Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

บอนยีลด์ และสงครามกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน แม้หุ้น AI จะปรับขึ้น

October 9, 2026, 09:26

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงเผชิญแรงกดดันก่อนเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการ
  • ผลการประชุมของ Fed ในเดือนกันยายนได้ตอกย้ำถึงโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี โดยเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงยังทำให้นโยบายเป็นสิ่งที่ตลาดต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
  • ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปีเกิดขึ้นในช่วงที่ Fed มีโอกาสดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาเงินเฟ้อ การกู้ยืมเงินจำนวนมากของรัฐบาล และความต้องการเงินทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับ AI ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
  • ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
  • ผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง และดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นปัญหาต่อทองคำ แม้สงครามจะช่วยให้สินทรัพย์ปลอดภัยเป็นที่ต้องการมากขึ้นก็ตาม

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นทั่วโลก

หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในช่วงเปิดสัปดาห์ นำมาโดยหุ้นเทคโนโลยีที่ดันให้ Nasdaq ทุบสถิติสูงสุดใหม่ และในวันจันทร์ Nasdaq ก็ปรับตัวขึ้นประมาณ 1% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.7% และ Dow Jones ขยับขึ้น 0.2% หลัง Nvidia, Meta และ Microsoft โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยียม

อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมขาขึ้นก็เริ่มชะลอตัวลงเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ หลังผลตอบแทนพันธบัตร และปัญหาสงครามที่เพิ่มขึ้นกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี และเซมิคอนดักเตอร์ และเมื่อวันพฤหัส S&P 500 ก็ปรับตัวลง 0.5% สู่ 7,765 จุด ขณะที่ Nasdaq ก็ลดลง 1.3% แต่ Dow Jones ยังคงแข็งแกร่งโดยขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1%

ในช่วงต่อไป นักลงทุนจะต้องหันไปจับตาผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ในไตรมาส 3 โดยธนาคารใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ รวมถึง JPMorgan Chase จะมีกำหนดประกาศในสัปดาห์หน้า เนื่องจากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอาจเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นได้ แต่บริษัทต่างๆ ก็ต้องรายงานผลประกอบการที่เป็นที่พอใจให้ได้ เพื่อลดปัญหาจากผลตอบแทนพันธบัตร และมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง

สงครามกระตุ้นน้ำมันผันผวน

น้ำมันเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ผันผวนที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ น้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงเกือบ 1.9% สู่ $100.32 ขณะที่ WTI ก็ร่วงลงประมาณ 1.8% สู่ $89.43 หลังน้ำมันเริ่มกลับมาส่งออกได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการคลายความกังวลเรื่องการขนส่งที่มีปัญหาก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ก็พลิกกลับอย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณากลับมาใช้กำลังทางทหารใส่อิหร่านอีกครั้ง ประกอบกับมีการโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ และสงครามในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้นก็ได้สร้างปัญหาต่อการขนส่งน้ำมันให้ทั่วโลก และในวันพฤหัส น้ำมันดิบเบรนท์ก็พุ่งขึ้นมากกว่า 4% ทะลุ $104 และ WTI ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน

โดยในวันศุกร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ $103 หลังทรัมป์ออกมาเผยว่าสหรัฐฯ จะไม่มีการโจมตีก่อนการเลือกตั้งในช่วงกลางเทอม ส่งผลให้ตลาดยังมีโอกาสเผชิญปัญหาจากการขนส่งน้ำมัน ควบคู่ไปกับโอกาสที่ความตึงเครียดอาจคลี่คลายลง

บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า: ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามข่าวสถานการณ์ที่อิหร่าน รวมถึงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางเดินเรือเช่นกัน โดยถ้าเกิดการใช้ความรุนแรงขึ้น ก็อาจดันให้น้ำมันสูงขึ้นได้ แต่ถ้ามีสัญญาณว่าความตึงเครียดกำลังคลี่คลายหรือน้ำมันที่กลับมาขนส่งได้ดีขึ้น ก็อาจกดให้ราคาย่อตัวลงได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัญหาหลักของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสให้เกิดการใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น

Fed ส่งสัญญาณปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งในปี 2026

ผลการประชุม Fed ในเดือนกันยายนถือเป็นหนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของสัปดาห์ โดยรายงานระบุว่าคณะผู้กำหนดนโยบายยังคงกังวลถึงปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงมาตลอด ส่วนผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ก็มองว่าการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปีน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสม และการปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนก็ถือเป็นเอกฉันท์

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการก็เน้นย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ใกล้จะประกาศให้ทราบ โดยตลาดก็คาดว่า Fed ยังคงรักษาดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมเดือนตุลาคม แต่การปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนธันวาคมก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นสูง

บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า: นักลงทุนต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ใกล้จะเผยออกมาให้ดี ทั้งคำแถลงการณ์จาก Fed และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ เพื่อประเมินถึงโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนธันวาคม โดยถ้าข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจดันให้ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรมีค่าสูงขึ้นอีก แต่ถ้าออกมาต่ำกว่าคาดก็อาจช่วยลดโอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นกับทองคำ

ทองยังเผชิญปัญหาจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และบอนยีลด์ที่พุ่งขึ้น

ทองคำยังฟื้นตัวได้อย่างยากลำบาก หลังร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนล่าสุด เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าและผลตอบแทนพันธบัตรทีอยู่ในระดับสูงได้ทำให้ทองคำเป็นที่น่าสนใจน้อยลง ขณะเดียวกัน โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปีก็ยิ่งเพิ่มปัญหาให้กับทองคำขึ้นไปอีก เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย ทำให้สินทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นที่ต้องการสนใจมากขึ้นในกรณีที่มีการปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ดอลลาร์ก็ได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น และถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงสงคราม

บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า: ทิศทางของทองคำจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก โดยถ้าเงินเฟ้อชะลอตัวลง ก็อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและช่วยดันทองคำขึ้นได้ แต่ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ก็อาจกดให้ทองคำอ่อนตัวลงอีก แต่ในกรณที่สงครามทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจช่วยให้ทองคำเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ดอลลาร์ที่แข็งค่าอาจกดทองคำไม่ให้ปรับตัวขึ้นได้มากก็ตาม


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
อังคารที่ 13 ตุลาคมยอดขายบ้านมือสองสหรัฐ
อเมริกา
3.98M21:00 น.
พุธที่ 14 ตุลาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีสหรัฐ
อเมริกา
3.4%19:30 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมการเปลี่ยนแปลงจำนวนการจ้างงานออสเตรเลีย39.5K07:30 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมอัตราการว่างงานออสเตรเลีย4.6%07:30 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
เดือนต่อเดือน
สหราช
อาณาจักร
0.4%13:00 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปีต่อปีสหรัฐ
อเมริกา
5.40%19:30 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมดัชนียอดค้าปลีก เดือนต่อเดือนสหรัฐ
อเมริกา
1.2%19:30 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
19:30 น.
พฤหัสที่ 15 ตุลาคมดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลาง
รัฐฟิลาเดลเฟีย
สหรัฐ
อเมริกา
37.819:30 น.
ศุกร์ที่ 16 ตุลาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปียุโรป3.8%16:00 น.


บทวิเคราะห์และการคาดการณ์ทางเทคนิค:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ปัจจุบันทองคำซื้อขายอยู่ที่ $4,192 โดยล่าสุดได้ร่วงลงไปทดสอบระดับ $4,100 ก่อนมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคา และช่วยให้ราคาทรงตัวได้

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $4,200–$4,232 ตามด้วย $4,320 และ $4,400 ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ $4,130 ตามด้วย $4,096 และจุดต่ำล่าสุดใกล้ $3,943

โดยการดีดขึ้นในปัจจุบันก็สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาบ้าง แต่ทองคำก็จำเป็นต้องทะลุแนวต้านที่ $4,200–$4,232 ให้ได้ก่อน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการฟื้นตัว โดยถ้าทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้ต่อเนื่อง ก็อาจเปิดทางให้ปรับขึ้นไปที่ $4,320 ได้ แต่ถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า $4,096 ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ร่วงลงไปที่จุดต่ำล่าสุดอีกครั้ง

การคาดการณ์: อยู่ในช่วงทรงตัวค่อนไปทางขาขึ้นในระยะสั้น แต่ยังมีโอกาสปรับฐานต่ำลงในภาพรวม เว้นแต่ราคาจะกลับขึ้นไปอยู่เหนือ $4,232 ได้

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,200 –$4,232$4,320 – $4,335$4,400 – $4,412
แนวรับ$4,130 – $4,135$4,096 – $4,100$3,943 – $3,950

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

ปัจจุบันน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายอยู่ที่ $107.04 โดยในภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น เนื่องจากราคายังอยู่เหนือเส้น MA10 และ MA20 ซึ่งเกาะกลุ่มกันอยู่ใต้ระดับราคาปัจจุบันได้ ทำให้เส้นค่าเฉลี่ยมีโอกาสเปลี่ยนมาเป็นแนวรับแทน อย่างไรก็ตาม แท่งเทียนล่าสุดก็สะท้อนถึงว่าตลาดยังอยู่ในช่วงที่ไม่แน่นอนใต้จุดสูงล่าสุด

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ $108.00–$108.50 ตามด้วย $110.42 ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ $106.00 ตามด้วย $105.00 และ $102.15

โดยถ้าราคาสามารถทะลุเหนือ $108.50 ได้ต่อเนื่อง ก็อาจดันให้ปรับตัวขึ้นไปที่ $110.42 อีกครั้ง และถ้าทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้อีก ก็อาจตอกย้ำความชัดเจนให้กับแนวโน้มขาขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าร่วงลงต่ำกว่า $105.00 ก็อาจทำให้ภาพรวมในระยะสั้นอ่อนแอลง และเพิ่มโอกาสให้ราคาร่วงลงไปที่แนวรับตรง $102.15 ได้

การคาดการณ์: ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แต่เริ่มเข้าสู่ช่วงพักฐานใกล้แนวต้าน โดยถ้าทะลุเหนือ $110.42 ได้ ก็อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่วงขาขึ้น แต่ถ้าร่วงหลุด $105.00 ก็อาจเป็นสัญญาณของการปรับฐานที่ต่ำลงได้

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$108.50 – $108.65$110.42 – $110.50$112.00 – $112.30
แนวรับ$106.00 – $106.13$105.00 – $105.21$103.77 – $104.00

บทวิเคราะห์ Nasdaq ทางเทคนิค

Nasdaq 100 เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 31,027 จุด และได้สร้างจุดสูง และจุดต่ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การปรับตัวขึ้นรอบล่าสุดก็ได้ดันให้ดัชนีเข้าใกล้จุดสูงล่าสุดที่ 31,404 จุดแล้ว

ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็ยังชี้ให้เห็นถึงช่วงขาขึ้นต่อ และดัชนีก็ยังอยู่เหนือเส้น MA10 และ MA20 ได้

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ 30,523 จุด ตามด้วย 30,000 จุด และ 29,245 จุด ส่วนแนวต้านจะอยู่ที่ 31,250–31,405 จุด โดยถ้าทะลุเหนือจุดสูงล่าสุดได้ชัดเจน ก็อาจปรับตัวขึ้นไปที่ 31,800 จุดได้ต่อ

แต่เนื่องจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ก็อาจเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ายังยืนเหนือระดับ 30,500 จุดได้ ช่วงขาขึ้นโดยรวมก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ และถ้าดัชนีทะลุขึ้นเหนือ 31,405 จุดได้ต่อเนื่อง ก็อาจเสริมโมเมนตัมขาขึ้นได้ แต่ถ้าปรับตัวลงต่ำกว่า 30,500 จุด ก็อาจเกิดการปรับฐานที่ตำลงได้เช่นกัน

การคาดการณ์: ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกถ้าทะลุเหนือแนวต้านที่ 31,405 จุดได้ แต่แนวรับทีระดับ 30,500 ก็ถือว่าเป็นระดับสำคัญที่ฝั่งซื้อต้องรักษาไว้ให้ได้

กราฟ Nasdaq รายวัน

แนวต้าน31,250 – 31,26631,405 – 31,43631,800 – 31,823
แนวรับ30,500 – 30,52329,976 – 30,00029,245 – 29,260

บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค

คู่เงิน EURUSD อยู่ในช่วงพยายามฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย หลังปรับตัวลงจากจุดสูงในเดือนสิงหาคมที่ 1.1710 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด คู่เงินนี้เพิ่งทำจุดต่ำที่ 1.1160 และแท่งเทียนล่าสุดก็ชี้ว่าฝั่งซื้อได้พยายามพยุงราคาให้ทรงตัวไว้ หลังเผชิญแรงขายหนักก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเทคนิคก็ยังเป็นขาลง เนื่องจากยังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA10 และ MA20 ที่เคลื่อนตัวลง สะท้อนว่าฝั่งขายยังคุมตลาดไว้ได้ แม้ล่าสุดจะดีดขึ้นได้ก็ตาม

ด้านแนวรับแรกจะอยู่ที่ 1.1160 ตามด้วยระดับจิตวิทยาที่ 1.1100 ส่วนแนวต้านจะอยู่ที่ 1.1270 ตามด้วย 1.1360 และ 1.1435

โดยถ้าร่วงหลุดต่ำกว่า 1.1160 ต่อเนื่อง ก็อาจร่วงต่อไปที่ 1.1100 ได้ ในทางกลับกัน ถ้าฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือ 1.1270 ได้ ก็อาจพลิกสถานการณ์ในระยะสั้นให้ดีขึ้น แต่ก็ต้องกลับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 1.1360 ให้ได้ก่อน เพื่อยืนยันถึงการกลับตัวเป็นขาขึ้นที่ชัดเจน

การคาดการณ์: ยังอยู่ในช่วงขาลง แต่ก็มีโอกาสดีดขึ้นได้ในระยะสั้น โดยระดับสำคัญที่ต้องจับตาก็คือแนวรับที่ 1.1160 และแนวต้านตรง 1.1270

กราฟ EURUSD รายวัน

แนวต้าน1.1270 – 1.12831.1360 – 1.13711.1435- 1.1456
แนวรับ1.1160 – 1.11671.1100 – 1.11071.1067 – 1.1080

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service