Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ASML เผยผลประกอบการดีกว่าคาด หลังชิปยังเป็นที่ต้องการหนัก

October 14, 2026, 09:55

ASML รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ได้สูงกว่าที่คาด โดยประกาศออกมาอยู่ที่ 4,960 ล้านยูโร เทียบกับที่คาดไว้เพียง 4,100 ล้านยูโร แม้รายได้จะต่ำกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยที่ 11,660 ล้านยูโร โดยบริษัทผลิตอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติเนเธอร์แลนด์นี้ระบุว่าความต้องการเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงยังคงเพิ่มขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ขณะเดียวกัน คาดว่าอุปสงค์ในช่วงปี 2027–2028 จะสูงกว่ากำลังการผลิตที่วางแผนไว้ ส่งผลให้ ASML กำลังพิจารณาขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม

ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โชว์ผลงานแตกต่างกันในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนรอรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกันยายน โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากจากระดับ 3.4% ในเดือนก่อนหน้า หลังราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเผชิญแรงกดดันเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน จากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงเกินไป การแข่งขันจากจีน และมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนต้องเลือกหุ้นอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในหุ้นเทคโนโลยี แม้ความต้องการพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง

การประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ยังคงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ โดยคาดว่าบริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีกำไรเติบโตประมาณ 30% นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของ Bank of America และ Morgan Stanley เพื่อประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของภาคธุรกิจ และความยั่งยืนของการปรับตัวขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI

ที่จีน ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปี สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.5% และเร่งตัวขึ้นจาก 3.8% ในเดือนสิงหาคม โดยมีต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 0.9% จาก 0.8% แต่ยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1% การเพิ่มขึ้นของราคาผู้ผลิตสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคที่ต่ำกว่าคาดบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังคงซบเซา

ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 0.6% สู่ $106.43 ต่อบาร์เรล ขณะที่ West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวขึ้น 0.63% สู่ $94.76 ต่อบาร์เรล

ราคาทองคำปรับตัวลงเข้าใกล้ $4,155 ในวันพุธ หลังราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ก่อนการเปิดเผยรายงาน CPI ของสหรัฐฯ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนด้วยต้นทุนพลังงานอาจยืดเยื้อ ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของ John Williams ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ช่วยพยุงราคาทองคำไว้บางส่วน โดยเขาระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2026 อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสม แต่การคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมในปี 2027 อาจไม่จำเป็น หลังจากนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อราคาทองคำ ขณะนี้ตลาดส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แม้ความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมยังคงอยู่ในระดับสูง

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service