
สรุปประเด็นสำคัญ
- Dow Jones โชว์ผลงานโดดเด่นเหนือใคร หลังนักลงทุนเริ่มหมุนเงินออกจากหุ้นเติบโต แล้วนำไปลงทุนในสายธุรกิจดั้งเดิมมากขึ้น
- การปรับตัวขึ้นของหุ้นตามกระแส AI กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหม่ หลังผลประกอบการของ Broadcom จุดประเด็นความกังวลถึงมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่อาจจะอยู่ในช่วงร้อนแรงเกินในขณะนี้
- แม้ตลาดหุ้นเอเชียจะมีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ก็เริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัวลงหลังทุบสถิติใหม่ไม่หยุด
- สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดน้ำมันและทองคำในระยะสั้น
- ตลาดคริปโตยังอยู่ในช่วงผันผวนหนักตามกระแสการลงทุนในกองทุน ETF และการใช้เลเวอเรจในตลาด ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลยังเหวี่ยงแรง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: Dow Jones ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ด้านหุ้นเทคฯ เริ่มพักตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โชว์ผลงานทั้งดีและแย่สลับกันตลอดทั้งสัปดาห์ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ทะยานขึ้นทุบสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 51,600 จุดตามการเติบโตของหุ้นกลุ่มการเงิน สุขภาพ และอุตสาหกรรม โดยนักลงทุนเริ่มนำเงินออกจากหุ้นสายเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตสูงไปลงทุนในหุ้นป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น ตามการวิเคราะห์ภาพรวมของเศรษฐกิจ รวมถึงความกังวลว่ามูลค่าของหุ้น AI อาจอยู่ในระดับร้อนแรงเกินในขณะนี้
ขณะเดียวกัน S&P 500 และ Nasdaq ต่างอ่อนตัวลงจากจุดสูงล่าสุด โดยมีสาเหตุมาจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลัง Broadcom เผยผลประกอบการได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยหุ้นของ Broadcom ร่วงลงมากกว่า 12% จุดชนวนให้หุ้นสายเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ต้องเผชิญแรงเทขายในวงกว้าง และยังมาพร้อมกับความน่ากังวลว่าการปรับตัวขึ้นตามกระแส AI จะยังเดินหน้าต่อได้เร็วเท่าเดิมเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ ในช่วงปลายสัปดาห์ S&P 500 ซื้อขายอยู่ที่่ 7,545 จุด ส่วน Nasdaq ปรับตัวลง แม้ภาคส่วนอื่นยังแข็งแกร่งก็ตาม
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันและทองคำผันผวนตามข่าวสถานการณ์ที่อิหร่าน
ราคาน้ำมันและทองคำยังผันผวนหนัก เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินสถานการณ์เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงภาพรวมของความขัดแย้งในตะวันออกกลางเช่นกัน
ในช่วงแรก ราคาน้ำมันดิบก็ได้ปรับขึ้นตามความกังวลว่าความตึงเครียดอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ต่อมาก็เริ่มมีรายงานว่าความคืบหน้าในการเจรจาสามารถลดระดับความตึงเครียดลงได้ ส่งผลให้แรงซื้อเริ่มชะลอลง ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อไม่ได้
ด้านทองคำก็เผชิญความผันผวนแบบเดียวกัน โดยปรับขึ้นทุกครั้งถ้าสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น แต่จะถูกกดลงทันทีเมื่อเริ่มมีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาทางการทูต และในช่วงปลายสัปดาห์ ราคาทองคำก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้ เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน รวมถึงดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงก็ช่วยดันราคาทองคำเช่นกัน
ตลาดคริปโต: บิตคอยน์และอีเธอเรียมร่วงหนักก่อนเกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่
ตลาดคริปโตเผชิญหนึ่งในสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในปี 2026 โดยบิตคอยน์ร่วงหลุดระดับสำคัญที่ $62,000 ส่วนอีเธอเรียมก็เผชิญปัญหาหนักเช่นกันจนร่วงลงไปที่ระดับ $1,700 โดยมีนักลงทุนมากมายถูกล้างพอร์ตทั่วตลาดคริปโตหลังเปิดสถานะซื้อ (Long) โดยใช้เลเวอเรจมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ราคาก็ร่วงลงอย่างรวดเร็วจนก่อให้เกิดการบังคับขายขึ้น
โดยการร่วงครั้งนี้เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เช่นกัน แต่่ที่สำคัญคือการประกาศจาก Strategy ว่าบริษัทได้ขายบิตคอยน์จำนวน 32 เหรียญออกไปในช่วงวันที่ 26–31 พฤษภาคม แม้มูลค่าการขายจะไม่ได้เยอะมากนัก แต่ข่าวดังกล่าวกลับส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และยังทำให้นักลงทุนระดับสถาบันลดความเชื่อมั่นในตัวบิตคอยน์ลงไป
บทวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า (8–12 มิถุนายน 2026)
ในระยะถัดไป นักลงทุนต้องจับตา 3 ประเด็นสำคัญเป็นหลัก
ประเด็นแรกคือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้ง CPI และ PPI ที่ใกล้จะประกาศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า Fed จะเดินไปในทิศทางไหนต่อ โดยถ้าเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงลง ก็อาจเพิ่มโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ย และกลับมาสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
ประเด็นที่สองคือหุ้นสายเทคโนโลยีที่่นักลงทุนต้องปรับแผนใหม่ หลังผลประกอบการของ Broadcom ประกาศออกมาได้น่าผิดหวัง โดยนักลงทุนต้องรอว่าผลการลงทุนใน AI ของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ทั่ววงการจะยังออกมาดีหรือไม่ เพื่อดันให้ Nasdaq เดินหน้าสู่สถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ประเด็นสุดท้ายคือสถานการณ์ที่อิหร่านยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและทองคำ รวมถึงบรรยากาศการลงทุนโดยรวมต่อไป โดยถ้าเริ่มเห็นสัญญาณว่าระดับความตึงเครียดจะลดลง ก็จะเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์ปลอดภัย และกลับมาเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นได้ ในทางกลับกัน หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ตลาดก็อาจเผชิญความผันผวนรอบใหม่ได้
สำหรับตลาดคริปโต การที่บิตคอยน์กลับขึ้นไปเหนือระดับ $62,000 ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก แต่ถ้ารักษาระดับดังกล่าวไว้ไม่่ได้ ก็อาจนำไปสู่การล้างพอร์ตครั้งใหมได้ และถ้ากระแสการลงทุนในกองทุน ETF เริ่มกลับมาทรงตัว ก็อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและดึงฝั่งซื้อให้กลับเข้าสู่ตลาดคริปโตได้อีกครั้ง
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
| วันที่ | ข้อมูล | ประเทศ | ก่อนหน้า | เวลา [ไทย GMT+7] |
| วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน | ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ไตรมาสสุดท้าย | ญี่ปุ่น | 0.50% | 06:50 น. |
| วันอังคารที่ 9 มิถุนายน | ยอดขายบ้านมือสอง | สหรัฐอเมริกา | 4.02M | 21:00 น. |
| วันพุธที่ 10 มิถุนายน | ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) | สหรัฐอเมริกา | 3.80% | 19:30 น. |
| วันพุธที่ 10 มิถุนายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | แคนาดา | 2.25% | 20:45 น. |
| วันพฤหัสที่ 11 มิถุนายน | ผลการปรับอัตราดอกเบี้ย | ยุโรป | 2.15% | 19:15 น. |
| วันพฤหัสที่ 11 มิถุนายน | ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) | สหรัฐอเมริกา | 6.00% | 19:30 น. |
| วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน | ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือนต่อเดือน | สหราชอาณาจักร | 0.30% | 13:00 น. |
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและการคาดการณ์:
บทวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ทองคำยังอยู่ในช่วงขาลงในกรอบระยะกลาง โดยล่าสุดซื้อขายอยู่แถว $4,450–$4,500 บ่งบอกว่าตลาดมีโอกาสเข้าสู่ช่วงพักตัวแล้ว
ด้านเส้นค่าเฉลี่ยยังแสดงถึงสัญญาณขาลงต่อเนื่อง เนื่องจากราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้น MA20 ที่ระดับ $4,544 ส่วนเส้น MA5 และ MA10 ก็ยังหันหัวลงอยู่ และถึงแม้จะพยายามดีดขึ้นเป็นระยะ แต่ก็ยังดันให้ราคายืนเหนือแนวต้านสำคัญไม่ได้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงช่วงขาลงในเวลานี้ชัดเจน
ด้านพฤติกรรมราคา ระดับ $4,430–$4,450 ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นระดับที่ช่วยชะลอไม่ให้ราคาร่วงลงไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ฝั่งซื้อก็ยังไม่สามารถแสดงพลังมากพอจะดันให้ราคาเข้าสู่แนวต้านหลักที่ระดับ $4,550–$4,620 ได้
หากราคาทะลุกรอบดังกล่าวขึ้นไปได้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าทองสามารถกลับตัวขึ้นได้แล้ว ในทางกลับกัน ถ้าราคาร่วงต่ำกว่า $4,430 ก็มีโอกาสที่จะเห็นแรงขายระลอกใหม่จนกดให้ร่วงต่อไปที่ $4,300 และอาจต่ำถึงจุดต่ำสำคัญที่ $4,099 ได้ ในขณะนี้คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่อ โดยการเคลื่อนไหวในกรอบแคบล่าสุดก็มีลักษณะเป็นเพียงการพักฐานภายในช่วงขาลงเท่่านั้น
กราฟราคาทองคำรายวัน

| แนวต้าน | $4,484 – $4,500 | $4,540 – $4,550 | $4,585 – $4,560 |
| แนวรับ | $4,420 – $4,435 | $4,390 – $4,405 | $4,350 – $4,363 |
บทวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทางเทคนิค
น้ำมันดิบเบรนท์ยังคงเผชิญปัญหาในกราฟรายวัน แม้ในช่วงล่าสุดจะพยายามทรงตัวให้ได้ก็ตาม โดยการอ่อนตัวลงสู่ช่วง $90 กลางๆ ก็ยิ่งสะท้อนความกังวลถึงความต้องการพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลายลงแล้วบางส่วนที่เคยเป็นปัจจัยดันราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้า
ด้านเส้นค่าเฉลี่ยยังแสดงถึงช่วงขาลงชัดเจน โดยเส้น MA20 ยังอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน ขณะที่เส้น MA5 และ MA10 ยังหันหัวลงต่อเนื่อง และถึงแม้ราคาจะเริ่มดีดขึ้นจากจุดต่ำได้ แต่ก็ยังขึ้นได้ไม่สูงนัก และต้องเผชิญแรงขายทุกครั้งที่ดีดขึ้น สะท้อนว่าแนวโน้มของตลาดยังอยู่ในช่วงขาลง
ระดับ $95–$97 ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ซึ่งเป็นจุดที่แรงซื้อกลับเข้ามาช่วยพยุงราคาในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากน้ำมันดิบเบรนท์อยากจะพลิกสถานการณ์ให้้ได้ ก็ต้องดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ $100–$102 พร้อมกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่เคลื่อนตัวลงให้ได้เสียก่อน จนกว่าจะถึงตอนนั้น ตลาดก็มีแนวโน้มเผชิญแรงขายได้ตลอด และถ้าหลุดจุดต่ำล่าสุดลงไป ก็อาจเปิดทางให้ลงไปต่อได้ที่ $92 หรือต่ำถึงแนวรับสำคัญที่ $88 ได้ ในภาพรวม น้ำมันดิบเบรนท์ยังคงอยู่ในช่วงปรับฐานขาลงในกราฟรายวัน แม้ช่วงหลังแรงขายจะเริ่มชะลอตัวลงบ้างก็ตาม
กราฟราคาน้ำมันดิบเบรนท์รายวัน

| แนวต้าน | $101.00 – $101.30 | $103.60 – $103.75 | $105.00 – $105.20 |
| แนวรับ | $96.58 – $96.70 | $95.00 – $95.20 | $88.20 – $88.35 |
บทวิเคราะห์ EURUSD ทางเทคนิค
EURUSD ยังอยู่ในช่วงพักฐานหลังรักษาโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่เคยดันให้ราคาไปแตะระดับสูงสุดที่ 1.184 ในเดือนเมษายนไว้ไม่ได้ โดยหลังจากการปรับตัวขึ้นครั้งนั้น คู่เงินก็เริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐาน และสร้างจุดสูงที่ต่ำลงต่อเนื่อง ก่อนค่อย ๆ อ่อนตัวลงสู่ระดับ 1.1600 ในที่สุด
โดยคู่เงินได้เคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นทั้ง MA5 และ MA10 แต่ทั้งสองเส้นยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น MA20 เล็กน้อย โดยการแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงหลังก็ได้สะท้อนว่าตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามากำหนดทิศทางต่อไปอยู่
ด้านพฤติกรรมราคา ระดับ 1.1600–1.1630 ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญที่ฝั่งซื้อปกป้องไว้ไม่ให้ราคาร่วงต่ำกว่านี้ได้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในภาพรวมจะดูดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อราคาสามารถทะลุเส้น MA20 ขึ้นไป รวมถึงทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1.1680–1.1700 ได้สำเร็จ และถ้าทะลุได้ก็อาจเปิดทางให้ขึ้นไปที่ระดับ 1.1760 หรือกลับไปที่จุดสูงเดิมของเดือนเมษายนที่ 1.1848 ได้
ในทางกลับกัน ถ้าร่่วงต่ำกว่า 1.1600 ก็อาจกดให้ไปที่ 1.1550 รวมถึงจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคมได้เช่นกัน ในภาพรวม ราคายังถือว่าไม่ได้เสียเปรียบมากนัก แต่ก็ต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญให้ได้ เพื่อฟื้้นการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้นอีกครั้ง
กราฟ EURUSD รายวัน

| แนวต้าน | 1.1686 – 1.1700 | 1.1788 – 1.1800 | 1.1840 – 1.1850 |
| แนวรับ | 1.1565 – 1.1576 | 1.1483 – 1.1500 | 1.1408 – 1.1420 |
บทวิเคราะห์ Dow Jones ทางเทคนิค
ดัชนี Dow Jones ยังคงเป็นหนึ่งในดัชนีหลักที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดโลก โดยรักษาช่วงขาขึ้นได้อย่างดี และตอนนี้ก็ได้ซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการปรับตัวขึ้นล่าสุดสู่ระดับ 51,747 จุดได้นั้น ก็ยิ่งตอกย้ำว่าฝั่งซื้อยังคุมตลาดไว้ได้อย่างสมบูรณ์
ด้านเส้นค่าเฉลี่ยก็แสดงถึงช่วงขาขึ้นเช่นกัน โดยเส้น MA5 ยังอยู่เหนือเส้น MA10 และทั้งสองเส้นก็อยู่เหนือกว่าการพุ่งขึ้้นของเส้น MA20 ได้สบายๆ การเคลื่อนตัวในลักษณะนี้มักสะท้อนถึงช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งหมดได้อย่างมั่นคง ชี้ชัดว่านักลงทุนยังเชื่อมั่น แม้จะมีจังหวะพักตัวเป็นระยะก็ตาม
ในส่วนของแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 51,300 จุด ตามด้วยระดับ 50,800–50,500 จุดซึ่งเป็นจุดที่เส้นค่าเฉลี่ยหลายเส้นเริ่มบรรจบกัน ตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ช่วงขาขึ้นก็ยังคงดำเนินต่อไป และถ้ายิ่งทะลุแนวต้านที่ระดับ 51,750 จุดได้ ก็อาจเดินหน้าสู่ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ระดับ 52,000 จุด หรือแม้แต่จุดที่สูงกว่านั้นได้อีก
กราฟดัชนี Dow Jones รายวัน

| แนวต้าน | 51,800 – 51,820 | 52,000 52,060 | 52,200 – 52,210 |
| แนวรับ | 51,030 – 51,047 | 50,320 – 50,355 | 49,498 – 49,510 |
คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขายตราสารทางการเงินใดๆ ก็ตามที่มีมาร์จินมาเกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง