
Stop Limit Order คืออะไร ในการเทรดหุ้น ฟอเร็กซ์ หรือคริปโต “การจัดการความเสี่ยง” คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาด คำสั่งประเภทหนึ่งที่นักลงทุนมืออาชีพนิยมใช้คือ Stop Limit Order เพราะสามารถกำหนดจุดเข้าซื้อหรือขายได้อย่างแม่นยำ พร้อมควบคุมราคาที่ต้องการ
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับคำสั่ง Stop Limit Order คืออะไร? ทำงานอย่างไร แตกต่างจากคำสั่งอื่นอย่างไร และควรใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Stop Limit Order คืออะไร?
Stop Limit Order คือคำสั่งซื้อหรือขายสินทรัพย์เมื่อราคาถึงระดับที่กำหนดไว้ (เรียกว่า Stop Price) และจากนั้นจะกลายเป็นคำสั่ง Limit Order ที่ทำงานในช่วงราคาที่คุณระบุ (Limit Price)
พูดง่ายๆ คือ:
- Stop Price: ราคาที่ต้องการให้คำสั่งเริ่มทำงาน
- Limit Price: ราคาสูงสุดหรือราคาต่ำสุดที่คุณยอมรับได้ในการซื้อหรือขาย
ตัวอย่าง:
หากคุณถือหุ้นที่ราคา $100 และต้องการขายเพื่อหยุดขาดทุนหากราคาตก
คุณสามารถตั้ง Stop Price ที่ $95 และ Limit Price ที่ $94
หมายความว่า หากราคาลงมาถึง $95 ระบบจะเริ่มส่งคำสั่งขาย แต่จะไม่ขายต่ำกว่า $94
สองราคาหลักที่ต้องตั้งใน Stop-Limit Order
การใช้คำสั่ง Stop-Limit ต้องเข้าใจราคาสองตัวที่สำคัญ:
Trigger Price (หรือ Stop Price):
เหมือน “นาฬิกาปลุก” ของคำสั่งซื้อขาย — ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าราคาตลาดจะมาถึงจุดนี้
เมื่อราคาถึง → คำสั่งจะ “ตื่น” และเริ่มทำงาน
Limit Price:
คือ “เงื่อนไขจำกัด” หลังจากคำสั่งถูกกระตุ้น
เป็นการบอกว่า “จะซื้อ/ขาย ก็ต่อเมื่อ ได้ราคานี้หรือตามที่กำหนดเท่านั้น”
- ถ้าจะ ซื้อ: Limit Price = ราคาสูงสุดที่คุณยอมจ่าย
- ถ้าจะ ขาย: Limit Price = ราคาต่ำสุดที่คุณยอมรับได้
คิดง่ายๆ:
Trigger Price → เปิดสวิตช์ให้คำสั่งทำงาน
Limit Price → ควบคุมว่าจะยอมซื้อ/ขาย “แค่ในกรอบราคาที่กำหนด”และคำสั่ง Limit นี้ จะยังไม่ปรากฏในตลาดเลย จนกว่าราคาจะแตะ Trigger ที่คุณตั้งไว้ก่อน
รูปแบบของคำสั่ง Stop Limit
รูปแบบของคำเสนอซื้อ/ขายแบบ Stop-Limit Order สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามวัตถุประสงค์ของนักลงทุน ได้แก่:
1. คำสั่งเสนอซื้อ (Buy Stop-Limit Order)
ใช้เมื่อเทรดเดอร์ต้องการ เข้าซื้อ สินทรัพย์ เมื่อตลาดเริ่มเป็นขาขึ้น เพื่อยืนยันแนวโน้มก่อนเข้า โดยมีรูปแบบดังนี้:
- Stop Price: ราคาที่จะเริ่มส่งคำสั่งซื้อ
- Limit Price: ราคาสูงสุดที่ยอมจ่ายเพื่อซื้อ
ตัวอย่าง:
ราคาปัจจุบันของหุ้น XYZ อยู่ที่ $90
เทรดเดอร์ตั้งคำสั่ง Buy Stop-Limit ที่
Stop Price = $95
Limit Price = $96
➤ ถ้าราคาวิ่งถึง $95 ระบบจะเริ่มส่งคำสั่งซื้อ
➤ แต่จะไม่ยอมซื้อเกิน $96
2. คำสั่งเสนอขาย (Sell Stop-Limit Order)
ใช้เมื่อต้องการ ขายสินทรัพย์ เพื่อ จำกัดการขาดทุน หรือทำกำไรหากราคาลดลงถึงระดับที่กำหนด โดยมีรูปแบบดังนี้:
- Stop Price: ราคาที่จะเริ่มส่งคำสั่งขาย
- Limit Price: ราคาต่ำสุดที่ยอมรับได้ในการขาย
ตัวอย่าง:
คุณถือหุ้น XYZ อยู่ ราคาปัจจุบัน $100
ต้องการจำกัดการขาดทุนหากราคาลง
ตั้งคำสั่ง Sell Stop-Limit ที่
Stop Price = $95
Limit Price = $94
– ถ้าราคาลดถึง $95 ระบบจะเริ่มส่งคำสั่งขาย
– แต่จะไม่ขายต่ำกว่า $94
การทำงานของคำสั่ง Stop Limit Order
- เมื่อราคาตลาดเคลื่อนมาถึง Stop Price → คำสั่งจะถูก กระตุ้น (Triggered)
- ระบบจะส่งคำสั่ง Limit Order ที่ราคาที่คุณตั้งไว้
- หากราคายังอยู่ในช่วงที่กำหนด → คำสั่งจะถูกจับคู่
- หากราคาตลาดหลุดจาก Limit Price → คำสั่งจะไม่ถูกดำเนินการ
ข้อดีของการใช้ Stop Limit Order
- ควบคุมความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ
- ตั้งกลยุทธ์ล่วงหน้า ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ
- ไม่โดนขายทิ้งในราคาที่ต่ำเกินไป แบบ Stop Loss ทั่วไป
สิ่งที่ควรระวังเมื่อใช้ Stop-Limit Order
แม้ Stop-Limit Order จะช่วยควบคุมความเสี่ยงได้ดี แต่ก็มีข้อควรระวังดังนี้:
- ความเสี่ยงในการดำเนินการ (Execution Risk):
คำสั่งของคุณอาจ ไม่ถูกดำเนินการ แม้ราคาจะถึงจุดที่ตั้งไว้แล้ว โดยเฉพาะในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว หรือกรณีที่ราคากระโดดข้ามช่วงในตอนกลางคืน
2. การจับคู่ไม่ครบจำนวน (Partial Fills):
คุณอาจได้แค่ “บางส่วน” ของคำสั่ง
หากไม่มีผู้ซื้อหรือขายมากพอในราคาที่คุณตั้งไว้
3. การตั้งราคาที่ใกล้กันเกินไป:
ตั้ง Stop กับ Limit Price ใกล้กัน → ลดช่วงราคาแต่เสี่ยงคำสั่งไม่ถูกจับคู่ในจังหวะราคาตกเร็ว
ตั้งห่างกันเกินไป → ช่วยให้คำสั่งถูกจับคู่มากขึ้น แต่คุณอาจต้องขายในราคาที่ต่ำกว่าที่ต้องการ
5. ภาวะตลาด:
ในตลาดที่นิ่งหรือมีสภาพคล่องสูง คำสั่งจะถูกจับคู่ได้ง่าย
แต่ถ้าหุ้นมีความผันผวนสูง หรือช่วงมีข่าวใหญ่ ราคามัก “กระโดดข้าม” Limit Price ทำให้คำสั่งไม่ทำงาน
เคล็ดลับการตั้ง Stop Limit Order ให้มีประสิทธิภาพ
แม้ว่า Stop Limit Order จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณควบคุมราคาในการเทรดได้อย่างแม่นยำ แต่ถ้าตั้ง Stop Price และ Limit Price ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้คำสั่งไม่ถูกจับคู่ หรือพลาดโอกาสในการซื้อขายที่สำคัญได้
1. ตั้ง Stop Price ใกล้ระดับแนวรับ/แนวต้านสำคัญ
ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อหาจุดที่มีความเป็นไปได้สูงว่าราคาจะกลับตัวหรือทะลุแนวเดิม เช่น:
- ซื้อ: ตั้ง Stop Price เหนือแนวต้าน เพื่อรอซื้อเมื่อเกิดการเบรกขึ้น
- ขาย: ตั้ง Stop Price ใต้แนวรับ เพื่อขายหากแนวรับถูกทะลุ
การตั้งจุด Stop แบบนี้จะช่วยให้คุณ “เข้า/ออก” เมื่อตลาดแสดงแนวโน้มที่ชัดเจน
2. Limit Price ควรเว้นช่วงห่างจาก Stop Price อย่างเหมาะสม
- ถ้าใกล้กันเกินไป (เช่น Stop $95, Limit $95.05) → คำสั่งอาจไม่ถูกจับคู่ เพราะราคาตลาดเคลื่อนไหวเร็ว
- ถ้าห่างเกินไป (เช่น Stop $95, Limit $90) → คุณอาจได้ราคาที่ไม่ดี หรือยอมรับความเสี่ยงมากเกินไป
ช่วงห่างที่เหมาะสมมักอยู่ที่ 0.5–2% ของราคาสินทรัพย์ ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด
3. ใช้กับสินทรัพย์ที่มี “สภาพคล่องสูง”
Stop Limit Order เหมาะกับสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายต่อเนื่อง เช่น:
- คู่เงินหลักในฟอเร็กซ์ (EUR/USD, USD/JPY)
- หุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์
- คริปโตยอดนิยม (BTC, ETH)
หากใช้กับสินทรัพย์ที่มี Volume ต่ำ อาจเกิดความเสี่ยงคำสั่งไม่ถูกจับคู่แม้ราคาจะผ่าน Stop Price แล้วก็ตาม
4. หมั่นติดตามข่าวสารที่อาจทำให้ราคากระชากแรง
ในช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ หรือข่าวสำคัญ เช่น:
- ตัวเลขเงินเฟ้อ
- การประชุมธนาคารกลาง
- ข่าวบริษัทใหญ่
คำสั่ง Stop Limit อาจไม่ทำงานทันเวลา เพราะราคาอาจ “กระโดด” ข้าม Limit Price ไปเลย
ช่วงข่าวแรง แนะนำใช้ Stop Loss Order แทนเพื่อการขายทันที แม้จะไม่ได้ราคาดีที่สุด
5. ทดลองตั้งค่าบนบัญชีเดโมก่อนใช้จริง
หากคุณยังไม่คุ้นเคยกับการตั้ง Stop Limit:
- ทดลองกลยุทธ์ในบัญชีเดโม
- วิเคราะห์จุดเข้าออกจากกราฟย้อนหลัง
- สร้างความมั่นใจก่อนลงเงินจริง
Stop Limit Order เหมาะกับใคร?
- นักลงทุนที่ต้องการ ความแม่นยำในการซื้อขาย
- เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ทางเทคนิค
- ผู้ที่ต้องการควบคุมราคาให้แน่นอน โดยไม่ต้องยอมรับราคาตลาดในจังหวะพุ่งหรือลงเร็ว
เปรียบเทียบ Stop Limit vs Stop Loss vs Limit Order
ทำไมมือใหม่ถึงสับสน?
เพราะชื่อคล้ายกันมาก โดยเฉพาะระหว่าง Stop Loss กับ Stop Limit

สรุป – ใช้ Stop Limit Order อย่างไรให้คุ้มค่า
Stop Limit Order เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมราคาและลดความเสี่ยงในการเทรด แต่อย่าลืมว่า “ความแม่นยำ” มาพร้อมกับ “ความเสี่ยงที่คำสั่งจะไม่ถูกดำเนินการ”
หากคุณเป็นนักลงทุนที่มีวินัย และวางแผนเทรดล่วงหน้าอย่างรอบคอบ Stop Limit Order คือคำสั่งที่สามารถเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของคุณในตลาดที่ผันผวนได้อย่างยอดเยี่ยม
การซื้อขายอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสําหรับทุกคน
หมวดหมู่
เปิดบัญชีเทรดจริง
โปรดเลือกประเทศที่สามารถใช้ได้
ไม่พบข้อมูล
ไม่พบข้อมูล
โปรดเลือกอีเมลที่สามารถใช้ได้
โปรดกรอกรหัสยืนยันที่ถูกต้อง
1. 8-16 ตัวอักษร + เลข (0-9) 2. ใช้ตัวอักษร (A-Z, a-z) 3. อักขระพิเศษ (เช่น !a#S%^&)
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
โปรดติ๊กถูกตรงช่องเพื่อดำเนินการต่อ
Important Notice
STARTRADER does not accept any applications from Australian residents.
To comply with regulatory requirements, clicking the button will redirect you to the STARTRADER website operated by STARTRADER PRIME GLOBAL PTY LTD (ABN 65 156 005 668), an authorized Australian Financial Services Licence holder (AFSL no. 421210) regulated by the Australian Securities and Investments Commission.
CONTINUEImportant Notice for Residents of the United Arab Emirates
In alignment with local regulatory requirements, individuals residing in the United Arab Emirates are requested to proceed via our dedicated regional platform at startrader.ae, which is operated by STARTRADER Global Financial Consultation & Financial Analysis L.L.C.. This entity is licensed by the UAE Capital Market Authority (CMA) under License No. 20200000241, and is authorised to introduce financial services and promote financial products in the UAE.
Please click the "Continue" button below to be redirected.
CONTINUEผิดพลาด! โปรดลองอีกครั้ง