026, 11:59

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนหนัก หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขาย ส่งผลให้ราคาที่ฟื้นตัวขึ้นส่วนใหญ่ก่อนหน้าเป็นโมฆะไป
  • กระแสความเชื่อมั่นต่อ AI เผชิญบททดสอบใหม่ หลังนักลงทุนเริ่มกังวลบริษัทจะทำผลตอบแทยได้ไม่คุ้มกับที่ลงทุนกับ AI ไป ส่งผลให้ตลาดพลิกทิศทางอย่างแรง
  • น้ำมันพุ่งเหนือ $110 ต่อบาร์เรล หลังมีความกังวลว่าการขนส่งน้ำมันอาจเผชิญปัญหาอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเงินเฟ้อใหม่ขึ้นมาอีก
  • ทองคำร่วงหลุด $4,100 ต่อออนซ์ตามราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อ และโอกาสที่ Fed จะใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้นก็ถือเป็นปัญหาต่อทองคำทั้งสิ้น
  • ผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5.1% ขณะที่คู่เงิน EURUSD ก็อ่อนค่าลงเข้าใกล้ $1.1200 หลังเสถียรภาพทางการคลังและการเมืองของฝรั่งเศสเผชิญความไม่แน่นอน
  • สัปดาห์หน้าจะถือเป็นสัปดาห์สำคัญของธนาคารกลางและการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อ โดย Fed จะประกาศการปรับดอกเบี้ยในวันที่ 28 ตุลาคม ตามด้วยสหรัฐฯ ที่จะประกาศ GDP และเงินเฟ้อ PCE ในวันที่ 29 ตุลาคม รวมถึงธนาคารกลางยุโรปที่จะประกาศการปรับนโยบายในวันเดียวกัน โดยทั้งหมดถือเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของตลาดหุ้น พันธบัตร ทองคำ และสกุลเงินต่างๆ ในระยะต่อไปได้เลย

ตลาดหุ้นโลกยุติการฟื้นตัว หลังความกังวลเกี่ยวกับ AI กลับมาอีกครั้ง

ในช่วงต้นสัปดาห์ นักลงทุนได้พยายามดันราคาหุ้นให้ฟื้นตัวขึ้นหลังเผชิญแรงเทขายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ดีในวันจันทร์ ก่อนที่หุ้นเทคโนโลยีจะฟื้นตัวต่อในวันพุธ หลังนักลงทุนเห็นถึงรายได้ที่เติบโตขึ้นจากการลงทุนกับ AI และยังอยู่ในช่วงการประกาศผลประกอบการอยู่ โดยหลังตลาดปิดในวันพุธ Nasdaq ก็ได้ปรับตัวขึ้น 1.05% ส่วน S&P 500 ก็เพิ่มขึ้น 0.58% และ Dow Jones ก็ขยับขึ้น 0.69% เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวก็ยังไม่มีความชัดเจนนัก โดยวันพฤหัส Nasdaq กลับร่วงลงถึง 2.60% ซึ่งถือเป็นการร่วงลงหนักสุดในวันเดียวนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่ S&P 500 ก็ลดลง 1.21% ส่วน Dow Jones ปรับตัวได้ดีกว่า โดยขยับขึ้นเล็กน้อย 0.02% ด้านหุ้นเซมิคอนดักเตอร์คือกลุ่มที่เผชิญแรงขายหนักเป็นพิเศษ ส่งผลให้ดัชนี Philadelphia Semiconductor ดิ่งลงถึง 6.7%

สงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง

น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ $110 ต่อบาร์เรลในวันพฤหัส หลังเกิดเหตุโจมตีระลอกใหม่ ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคอาจทวีความรุนแรงขึ้น และยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งทางเรือ ส่วนน้ำมันดิบ WTI ก็พุ่งขึ้นจ่อแตะ $99 ต่อบาร์เรลเช่นกัน

ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การปรับตัวขึ้นของน้ำมันอาจเพิ่มต้นทุนในการขนส่ง ภาคการผลิต และเชื้อเพลิงทั่วไป ส่งผลให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ยังผ่อนคลายนโยบายได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากน้ำมันยังถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาของทองคำและหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวง่ายเช่นกัน

การคาดการณ์: น้ำมันยังอ่อนไหวอย่างหนักต่อข่าวสถานการณ์ที่อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย กลุ่มฮูตี และข่าวการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยถ้าสถานการณ์เกิดทวีความรุนแรงขึ้นหรือเกิดปัญหาในการขนส่งอย่างต่อเนื่อง ก็อาจดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นอีก แต่ถ้ามีสัญญาณชัดเจนว่าความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย หรือเริ่มมีการขนส่งน้ำมันมากขึ้น ก็อาจกดให้ราคาน้ำมันปรับลงได้เช่นกัน

ทองร่วงหลุด $4,100 หลังดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้นสูง

ทองคำยังร่วงลงต่อเนื่องจนหลุดระดับ $4,100 มาปิดที่ $4,042 ต่อออนซ์ในวันพฤหัส หลังราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังเพิ่มปัญหาเงินเฟ้อต่อ รวมถึงเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจต้องปรับดอกเบี้ยสูงขึ้นไว้นานขึ้นไปอีก

โดยการเคลื่อนไหวของทองคำก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดชัดเจน แม้สงครามมักช่วยดันให้สินทรัพย์ปลอดภัยเป็นที่ต้องการมากขึ้น แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็อาจดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยอย่างทองคำลดความน่าสนใจลงไป

การคาดการณ์: ระดับ $4,000 ยังถือเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา โดยถ้าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงและตลาดยังคาดว่า Fed จะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อไป ก็อาจกดให้ทองคำเผชิญปัญหาต่อเนื่อง แต่ถ้าผลตอบแทนพันธบัตร รวมถึงดอลลาร์มีค่าลดลง หรือสงครามเกิดรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน ก็อาจช่วยพยุงราคาได้เช่นกัน

บทวิเคราะห์ตลาดในสัปดาห์หน้า: 26–30 ตุลาคม 2026

สัปดาห์หน้าอาจเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของตลาดการเงินทั่วโลก โดยจะมีทั้งการปรับดอกเบี้ยของ Fed ตัวเลข GDP และเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมของธนาคารกลางยุโรป ซึ่งมีกำหนดประกาศภายใน 3 วัน

เงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ: ข้อมูลสำคัญสุดที่ต้องจับตา

ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนกันยายนจะมีกำหนดประกาศในวันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม โดย PCE ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ Fed ใช้วัดเงินเฟ้อ ขณะที่ Core PCE ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานก็จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

PCE มีความสำคัญอย่างไรต่อตลาดการเงิน

กรณีที่ออกมาสูงกว่าคาด

ผลตอบแทนพันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มีโอกาสมีค่าสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นและทองคำก็อาจเผชิญปัญหาใหม่ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมองว่า Fed จะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น

กรณีที่ออกมาต่ำกว่าคาด

ผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจมีค่าน้อยลง ซึ่งถือเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นและทองคำ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมั่นใจขึ้นว่า Fed อาจไม่จำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก

Fed อาจรักษาดอกเบี้ยในการประชุมนี้ แต่นโยบายในเดือนธันวาคมยังเป็นประเด็นสำคัญ

Fed มีกำหนดประชุมในวันที่ 27–28 ตุลาคมนี้ และนโยบายจะมีกำหนดประกาศในวันพุธ โดยตลาดส่วนใหญ่ยังคาดว่า Fed จะยังรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญกลับไม่ใช่เพียงผลการปรับดอกเบี้ยอย่างเดียว เพราะยังมีประเด็นที่ Fed ต้องควบคุมเงินเฟ้อไปพร้อมกับการผลักดันเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อด้วย หากผู้กำหนดนโยบายเน้นย้ำว่าปัญหาราคายังคงยืดเยื้อ ผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจมีค่าสูงขึ้น แต่ถ้ายังประคองสถานการณ์เงินเฟ้อได้ สินทรัพย์เสี่ยงก็อาจฟื้นตัวได้เช่นกัน

ด้านธนาคารกลางยุโรปก็มีกำหนดประชุมเช่นกันในวันพฤหัส ซึ่งสำคัญต่อคู่เงิน EUR/USD โดยเฉพาะในช่วงที่พันธบัตรฝรั่งเศสกำลังเผชิญปัญหา และเงินยูโรอ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
อังคารที่ 27 ตุลาคมคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ
อเมริกา
-0.1%19:30 น.
อังคารที่ 27 ตุลาคมดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก
องค์กร Conference Board
คณะกรรมการประชุมองค์กร
สหรัฐ
อเมริกา
81.921:00 น.
อังคารที่ 27 ตุลาคมยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ
อเมริกา
684K21:00 น.
พุธที่ 28 ตุลาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีออสเตรเลีย4.0%19:30 น.
พุธที่ 28 ตุลาคมผลการปรับดอกเบี้ยนิวซีแลนด์2.75%08:00 น.
พุธที่ 28 ตุลาคมการประกาศงบประมาณประจำปีสหราช
อาณาจักร
19:30 น.
พุธที่ 28 ตุลาคมผลการปรับดอกเบี้ยแคนาดา2.25%20:45 น.
พุธที่ 28 ตุลาคมผลการปรับดอกเบี้ยสหรัฐ
อเมริกา
4.00%01:00 น.
พฤหัสที่ 29 ตุลาคมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
(GDP) ไตรมาสต่อไตรมาส
สหรัฐ
อเมริกา
2.2%19:30 น.
พฤหัสที่ 29 ตุลาคมดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการ
บริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน
เดือนต่อเดือน
สหรัฐ
อเมริกา
0.2%19:30 น.
พฤหัสที่ 29 ตุลาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
19:30 น.
พฤหัสที่ 29 ตุลาคมผลการปรับดอกเบี้ยยุโรป2.65%20:15 น.
ศุกร์ที่ 30 ตุลาคมดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเขต
โตเกียว ปีต่อปี
ญี่ปุ่น2.7%06:30 น.
ศุกร์ที่ 30 ตุลาคมผลการปรับดอกเบี้ยญี่ปุ่น1.25%10:00 น.


บทวิเคราะห์และการคาดการณ์ทางเทคนิค:

บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค

ปัจจุบันคู่เงิน EURUSD ซื้อขายอยู่ที่ 1.1197 และยังปรับตัวลงต่อในภาพรวม โดยหลังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 1.1710 มาในเดือนสิงหาคม กราฟรายวันก็แสดงให้เห็นถึงจุดสูงที่ต่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Lows) อย่างชัดเจน และแรงขายยังเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็ชี้ให้เห็นถึงช่วงขาลงเช่นกัน หลังเส้นระยะสั้นเริ่มเคลื่อนตัวเกาะกลุ่มกัน สะท้อนถึงการพักตัวหลังราคาปรับลงมาล่าสุด อย่างไรก็ตาม เส้น MA20 ก็ยังอยู่เหนือเส้นระยะสั้นและเคลื่อนตัวต่ำลงเรื่อยๆ

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ 1.1190–1.1180 ตามด้วย 1.1150 และจุดต่ำล่าสุดที่ 1.1112 โดยถ้าทะลุลงต่ำกว่า 1.1112 อย่างชัดเจน ก็อาจตอกย้ำถึงช่วงขาลงจนกดให้ราคาร่วงไปที่ระดับที่ต่ำกว่าได้ ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 1.1218–1.1233 ตามด้วย 1.1250–1.1280 โดยถ้าปรับตัวขึ้นเหนือ 1.1280 ได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจพลิกให้กลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าจะยืนยันถึงการกลับตัวที่ชัดเจนขึ้น ราคาก็ต้องทะลุผ่านจุดสูงที่อยู่ถัดขึ้นไปให้ได้ก่อน โดยรวมแล้ว EURUSD ยังคงเป็นขาลง โดยการเคลื่อนไหวในปัจจุบันก็ชี้ให้เห็นว่าการฟื้นตัวยังมีแนวโน้มเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ตราบใดที่คู่เงินนี้ยังกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 1.1233–1.1280 ไม่ได้

กราฟ EURUSD รายวัน

แนวต้าน1.1250 – 1.12561.1285 – 1.12901.1346 – 1.1350
แนวรับ1.1150 – 1.11541.1100 – 1.11121.1070 – 1.1073

บทวิเคราะห์ Nasdaq 100 ทางเทคนิค

ปัจจุบันดัชนี Nasdaq 100 อยู่ที่ 29,014 จุด โดยกราฟรายวันแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอลงอย่างมาก หลังร่วงแรงจากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมจนหลุดระดับจิตวิทยาที่ 30,000 จุด และยังร่วงต่อไปที่ระดับ 29,000 จุดอีก

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็ชี้ให้เห็นถึงช่วงขาลงที่ยังคงอยู่ โดยดัชนียังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงทั้งหมด

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ 28,873 จุด ตามด้วย 28,500 จุด โดยถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า 28,873 จุด ก็อาจร่วงต่อไปที่ 28,000 จุดได้ ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 29,400–29,450 จุด ตามด้วย 29,750 จุด และ 30,270 จุด โดยถ้าฟื้นตัวขึ้นเหนือ 29,750 จุดได้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มอ่อนแรงลง และถ้ายิ่งทะลุเหนือ 30,270 จุดได้ต่อเนื่องอีก ก็อาจเป็นหลักฐานที่ชัดเจนขึ้นว่าดัชนีเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอีก โดยรวมแล้ว การวิเคราะห์ Nasdaq 100 ทางเทคนิคก็ยังคงเป็นขาลง แม้ดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยได้ระหว่างวันก็ตาม โดยระดับ 29,400–29,750 จุดถือเป็นระดับสำคัญของฝั่งซื้อในขณะนี้

กราฟ Nasdaq 100 รายวัน

แนวต้าน29,750 – 29,80030,570 – 30,59531,400 – 31,422
แนวรับ28,500- 28,51227,967 – 28,00027,084 – 27,100

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

ปัจจุบันน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายอยู่ที่ $114.84 โดยกราฟรายวันแสดงให้เห็นถึงช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังราคาทะลุกรอบพักฐานก่อนหน้าและพุ่งเข้าใกล้จุดสูงล่าสุดที่ $115.52 แล้ว

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็ชี้ให้เห็นถึงช่วงขาขึ้นเช่นกัน โดยราคายังอยู่เหนือเส้น MA5 MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้สบายๆ ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเรียงตัวในลักษณะที่สนับสนุนแรงซื้อ นอกจากนี้ ราคาล่าสุดยังสะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อที่ดันราคาขึ้นไปใกล้ขอบบนของกรอบพักฐานที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการปรับขึ้นต่อ ถ้าราคาสามารถทะลุแนวต้านได้

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $115.52 ตามด้วย $117.00 โดยถ้าทะลุ $115.52 ขึ้นไปได้ชัดเจน ก็อาจไปต่อที่ $117.00 หรือไปถึง $119.00 ต่อได้ ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ $112.20 ตามด้วย $110.85 และ $108.25 โดยถ้าเกิดย่อตัวลงมาใกล้เส้นค่าเฉลี่ยก็ไม่ได้หมายความว่าช่วงขาขึ้นจะหายไป ตราบใดที่แรงซื้อยังประคองราคาให้อยู่เหนือระดับที่กล่าวมาได้ทั้งหมด แต่ถ้าเกิดร่วงลงต่ำกว่า $108.25 อย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ภาพรวมทางเทคนิคอ่อนแอลงแรงได้เช่นกัน ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคครั้งนี้ น้ำมันดิบเบรนท์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสินทรัพย์ทั้ง 4 ตัวที่นำมาวิเคราะห์ โดยการทะลุแนวต้านที่ $115.52 ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปรับขึ้นต่อไป

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$117.00 – $117.12$118.34 – $118.50$119.35 – $119.46
แนวรับ$112.00 -$112.20$110.64 – $110.85$108.25 – $108.44

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ปัจจุบันทองคำซื้อขายอยู่ที่ $4,018 โดยยังปรับฐานต่ำลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคมที่ $4,696 และกราฟรายวันก็แสดงให้เห็นถึงการสร้างทั้งจุดสูงที่ต่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำที่ต่ำลง (Lower Lows) มาตลอด โดยหลังพักฐานอยู่ที่ $4,110 ถึง $4,150 ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทองคำก็ได้ร่วงทะลุกรอบดังกล่าวจนจ่อแตะระดับจิตวิทยาสำคัญที่ $4,000 แล้ว

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็ตอกย้ำให้เห็นถึงช่วงขาลงเช่นกัน โดยราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA5 MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลงทั้งหมด นอกจากนี้ การปรับตัวลงล่าสุดยังเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับหลายวันก่อนหน้า สะท้อนว่าแรงขายยิ่งเพิ่มขึ้นหลังราคาหลุดกรอบพักฐานลงมา

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ $4,000 ตามด้วย $3,986 และ $3,950 โดยถ้าร่วงลงต่ำกว่า $3,986 ต่อเนื่อง แรงขายก็อาจเพิ่มขึ้นจนกดให้ร่วงไปที่ $3,950 ได้ ส่วนแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $4,090-$4,100 ตามด้วย $4,122-$4,137 โดยทองคำจะต้องฟื้นตัวกลับขึ้นมาเหนือเส้นค่าเฉลี่ยให้ได้ก่อน เพือส่งสัญญาณว่าช่วงขาลงเริ่มหายไป โดยถ้าขึ้นมายืนเหนือ $4,137 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจเป็นหลักฐานที่ชัดเจนขึ้นว่าราคาเริ่มทรงตัวได้ อย่างไรก็ตาม ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างเต็มกำลังได้ก็จำเป็นต้องผ่านแนวต้านที่อยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปก่อน โดยรวมแล้ว ทองคำยังคงอยู่ในช่วงขาลง โดยมีระดับจิตวิทยาที่ $4,000 และจุดต่ำล่าสุดถือเป็นระดับสำคัญถัดไปที่ต้องจับตา

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,137 – $4,150$4,200 – $4,212$4,357 – $4,370
แนวรับ$3,970 – $3,986$3,944 – $3,959$3,877 – $3,890

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service