Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาใช้ความรุนแรงอีกครั้ง

August 31, 2026, 08:04

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญปัญหาเพิ่มขึ้น โดยความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศได้ปะทุขึ้นในช่วงวันหยุด หลังทรัมป์ได้ออกมาขู่ถล่มเกาะคาร์ก ซึ่งถือเป็นศูนย์การส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ก็ได้โจมตีเครื่องยิงจรวดของอิหร่าน 2 จุดบน เกาะลารัก ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 2.5% สู่ระดับ $90.66 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ก็ปรับสูงขึ้นเช่นกันที่ 2.6% มาอยู่ที่ระดับ $85.70

ฝั่งเอเชีย ภาคการผลิตของจีนลดลงติดกัน 2 เดือนต่อจากเดือนกรกฎาคม ซึ่งถึงแม้ว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 49.2 จุด เป็น 49.8 จุด ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้ที่ 49.6 จุดเล็กน้อยก็ตาม แต่ระดับที่ต่ำกว่า 50 จุดก็ยังถือว่าอยู่ในภาวะลดลง สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เยนญี่ปุ่นก็อ่อนค่าลงต่อเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดย USDJPY ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 160.00 ได้ชั่วคราว ทำให้กลับมาสู่ระดับสูงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันแทรกแซงตลาดในช่วงก่อนหน้า

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในช่วงต้นวันนี้ตามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมารุนแรงขึ้น โดย Dow Jones ปรับลงประมาณ 0.3–0.4% ส่วน S&P 500 ร่วงลง 0.3% และ Nasdaq 100 ดิ่งลง 0.4% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียก็ปรับตัวลงเช่นกัน นอกจากนี้ การปรับตัวลงของตลาดยังมีอิทธิพลมาจากคำแถลงการณ์ของประธาน Fed อย่าง เควิน วอร์ช ในการประชุม Jackson Hole เมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีท่าทีว่าจะใช้นโยบายที่เข้มงวดต่อ ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเงินเฟ้ออาจยังไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ส่งผลให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ราว 59% จากเดิม 40% เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ดันให้ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรมีค่ามากขึ้น และกดให้ทองคำต้องเผชิญปัญหาไปพร้อมกัน

ด้านทองคำปรับฐานต่ำลงต่อเนื่องในวันนี้หลังร่วงหลุดระดับ $4,400 โดยสาเหตุหลักยังมาจากโอกาสที่ Fed อาจปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนนั้นมีสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ดันราคาน้ำมัน และปัญหาเงินเฟ้อให้สูงขึ้น

ด้านนักลงทุนจะต้องจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งมีกำหนดประกาศในช่วงปลายสัปดาห์ให้ใกล้ชิด เพราะถือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างมากต่อทิศทางของทองคำว่าจะปรับฐานลงต่อ หรือฟื้นตัวขึ้นจากระดับ $4,400 ได้

เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service