wp-emoji-styles => 
wp-block-library => /wp-includes/css/dist/block-library/style.min.css
classic-theme-styles => 
global-styles => 
wp-pagenavi => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/wp-pagenavi/pagenavi-css.css
addtoany => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.css
jquery => 
addtoany-core => https://static.addtoany.com/menu/page.js
addtoany-jquery => https://www.startrader.com/th/wp-content/plugins/add-to-any/addtoany.min.js
Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

Fakeout คืออะไร? วิธีสังเกตและรับมือ False Breakout ไม่ให้โดนหลอกในการเทรด

Fakeout คืออะไร? ถ้าคุณเป็นนักเทรด ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ คำว่า Fakeout หรือ False Breakout อาจเป็นกับดักที่ทำให้คุณขาดทุนแบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Fakeout ให้ลึกซึ้ง พร้อมเทคนิคการหลีกเลี่ยงและวิธีรับมือแบบมือโปร

Fakeout คืออะไร?

Fakeout (เฟคเอาท์) คือ สถานการณ์ที่ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้าน หรือกรอบราคาสำคัญ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถยืนอยู่เหนือหรือใต้ระดับนั้นได้ และหันกลับไปเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม
นักเทรดมักเรียกเหตุการณ์นี้ว่า False Breakout หรือ “หลอกเบรก” เพราะมันดูเหมือนเป็นการเบรกที่แท้จริงในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นแค่ภาพลวงตา

ตัวอย่างการเกิด Fakeout

สมมุติว่า Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบราคา 60,000 – 65,000 ดอลลาร์ หากราคาทะลุขึ้นไปที่ 66,000 ดอลลาร์ นักเทรดจำนวนมากอาจเข้า Buy เพราะคิดว่าเป็นสัญญาณเบรกแนวต้าน
แต่ถ้าราคาย่อลงมาอย่างรวดเร็วและกลับมาอยู่ใต้ 65,000 อีกครั้ง — นั่นแหละคือ Fakeout

 ทำไม Fakeout ถึงอันตรายสำหรับนักเทรด?

  • หลอกให้เข้า Order ผิดฝั่ง: นักเทรดมักรีบเข้า Buy หรือ Sell ทันทีเมื่อเห็นการเบรก โดยไม่รอการยืนยัน
  • โดนล้าง Stop Loss: Fakeout มักเกิดขึ้นพร้อมกับการไล่กิน SL ทำให้หลายคนขาดทุนก่อนที่ราคาจะกลับไปในทิศทางที่คาดไว้

เสียจังหวะในการเข้าเทรดจริง: เมื่อโดนหลอกซ้ำๆ อาจเกิดความลังเล และพลาดโอกาสที่ดีในอนาคต

สาเหตุที่ทำให้เกิด Fakeout

  • การขาดแรงซื้อ/ขายที่แท้จริงในการดันราคาต่อ
  • แรงเก็งกำไรระยะสั้น จากนักเทรดรายย่อยหรือบอทเทรด
  • การเคลื่อนไหวของ Market Maker หรือรายใหญ่
  • ข่าวหรือข้อมูลที่ออกมากะทันหัน ส่งผลให้ราคาพุ่งแรงชั่วขณะ

วิธีสังเกต Fakeout

การแยกแยะว่า “เบรกจริง” หรือ “เบรกหลอก” ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นักเทรดสามารถสังเกตสัญญาณเตือนได้จากหลายปัจจัย ดังนี้:

1. เบรกแบบไม่มี Volume สนับสนุน

หากราคาเบรกแนวรับ/แนวต้าน แต่ไม่มี Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มักเป็นสัญญาณของ Fakeout เพราะเบรกจริงมักมีแรงซื้อ/ขายเข้ามาอย่างชัดเจน

2. แท่งเทียนกลับตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อราคาเบรกแล้วเจอแท่งเทียนกลับทิศทันที เช่น Pin Bar, Shooting Star หรือ Engulfing บริเวณแนวเบรก นั่นคือสัญญาณของความลังเลและมีโอกาสเกิด Fakeout

3. ปิดแท่งเทียนไม่พ้นแนวต้าน/แนวรับ

หากราคาทะลุแนวต้าน/แนวรับจริง แต่แท่งเทียนกลับ “ปิดไม่พ้น” บริเวณนั้น นั่นแสดงว่าเป็นการ “แทงไส้” มากกว่าการเบรกจริง

4. Timeframe เล็กมีสัญญาณ แต่ Timeframe ใหญ่ไม่มีการยืนยัน

เบรกที่เกิดในกราฟ M15 หรือ M30 แต่ไม่มีสัญญาณสนับสนุนใน H4 หรือ Daily มักเป็น Fakeout ในระยะสั้น

5. ข่าวหรือแรงกระตุ้นเฉพาะกิจ

หากการเบรกเกิดขึ้นหลังจากข่าวแรง ๆ แล้วราคากลับทิศเร็ว เช่น ข่าวเศรษฐกิจ FED, CPI, หรือ NFP ให้ระวังว่าเป็นเพียงการเคลื่อนไหวชั่วคราวที่อาจเป็น Fakeout

วิธีหลีกเลี่ยง Fakeout

  1. รอการยืนยัน (Confirmation)
    อย่ารีบเทรดเมื่อเห็นการเบรก ควรรอปิดแท่งเทียน (Candle) เหนือ/ใต้แนวรับ-แนวต้านอย่างชัดเจน หรือรอสัญญาณจากอินดิเคเตอร์ประกอบ
  2. ใช้ Volume เป็นตัวช่วย
    หากการเบรกมาพร้อมกับ Volume ที่สูงผิดปกติ มีโอกาสที่เป็นเบรกจริง
    แต่หากเบรกแบบไม่มี Volume หรือเงียบๆ ให้ระวัง Fakeout
  3. กำหนด Stop Loss อย่างชาญฉลาด
    อย่าวาง SL ใกล้แนวรับ/แนวต้านจนเกินไป อาจตั้ง SL ให้เผื่อจุดที่ราคาจะ “หลอก” แล้วเด้งกลับ
  4. ใช้ Timeframe ใหญ่ประกอบการตัดสินใจ Timeframe เล็กมักเจอ Fakeout บ่อย ลองดูแนวโน้มใน H4 หรือ Daily เพื่อหาความน่าเชื่อถือของแนวรับ-แนวต้าน

วิธีการเทรดสำหรับ Fakeout

แม้ว่า Fakeout จะเป็นสิ่งที่นักเทรดพยายามหลีกเลี่ยง แต่หากเข้าใจและวางแผนได้ดี ก็สามารถเปลี่ยน “กับดัก” ให้กลายเป็น “โอกาส” ได้!

1. เทรดแบบ Reversal (กลับตัว)

  • หากคุณสังเกตเห็นว่าเกิด Fakeout แล้วมีแท่งกลับตัว (เช่น Pin Bar, Bearish/Bullish Engulfing) ที่แนวรับหรือแนวต้าน
  • ให้เข้าออเดอร์ฝั่งตรงข้าม โดยวาง Stop Loss เหนือ/ใต้จุดปลายไส้แท่งเทียนนั้น
  • ตั้งเป้าหมายที่แนวรับ/ต้านถัดไปภายในกรอบเดิม

2. รอ Confirmation ก่อนเข้าเทรด

  • ไม่ควรเทรดทันทีที่ราคาเบรกออกจากกรอบ ควรรอให้ปิดแท่งเทียนเหนือหรือใต้แนวเบรก
  • อาจใช้ Break and Retest Strategy คือ รอให้ราคาทะลุ แล้วย้อนกลับมาทดสอบแนวเดิมก่อน แล้วจึงเข้าเทรดเมื่อราคาเริ่มวิ่งอีกครั้ง

3. ใช้กลยุทธ์ Range Trading เมื่อราคากลับเข้ากรอบ

  • เมื่อราคากลับมาอยู่ในกรอบหลัง Fakeout ให้เทรดแบบ “เล่นในกรอบ” โดยหาจุดเข้า-ออกบริเวณแนวรับและแนวต้านเดิม

4. ใช้ Indicator เสริม

  • RSI: ถ้าเกิด Fakeout พร้อม RSI เข้าเขต Overbought/Oversold แล้วกลับตัวเร็ว เป็นสัญญาณเข้าตรงข้ามแนวโน้ม
  • Bollinger Bands: หากเกิด Fakeout นอกเส้น Band แล้วราคากลับเข้ามาภายใน อาจใช้เป็นจุดเข้าเทรดกลับทิศ

เคล็ดลับสำหรับเทรด Breakout อย่างมีสติ

  • โดยทั่วไป นักเทรดมืออาชีพมัก ไม่เสี่ยงเกินกว่า 1% ของเงินทุนทั้งหมด ต่อหนึ่งการเทรด
    หมายความว่า หากราคากลับตัวและชน Stop-Loss พวกเขาจะเสียเงินเพียง 1% ของพอร์ตเท่านั้น
    ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเปิดสถานะด้วยเงินแค่ 1% แต่คือความเสี่ยงสูงสุดที่ยอมรับได้หากเทรดผิดทาง
  • ดูภาพรวมของตลาดก่อน แนวโน้มใหญ่ของตลาดสนับสนุนการ Breakout หรือไม่?
  • ใช้เครื่องมืออื่นๆ เพื่อยืนยันสัญญาณ เช่น RSI, MACD, Volume, หรือ Candlestick Patterns
  • รอการย่อตัว (Retest) ที่แนวรับหรือแนวต้านเดิม ถ้าราคาทะลุแนวต้าน แล้วกลับมาย่อลงมา “ทดสอบ” บริเวณนั้นอีกครั้ง และดีดตัวขึ้น — มีโอกาสสูงว่าการ Breakout นั้น “ของจริง”

Fakeout กับ Breakout ต่างกันยังไง?

Breakout คือโอกาสในการเทรดที่ดูมีศักยภาพ เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป หรือหลุดแนวรับลงมา ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางของแนวโน้มนั้น

ในทางกลับกัน Fakeout (หรือ False Breakout) คือสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากการ Breakout เมื่อราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้าน — นั่นคือ Breakout แต่ถ้าหลังจากนั้นราคา กลับตัวอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนที่สวนทาง นั่นคือ Fakeout หรือ Breakout หลอก

อธิบายแบบง่ายๆ: Fakeout คือความหวังลวง ถ้าเห็นราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้าน ก็หวังว่าราคาจะ “ไปต่อ” จึงรีบเข้าตลาดเพื่อเก็บโอกาสนั้น แต่ไม่นานราคากลับ เคลื่อนสวนทางอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณติดอยู่ในตลาดในทิศทางที่ผิด และอาจขาดทุนในที่สุด

Fakeout vs Breakout

สรุป: Fakeout คือศัตรูตัวฉกาจของนักเทรดมือใหม่

Fakeout เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในตลาด แต่หากคุณมีวินัยในการรอจังหวะและเข้าใจพฤติกรรมของราคาอย่างแท้จริง ก็สามารถลดความเสี่ยงจากการโดนหลอกได้อย่างมาก

จงจำไว้เสมอว่า “กราฟอาจหลอกเราได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะมองทะลุกราฟได้เช่นกัน”

การซื้อขายอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสําหรับทุกคน

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service