Icon close

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

เส้นทางการเติบโตของ STARTRADER

หนึ่งใน
โบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

น้ำมันดิบเบรนท์จ่อแตะ $100 ด้านทองทะลุ $4,500 ได้ ส่วนนักลงทุนต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ในสัปดาห์หน้า

August 21, 2026, 11:44
น้ำมันดิบเบรนท์จ่อแตะ $100 ด้านทองทะลุ $4,500 ได้ ส่วนนักลงทุนต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ในสัปดาห์หน้า

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ทองพุ่งขึ้นกว่า 4% ในสัปดาห์นี้สู่ระดับ $4,530–$4,555 ถือเป็นการปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดกัน
  2. ดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนใกล้ระดับ 98.50–98.80 โดยร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์นี้
  3. ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดระหว่างวันนับตั้งแต่ปี 2007 คิดเป็น 5.33%
  4. การประกาศเพิ่มงบกว่า 2 เท่าในการซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนแบบเหนือความคาดหมายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันให้ทองคำพุ่งขึ้น พร้อมกดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างหนัก
  5. ตลาดหุ้นย่อลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานท่ามกลางความผันผวน
  6. ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังเป็นตัวจุดชนวนปัญหาเงินเฟ้อต่อไป

ทองพุ่งทะลุ $4,500

สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่ทองคำทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบหลายเดือน และนับเป็นสัปดาห์ที่ 3 ที่ปรับตัวขึ้นติดกัน โดยทองคำได้เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการซื้อขายอยู่ที่ $4,300 กลางๆ ก่อนพุ่งขึ้นมาที่ $4,530–$4,555 ต่อออนซ์ในวันศุกร์ เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศเพิ่มงบซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนอย่างน้อย 2 เท่า แต่ก็ไม่ทำให้ทองคำสูญเสียช่วงขาขึ้นไปแต่อย่างใด แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับสูงขึ้นในระดับหนึ่งเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา

โดยผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงก็ยังช่วยลดค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จ่ายมีผลตอบแทนใดๆ ขณะเดียวกัน ทองคำก็ยังมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งมาตลอดทั้งปี หลังธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อโลหะมีค่าประเภทนี้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 288 ตันในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ประกอบกับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอยู่แล้วก่อนที่กระทรวงการคลังจะออกมาประกาศเพิ่มงบ จึงยิ่งเปิดทางให้ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในสัปดาห์นี้

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในทางตรงกันข้ามกับทองคำอย่างสิ้นเชิง โดยอ่อนค่าลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดกันจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังร่วงลงมาแตะช่วง 98.00 กลางๆ ในวันพฤหัสบดีก่อนจะทรงตัวได้ที่ระดับ 98.70–98.80 ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ คิดเป็นการร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์ โดยสาเหตุก็มาจากข่าวที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิ่มงบซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนอย่างน้อย 2 เท่าในวันพุธ โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นก็ยิ่งน้อยลง ซึ่งเป็นปัญหาต่อดอลลาร์โดยตรง โดยตลาดลดโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นในเดือนกันยายนจาก 40% เหลือเพียง 30% ต้นๆ ตามยอดค้าปลีกและเงินเฟ้อที่ออกมาชะลอตัวลงในช่วงต้นเดือน

ตลาดหุ้นปรับฐานลงตามผลตอบแทนพันธบัตร

ตลาดหุ้นปรับตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์ โดย S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ร่วงลงถึง 4 จาก 5 วันทำการ โดยในวันจันทร์และอังคารเกิดแรงขายในภาพรวม หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากปัญหาการขนส่งตามสถานการณ์ทีอิหร่าน รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีที่พุ่งทะลุระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ส่งผลให้ Nasdaq ร่วงมากกว่า 1% ระหว่างวันในวันอังคารตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ถูกเทขายหนักเป็นพิเศษ และถึงแม้ในวันพุธจะมีการประกาศเพิ่มงบซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้ชั่วคราว แต่ความเชื่อมั่นนั้นก็อันตรธานหายไปในวันพฤหัสอยู่ดี


บทวิเคราะห์ของวันที่ 24-28 สิงหาคม 2026

ทองคำ: แนวโน้มโดยรวมยังคงเป็นขาขึ้น โดยการยืนเหนือระดับ $4,500 ได้จนถึงช่วงปิดสัปดาห์ ประกอบกับแรงซื้อจากธนาคารกลาง ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการทะลุระดับแนวต้านที่ $4,600–$4,700 ขึ้นไปอีกในกรณีที่ผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่เท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักก็ยังอยู่ที่พันธบัตร หากดัชนีรายจ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) หรือคำแถลงจากเจ้าหน้าที่ Fed มีผลให้ตลาดกลับมาเชื่อว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น ก็อาจเห็นทองคำย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ $4,400–$4,450 ได้

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ: คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่อ ทั้งโมเมนตัมที่อ่อนแอ โอกาสลดลงที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้น รวมถึงสภาพคล่องที่ลดลงจากโครงการซื้อคืนพันธบัตร ก็ล้วนชี้ชัดให้ดัชนีดอลลาร์กลับไปทดสอบระดับ 98.00–98.50 อีกครั้ง โดยมีระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนตรง 98.50 เป็นแนวรับแรก หากหลุดระดับดังกล่าวลงไปอีก ก็ถือเป็นใบเบิกทางให้ร่วงต่อไปยังระดับ 97.50 ได้อีก ในทางกลับกัน โอกาสสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ให้ดอลลาร์ได้ก็คือคำแถลงการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดกว่าที่คาดจาก Fed รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น

ตลาดหุ้น: การย่อตัวลงจากระดับสูงสุดก็ยังมีโอกาสร่วงลงต่อได้ในกรณีที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 5.3% ได้ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเป็นพิเศษ แต่ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีแรงสนับสนุนจากโครงการซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลัง ก็อาจเป็นการเปิดทางให้เกิดแรงซื้อในตลาดหุ้นจนนำไปสู่การฟื้นตัวสู่ระดับสูงสุดก่อนหน้า โดยมีตัวแปรสำคัญหลักๆ คือผลประกอบการของ Nvidia และการประชุม Jackson Hole ของ Fed ซึ่งทั้ง 2 มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดจนถึงช่วงสิ้นเดือน ระหว่างนี้ S&P 500 ก็มีแนวโน้มอยู่ในช่วงผันผวน โดยมีแนวรับอยู่ที่ระดับ 7,550 จุด และแนวต้านที่ 7,800 จุด


ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

วันที่ข้อมูลประเทศก่อนหน้าเวลา [ไทย GMT +7]
อังคารที่ 25 สิงหาคมดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากองค์กร Conference Boardสหรัฐ
อเมริกา
90.821:00 น.
อังคารที่ 25 สิงหาคมยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ
อเมริกา
628K21:00 น.
พุธที่ 26 สิงหาคมดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีออสเตรเลีย3.80%08:30 น.
พุธที่ 26 สิงหาคมดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภค
ส่วนบุคคลพื้นฐาน ปีต่อปี
สหรัฐ
อเมริกา
3.30%19:30 น.
พุธที่ 26 สิงหาคมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสต่อไตรมาสสหรัฐ
อเมริกา
1.5%19:30 น.
พุธที่ 26 สิงหาคมคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ
อเมริกา
0.5%19:30 น.
พฤหัสที่ 27 สิงหาคมจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
อเมริกา
19:30 น.
พฤหัสที่ 27 สิงหาคมการประชุม Jackson Hole วันที่ 1สหรัฐ
อเมริกา
ศุกร์ที่ 28 สิงหาคมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือนแคนาดา0.3%19:30 น.
ศุกร์ที่ 28 สิงหาคมการประเมินและปรับปรุงตัวเลข NFPสหรัฐ
อเมริกา
-911K21:00 น.
ศุกร์ที่ 28 สิงหาคมการประชุม Jackson Hole วันที่ 2สหรัฐ
อเมริกา


บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:

บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ทองคำฟื้นตัวกลับสู่ช่วงขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยซื้อขายอยู่เหนือระดับ $4,500 หลังปรับตัวขึ้นกว่า 4% ในสัปดาห์ ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยรายวันทั้ง MA5 MA10 และ MA20 ต่างพุ่งขึ้นทั้งหมด และราคาปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ระดับเหนือเส้นทั้งหมดนี้สบายๆ

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $4,600 ตามด้วยจุดสูงสำคัญเดิมที่ $4,890 โดยถ้าทองคำขึ้นไปยืนเหนือระดับ $4,600 ได้ ก็ยิ่งมีโอกาสให้ปรับตัวขึ้นไปต่อที่ระดับ $4,700–$4,800 ก่อนมีโอกาสกลับไปทดสอบระดับ $4,890 ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ส่วนแนวรับสำคัญแรกหลังทะลุแนวต้านขึ้นมาจะอยู่ที่ $4,500–$4,505 โดยมีแนวรับถัดไปที่ $4,425 และ $4,275 ตามลำดับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการปรับตัวขึ้นล่าสุดก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการทะลุแนวต้านขึ้นมา โดยรวมแล้ว การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังให้อยู่ในช่วงขาขึ้นชัดเจน แม้การพุ่งขึ้นแรงอาจทำให้เกิดการย่อตัวในระยะสั้นได้เช่นกัน แต่ตราบใดที่ทองคำยังยืนเหนือระดับ $4,500 ได้ ช่วงขาขึ้นหลังการ Breakout ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้

กราฟราคาทองคำรายวัน

แนวต้าน$4,644 – $4,650$4,774 – $4,780$4,800 – $4,810
แนวรับ$4,545 – $4,550$4,376 – $4,385$4,300 – $4,312

บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค

น้ำมันดิบเบรนท์ฟื้นตัวเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังรักษาระดับอยู่ที่ $93.50 จนปรับตัวขึ้นเหนือ $95 ได้ในช่วงที่ผ่านมา แม้ล่าสุดจะย่อตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดระหว่างวันก็ตาม ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยก็ยังคงเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นได้

โดยภาพรวมทางเทคนิคในระยะสั้นยังคงเป็นบวกตามราคาที่ยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้นได้ ด้านแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ $95.10 โดยถ้าทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้ต่อเนื่อง ก็อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่วงขาขึ้น และเปิดทางให้ไปต่อที่ระดับ $100 ซึ่งเป็นเป้าหมายทางจิตวิทยาที่สำคัญได้ และถ้าผ่านระดับ $100 ได้อีก ตลาดก็อาจวางเป้าหมายในระดับที่สูงขึ้นต่อไป โดยแรงส่งต้องแข็งแกร่งพอที่จะรักษาโมเมนตัมให้ไปต่อในระดับนั้นได้

ส่วนแนวรับสำคัญแรกจะอยู่ที่ระดับ $92.50 ตามด้วย $90.80 และ $88.30 ถ้าหลุดต่ำกว่า $88.30 ก็อาจเป็นสัญญาณว่าช่วงการฟื้นตัวในปัจจุบันอ่อนแรงลง และอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานได้

กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

แนวต้าน$97.70 – $97.75$100.42 – $100.55$102.34 – $102.50
แนวรับ$91.85 – $91.90$90.10 – $90.16$88.50 – $88.64

บทวิเคราะห์ราคาบิตคอยน์ทางเทคนิค

บิตคอยน์แสดงให้เห็นถึงช่วงขาขึ้นที่ทะลุแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง โดยกลับมาซื้อขายอยู่ที่ $77,178 หลังพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจุบัน ราคาได้ทะลุขึ้นเหนือระดับ $69,730 ได้อย่างเด็ดขาด พร้อมยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้น ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยที่เคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้นก็ได้ยืนยันว่าโมเมนตัมในระยะกลางปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก

ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ระดับ $77,200–$77,300 ซึ่งอยู่ใกล้จุดสูงปัจจุบัน โดยมีระดับ $80,000 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านทางจิตวิทยาถัดไป โดยถ้าทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่จุดสูงสำคัญเดิมที่ $81,657 ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ $69,700 เป็นระดับแรก ตามด้วย $66,400–$65,400 ลงมา

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้บิตคอยน์เริ่มเข้าสู่ภาวะตึงตัวทางเทคนิคในระยะสั้น ดังนั้น การย่อตัวกลับมาที่ $69,700 จึงไม่ได้ทำให้ช่วงขาขึ้นหายไปแต่อย่างใด และอาจเป็นเพียงการกลับมาทดสอบโซน Breakout เดิม ตราบใดที่เหรียญคริปโตนี้ยังยืนเหนือ $69,700 ได้ มุมมองทางเทคนิคยังคงเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสเดินหน้าสู่ $80,000 และ $81,650 ได้ต่อไป แต่หากราคากลับลงมายืนต่ำกว่า $69,700 อย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้สัญญาณ Breakout อ่อนแรงลงและเพิ่มโอกาสให้เกิดการพักฐานที่่ต่ำลง

กราฟราคาบิตคอยน์รายวัน

แนวต้าน$80,559 – $80,600$86,730 – $86,800$88,085 – $88,150
แนวรับ$74,854 – $74,900$67,380 – $67,420$65,996 – $66,000

บทวิเคราะห์ S&P 500 ทางเทคนิค

S&P 500 ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นในระยะกลางได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ล่าสุดจะย่อตัวลงมาเล็กน้อยจากจุดสูงสุดที่ 7,825 จุด โดยดัชนียังซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 7,672 จุด ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยยังเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาขึ้น โดยการที่ราคายังยืนเหนือเส้น MA20 ได้ก็ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะสะท้อนว่าโครงสร้างขาขึ้นในภาพรวมยังดำเนินต่อไปได้ แม้ตลาดจะเผชิญแรงขายในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนการเคลื่อนไหวล่าสุดก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงขายทำกำไรบางส่วน หลังดัชนีขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเส้น MA5 และ MA10 เริ่มเคลื่อนตัวสู่ทิศทางขาลง สะท้อนว่าโมเมนตัมในระยะสั้นอ่อนแรงลง ขณะที่เส้น MA20 ก็ยังพุ่งสู่ทิศทางขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 7,825 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และถ้าดัชนีสามารถทะลุระดับดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ก็อาจเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังกลับมาอีกครั้ง และอาจเปิดทางให้ดัชนีขยับขึ้นสู่ระดับ 7,900–8,000 จุดได้

ส่วนแนวรับแรกจะอยู่ที่ 7,650 จุด เป็น ซึ่งเป็นระดับที่อยู่ใกล้กับเส้น MA20 โดยถ้าหลุดระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดการปรับฐานต่ำลงไปที่ระดับ 7,518 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญระดับถัดไป โดยรวมแล้วคาดว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อตราบใดที่ดัชนี้ยังยืนเหนือ 7,650 จุดได้ แต่ถ้าอยากกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นให้ชัดเจนอีกครั้ง ก็ต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือ 7,825 จุดให้ได้ก่อน

กราฟ S&P 500 รายวัน

แนวต้าน7,710 – 7,7207,794 – 7,8007,815 – 7,825
แนวรับ7,614 – 7,6207,553 – 7,5707,423 – 7,445

คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน


เปิดบัญชีจริง

เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก

พร้อมเทรดแล้วหรือยัง?

STARTRADER

Online Trading App

Online App Score
Install
Customer Service
Customer Service
Customer Service
Customer Service